Digital

รู้จัก "Minds" ตัวเปลี่ยนเกมโซเชียลมีเดีย แอปฯ ใหม่ที่คนไทยจ่อย้ายค่ายจากทวิตเตอร์

มายส์ (Minds) คือโซเชียลมีเดียล่าสุดที่ถูกมองว่าจะเปลี่ยนเกมจนยักษ์ใหญ่สะเทือน จากจุดยืนการเป็นระบบที่ต่อต้านเฟซบุ๊ก “Anti-Facebook” วันนี้ Minds เปลี่ยนเป็นระบบที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ให้ความสนใจด้วย โดยเฉพาะคนไทยที่มีกระแสชวนกันย้ายค่ายเพื่อประท้วงนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่

1minds
มายส์ (Minds) คือโซเชียลมีเดียล่าสุดที่ถูกมองว่าจะเปลี่ยนเกมจนยักษ์ใหญ่สะเทือน จากจุดยืนการเป็นระบบที่ต่อต้านเฟซบุ๊ก “Anti-Facebook” วันนี้ Minds เปลี่ยนเป็นระบบที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ให้ความสนใจด้วย โดยเฉพาะคนไทยที่มีกระแสชวนกันย้ายค่ายเพื่อประท้วงนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่

ผู้มาใหม่อย่าง Minds ถูกมองว่าจะร้อนแรงมากในช่วงหลังการเปิดตัว เนื่องจากความสำเร็จของติ๊กตอก (TikTok) ที่สั่นคลอนสถานะของยักษ์ใหญ่ในสังคมออนไลน์ได้ระดับหนึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จากที่ดูว่าเป็นไปได้ยาก TikTok ใช้เวลาไม่กี่ปีจากที่เปิดตัวในปี 2016 ในการก้าวไปสู่ทำเนียบสื่อโซเชียลระดับโลก และกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน

สำหรับ Minds นั้นเพิ่งก่อตั้งในปี 2015 ให้บริการแบบไม่เป็นข่าวหวือหวาจนช่วงกุมภาพันธ์ Minds ติดเทรนด์คำค้นหายอดนิยมใน Google Trends ในหมวดโซเชียลมีเดีย จนล่าสุดแฮชแท็ก #mindsTH ติด 1 ใน 10 อันดับบนทวิตเตอร์ประเทศไทยเมื่อ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะผู้ใช้ทวิตเตอร์จำนวนมากโพสต์ทวีตว่าจะย้ายไปใช้บริการของ Minds แทน จนเกิดเป็นแฮชแท็ก #ไม่เอาทวิตเตอร์ไทยแลนด์ เพราะเชื่อว่าบัญชีทางการ @TwitterThailand จะเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลไทยใช้สอดส่องพฤติกรรมชาวทวิตเตอร์ นอกจากนี้ยังมีกระแสต้านเรื่องอัปเดตการตั้งค่าแบ่งปันข้อมูลส่วนตัว ซึ่งทวิตเตอร์ได้ยกเลิก ไม่ให้ผู้ใช้ตั้งค่าขนาดโฆษณาบนแอปฯ โทรศัพท์มือถือได้เหมือนที่เคยทำ เหลือไว้เพียงการกำหนดได้ว่าจะอนุญาตให้แอปพลิเคชัน แชร์ข้อมูล “ที่ไม่เป็นสาธารณะ” เท่านั้น

minds2

ล่าสุด บิล ออตแมน (Bill Ottman) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Minds โพสต์ต้อนรับคนไทยเข้าสู่แพลตฟอร์ม โดยบอกว่าได้พบจำนวนการใช้งาน Minds เพิ่มขึ้นชัดเจนในไทย

Minds โดนใจเพราะโพสต์แรงได้?

ถามว่าทำไม Minds จึงเป็นแพลตฟอร์มที่โดนใจชาวเน็ตจำนวนไม่น้อย คำตอบคือ Minds ไม่รวมอำนาจการตัดสินใจหรือรายได้ไว้ที่ศูนย์กลาง แต่จะกระจายให้ผู้ใช้สามารถรับเงินคริปโต หรือโทเคน รวมถึงเปิดเสรีให้ผู้ใช้ตัดสินเองว่าโพสต์รุนแรงนี้สมควรถูกลบทิ้งหรือไม่

แนวคิดของ Minds ทั้งด้านศักยภาพและประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับนั้นเปลี่ยนมุมมองการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสิ้นเชิง ประเด็นนี้ Bill Ottman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Minds อธิบายว่า Minds เป็นเครือข่ายโซเชียลโอเพนซอร์ซที่กระจายอำนาจเพื่ออิสรภาพทางอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้จะได้รับคริปโตโทเคน (เงินดิจิทัลเข้ารหัส) สำหรับการมีส่วนร่วมในเครือข่าย ตัวโทเคนสามารถแลกเปลี่ยนเพื่อการชมเนื้อหาเพิ่มเติม หรือส่งให้กับช่อง (ชาแนล) เพื่อเป็นทิป หรือค่าสมัครสมาชิกได้

minds1

ผู้ก่อตั้ง Minds ย้ำว่า Minds ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และการแสดงออกอย่างอิสระ ซึ่งในขณะที่เครือข่ายอื่นทำให้ผู้ใช้สูญเสียศรัทธาต่อเนื่อง Minds เริ่มมีฐานผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่านับตั้งแต่ปีที่แล้ว ขณะนี้มีผู้ใช้งานรายเดือนเกิน 200,000 ราย จากจำนวนผู้ใช้ที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมด 1.25 ล้านคน

พูดให้เข้าใจง่ายคือ Minds เป็นเครือข่ายโซเชียลที่ใช้ประโยชน์จากบล็อกเชน (blockchain) เพื่อยกระดับประสบการณ์และผลประโยชน์ของผู้ใช้ กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีวัตถุประสงค์เพื่อคืนความเป็นส่วนตัว และตอบแทนการมีส่วนร่วมของผู้ใช้

Minds โพสต์แล้วได้เงิน

สิ่งที่ Minds ทำคือการนำ blockchain มาพัฒนาจนเป็นฟีเจอร์หรือคุณสมบัติมากมายที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้สร้างประโยชน์กับผู้ใช้ได้ จน Minds ถูกยกว่าเป็นแพลตฟอร์ม anti-Facebook ที่จะชดเชยประโยชน์ให้กับผู้ใช้ที่เสียเวลาบน Minds

บทสรุป 5 สิ่งที่ Minds การันตี ประกอบด้วย

1. ความเป็นโอเพนซอร์ซ สถานะมาตรฐานเปิดจะอนุญาตให้ผู้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของทีมพัฒนาได้

2. ความเป็นส่วนตัว ซึ่ง Minds จะให้บริการแชตแบบเข้ารหัสบนเว็บไซต์ และผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวมากมายเมื่อเริ่มสมัครสมาชิก

3. ความเป็น Gamification ที่จะตอบแทนผู้ใช้ด้วยคะแนนที่สามารถแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มการแสดงผลของคุณหรือเข้าถึงเนื้อหาพิเศษได้

4. การสร้างรายได้ เพราะ Minds อนุญาตให้มีการบอกรับสมาชิก และการให้ทิปผู้สร้างเนื้อหา ขณะที่นักการตลาดจะสามารถอัดฉีดเงินเพื่อมอบรายได้ให้ทุกส่วนบนแพลตฟอร์มอย่างยุติธรรม

5. การเข้าถึงอย่างเต็มที่ เพราะ Minds จะไม่ทำแบบ Instagram ที่คัดเนื้อหาเพียง 3 ถึง 5% ของแพลตฟอร์มมาแสดงให้ผู้ใช้เห็นเท่านั้น แต่เนื้อหาจะปรากฏต่อผู้ชมแบบ 100%

04-3

แนวคิดของ Minds ถูกมองว่าเหมาะจะแจ้งเกิดในเวลานี้ เพราะ blockchain นั้นแข็งแรงพอที่จะเข้าสู่ตลาดใหญ่ภายใน 2 ปีข้างหน้า แถม Minds ยังมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ของลูกค้ามากกว่าใคร จนเป็นกระแสร้อนแรงในยุคที่โลกเริ่มเบื่อกับเครือข่ายสังคมรายใหญ่

อย่างไรก็ตาม Minds มีนโยบายให้ความร่วมมือภาครัฐไม่ต่างจากเครือข่ายอื่น โดยระบุในส่วนข้อกำหนดบริการว่า Minds จะเข้าถึงและแชร์ข้อมูลที่มีกับภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่ทางกฏหมายโดยที่ไม่ต้องรอให้ผู้ใช้ยินยอม ขณะเดียวกันก็จะป้องกันไม่ให้เกิดการล่อลวงหรือกิจกรรมที่ผิดกฏหมาย ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Minds ก็มีจุดยืนเพื่อการอยู่ในกรอบเช่นกัน

Source