Insight

เปิด 4 พฤติกรรมที่ทำให้คนติดกับดักหนี้จนแก้ไม่ได้ และถอดบทเรียน ‘โค้ชปลดหนี้’ เพื่อช่วยลดภาระมนุษย์เงินเดือน

ปัญหาหนี้ครัวเรือนของครอบครัวไทย ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องจับตามองเพราะมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยทาง ‘ฐากร ปิยะพันธ์’ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี บอกว่า การแก้หนี้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เอาเงินไปเท หรือลดดอกเบี้ยให้ แต่ต้องช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีวินัยทางการเงิน และสามารถบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ในระยะยาว ซึ่งต้องมีคนแนะนำ จึงเป็นที่มาของโครงการ ‘โค้ชปลดหนี้’ นำร่องทดลองกับพนักงานทีทีบี

ttb.jpg

จากอินไซต์ของพนักงานที่เข้าร่วมโครงการพบว่า วงจรหนี้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด หลักๆ เกิดจากพฤติกรรม ‘4 ไม่’ ได้แก่

ไม่ที่ 1 : ไม่มีความรู้ทางการเงิน ขาดภูมิคุ้มกันพื้นฐาน เช่น จ่ายแค่ขั้นต่ำจนดอกเบี้ยบานปลาย, ลงทุนตามกระแสหรือทำธุรกิจโดยไม่ประเมินความเสี่ยง และที่ร้ายที่สุดคือ การกู้หนี้นอกระบบมาโปะหนี้ในระบบจนพังทลาย

ไม่ที่ 2 : ไม่มีวินัย ใช้ก่อนออม ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน จ่ายหนี้เลทจนเสียเครดิต ที่สำคัญคือ ‘ไม่เคยทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย’ และทำบัญชีหนี้สินของตัวเองเพื่อมองความเป็นจริง

ไม่ที่ 3 : ไม่หยุดกิเลส พฤติกรรมสายเปย์ตัวเองแบบขาดสติ, ชีวิตติดแกรม รูดบัตรไปกิน ไปเที่ยว เพื่อโชว์สถานะทางสังคม หรือให้รางวัลกับตัวเองแบบขาดความยับยั้ง

ไม่ที่ 4 : ไม่เปิดใจ เช่น ไม่สื่อสารกับคนในครอบครัวถึงปัญหาหนี้ที่มี ทนแบกภาระไปคนเดียว, กลัวการเปิดเผยหนี้กระทบต่อหน้าที่การงาน, หลอกตัวเองคิดว่า ‘เรายังไหว เราจัดการได้’ ทั้งที่สถานะจริงเข้าขั้นโคม่า

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการโค้ชปลดหนี้ จะเริ่มจาก ttb Financial Health Check คัดกรองความเสี่ยงทางการเงิน แบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ประกอบด้วย

สีเขียว ‘กลุ่มเฝ้าระวัง’ :  เงินคงเหลือแต่ละเดือนเป็นบวก ชำระหนี้เต็มจำนวนไม่ผิดนัดชำระหนี้

สีเหลือง ‘กลุ่มเป็นไข้’ : เงินคงเหลือแต่ละเดือนเป็นบวก ชำระหนี้ขั้นต่ำไม่ผิดนัดชำระหนี้

สีส้ม ‘กลุ่มอาการหนัก’ : เงินคงเหลือแต่ละเดือนเป็นลบ ชำระหนี้ขั้นต่ำเริ่มมีผิดนัดชำระหนี้บางที

สีแดง ‘กลุ่มโคม่า’ : เงินคงเหลือแต่ละเดือนเป็นลบ ชำระหนี้ไม่ได้ ผิดนัดชำระหนี้ ถูกยึดทรัพย์ ฟ้องศาล ซึ่งคนกลุ่มนี้จะได้สิทธิ์จองคิวออนไลน์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการ Mentor ตัวต่อตัว กับโค้ชปลดหนี้ทันที

“หน้าที่ของโค้ช จะเริ่มจากรับฟัง Sad Story เพื่อสร้างความไว้ใจ จากนั้นจะวิเคราะห์และช่วยเรียงลำดับการปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง รวมถึงตั้งคำถามจี้จุดมีทางหารายได้เสริมหรือไม่ เพื่อให้ลูกหนี้ลุกขึ้นสู้ด้วยตัวเอง”

โมเดลนี้พิสูจน์แล้วว่า ทำได้จริงและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจากผู้ประเมินสุขภาพการเงินออนไลน์ประมาณ 144,000 คน กว่า 56% ของผู้รับคำปรึกษา สามารถปรับพฤติกรรมจนพลิกกลับมามีกระแสเงินสด (Cash Flow) เป็นบวกได้สำเร็จ

ส่วนก้าวต่อไปของโครงการนี้ ทาง ttb ต้องการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเป็นระบบ และช่วยแก้หนี้อย่างยั่งยืน โดยไม่หยุดอยู่แค่ในองค์กร แต่กำลังสเกลผลลัพธ์ผ่านการลงนามความร่วมมือ และส่งต่อ Framework นี้สู่พันธมิตรรายอื่นที่เป็นลูกค้า Payroll (กลุ่มลูกค้าบัญชีเงินเดือน) อาทิ กลุ่ม MBK, โรงพยาบาล และหน่วยงานทหาร ฯลฯ

รวมถึงต้องการให้โครงการโค้ชปลดหนี้ขยายผลสู่องค์กรอื่นๆ เพื่อช่วยให้มนุษย์เงินเดือนสามารถจัดการหนี้ได้อย่างเป็นระบบและสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว