Insight

หยอดกระปุกเพิ่มได้เลย! 'โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ ' ขึ้นราคาตั๋วเพดานใหม่ แถมยกเลิก Fast Pass เริ่มต.ค.นี้

tokyo-disneyland-castle_klook.jpg

บริษัท โอเรียนทัล แลนด์ (Oriental Land) ผู้บริหารจัดการ โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ต (Tokyo Disney Resort) ได้ประกาศปรับขึ้นราคาสูงสุดของบัตรเข้าชมทั้ง โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) และ ดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) ซึ่งนับเป็นการปรับราคาครั้งสำคัญที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น

ปัจจุบัน อัตราค่าเข้าชมปกติแบบ 1 วันสำหรับผู้ใหญ่ (Standard One-day Adult Admission) ของสวนสนุกทั้งสองแห่ง มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 10,900 เยน แต่นับตั้งแต่วันที่ 10 เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป เพดานราคาสูงสุดสำหรับผู้ใหญ่จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 12,400 เยน คิดเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นถึง 13.8% ขณะที่บัตรสำหรับเด็ก (อายุ 4–12 ปี) จะมีการปรับเพดานราคาสูงสุดขึ้นจาก 5,600 เยน เป็น 5,900 เยน

นอกจากนี้ สวนสนุกยังได้ดำเนินมาตรการปรับขึ้นค่าบริการอื่นๆ ควบคู่กันไป ได้แก่:

• ค่าบริการจอดรถ: ปรับขึ้นราคาจอดรถรายวันอีก 1,000 เยน

• การยกเลิก Fast Pass ฟรี: มีการยกเลิกบริการ Fast Pass แบบไม่มีค่าใช้จ่ายประเภทสุดท้ายที่ยังคงเหลืออยู่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการเข้าแถวรอเครื่องเล่นในเส้นทางปกติ จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้บริการระบบสำรองคิวแบบชำระเงินแทน

ที่ผ่านมา โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ต มีการปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

• ปี 2019: 7,500 เยน (ราคาเดียวตลอดปี)

• ปี 2020: 8,200 เยน (เพิ่มขึ้น 700 เยน)

• ปี 2021 (ฤดูใบไม้ผลิ): 8,700 เยน (เพิ่มขึ้น 500 เยน)

• ปี 2021 (ฤดูใบไม้ร่วง): 9,400 เยน (เพิ่มขึ้น 700 เยน)

• ปี 2023: 10,900 เยน (เพิ่มขึ้น 1,500 เยน)

• ปี 2026 (ฤดูใบไม้ร่วง): 12,400 เยน (เพิ่มขึ้น 1,500 เยน)

จากการปรับราคาดังกล่าว พบว่าในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา โตเกียว ดิสนีย์ รีสอร์ต ได้ปรับขึ้นราคาบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่รวมแล้วมากกว่า 65% นอกจากนี้ ยังได้ยกเลิกการจำหน่ายบัตรประจำปี (Annual Pass) ไปตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเป็นการตัดช่องทางในการลดภาระค่าใช้จ่ายของกลุ่มผู้เข้าชมขาประจำ

บริษัท โอเรียนทัล แลนด์ ชี้แจงถึงเหตุผลในการปรับขึ้นราคาว่า เป็นไปเพื่อตอบสนองต่อต้นทุนการดำเนินงานและค่าแรงพนักงานที่สูงขึ้น รวมถึงเพื่อสะท้อนถึงคุณค่าของประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น การเปิดให้บริการโซน Fantasy Springs ในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลังนี้ก่อให้เกิดข้อกังขาในกลุ่มผู้เข้าชมโตเกียวดิสนีย์แลนด์ เนื่องจากโซนดังกล่าวตั้งอยู่ภายในดิสนีย์ซีเท่านั้น แต่ผู้เข้าชมดิสนีย์แลนด์กลับต้องร่วมรับภาระราคาตั๋วที่สูงขึ้นด้วย

แม้จำนวนผู้เข้าชมโตเกียวดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซีจะยังคงรักษาระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มปรากฏสัญญาณบ่งชี้ว่า สวนสนุกอาจกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดของระดับราคาที่นักท่องเที่ยวทั่วไปยินดีที่จะชำระในขณะเดียวกัน ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน (USJ) ณ นครโอซาก้า กลับมีระดับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลจากการสำรวจความคิดเห็นของเด็กชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับสวนสนุกที่ประสงค์จะไปเที่ยวชมมากที่สุด พบว่า โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ ได้รับคะแนนโหวตอยู่ในอันดับที่ 4 เท่านั้น

นอกจากนี้ ภาพลักษณ์เชิงวัฒนธรรมของโตเกียวดิสนีย์แลนด์เริ่มสูญเสียความดึงดูดใจในกลุ่มวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงาน (ช่วงอายุ 20 ปีตอนต้น) ขณะที่กลุ่มแฟนคลับรุ่นใหญ่ยังคงเหนียวแน่น คาดการณ์ว่าผู้บริหารกำลังคาดหวังอุปสงค์จากกลุ่มลูกค้ารุ่นใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งมีความยืดหยุ่นต่อราคาต่ำ (Price Inelastic) แต่ยุทธศาสตร์ดังกล่าวก็มีความเสี่ยงที่จะกีดกันกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ และส่งผลกระทบต่อฐานความนิยมของสวนสนุกในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาบัตรเข้าชมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ถือเป็นยุทธศาสตร์ระดับโลกของเครือดิสนีย์ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา:

• สหรัฐอเมริกา (Disneyland Resort & Walt Disney World): มีการปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง โดยราคาบัตร 1 วันสำหรับสวนสนุกหลักในช่วงวันที่มีความต้องการสูงสุด (Peak Season) ทะลุเพดาน 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 209 ดอลลาร์) รวมถึงมีการปรับขึ้นราคาบัตรประจำปี (Annual Pass) และบริการทางด่วน (Lightning Lane)

• ฮ่องกง (Hong Kong Disneyland): ปรับโครงสร้างราคาเป็นระบบ 4 ระดับ (Tier 1–4) ส่งผลให้ราคาบัตรในวันหยุดเทศกาลปรับตัวสูงขึ้น พร้อมปรับขึ้นราคาบัตรสมาชิกรายปี (Magic Access)

• ฝรั่งเศส (Disneyland Paris): ปรับขึ้นราคาบัตรเข้าชมรายวันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และยกเลิกบัตรปีรูปแบบเดิมเปลี่ยนมาใช้ระบบ Disneyland Pass ที่มีราคาสูงขึ้น

• จีน (Shanghai Disney Resort): ใช้ระบบกำหนดราคา 4 ระดับ เพื่อสะท้อนความต้องการในช่วงวันหยุดยาวและช่วงเปิดตัวเครื่องเล่นใหม่