จากรายงานของ ThreadUp แพลตฟอร์มรีเซลออนไลน์ เผยให้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดเสื้อผ้ามือสอง โดยในปี 2025 มีการเติบโตสูงกว่าธุรกิจสินค้าหมวดหมู่เสื้อผ้าทั่วไปถึง 4 เท่า และมีการประเมินว่าตลาดมือสองจะมีมูลค่าสูงถึง 3.93 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
ขณะที่ธุรกิจมือสองในไทยเองก็มีการเติบโตไม่ต่างจากต่างประเทศ และได้เปลี่ยนผ่านจาก ‘หน้าร้านทั่วไป’ เข้าสู่ร้านค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้ง Instagram และ TikTok ที่มักจะมีการไลฟ์ขายของเป็นประจำ หรือ X ที่มีแฮชแท็กอย่าง “#ส่งต่อเสื้อผ้า #เสื้อผ้ามือสอง” ในการสร้างคอมมูนิตี้สำหรับผู้ที่สนใจ
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงอินกับ ‘เสื้อผ้ามือสอง’?
1. ซื้อเพราะ ‘แคร์โลก’ : ผู้บริโภคยุคใหม่มองเห็นมลภาวะและขยะสิ่งทอจาก Fast Fashion จึงไม่ได้ต้องการซื้อเสื้อผ้าเพื่อใส่เพียงไม่กี่ครั้งแล้วทิ้ง แต่ต้องการ ‘ยืดอายุขัย’ ของเสื้อผ้าผ่านแนวคิด Sustainable Consumption และเสื้อผ้าที่มีคุณค่าในสายตาพวกเขาคือ เสื้อผ้าที่มีความ Timelessness ซึ่งตอบโจทย์ Mindset การใช้จ่ายอย่างยั่งยืน
2. ซื้อเพราะ ‘อยากแตกต่าง’ : ในมุมมองจิตวิทยาการตลาด การชำระเงินซื้อเสื้อผ้าวินเทจคือกระบวนการ Identity Construction (การสร้างตัวตน) เพื่อปฏิเสธ Mass Consumption โดยมองว่า สินค้ามือสองมักมี ‘ชิ้นเดียวในโลก’ การ Mix & Match สินค้าเก่ากลายเป็นสัญลักษณ์ของการมี ‘เทสดี’ และสินค้าไม่ได้เป็นแค่เสื้อผ้า แต่เป็น Storytelling ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่แสดงเอกลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างโดดเด่น
3. Circular Economy : ในไทยตลาดมือสองได้ยกขึ้นสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ สร้างคอมมูนิตี้และแพลตฟอร์มที่หลากหลาย รวมถึงแอปพลิเคชันอย่าง Sasom (สะสม) ที่เน้นส่งต่อของมีคุณค่าทางจิตใจ หรือ Loopers (ลูปเปอร์) ที่เปิดพื้นที่ให้บุคคลทั่วไปและองค์กรมาเปิดตู้เสื้อผ้า เช่น แคมเปญ KTC Closet เพื่อเปิดตู้เสื้อผ้าหมุนเวียนสินค้าคุณภาพดีกลับสู่ตลาด ซึ่งเป็นการสร้าง Brand Image ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของคนได้จริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อการซื้อขายย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์ ความสะดวกสบายจึงมาพร้อมกับความเสี่ยง เพราะมิจฉาชีพมักฉวยโอกาสนี้สร้างบัญชีปลอม หรือใช้ Generative AI สร้างรูปหลอกลวงดังนั้น เพื่อให้การบริโภคเป็นไปอย่างมีสติและปลอดภัย จึงมี 5 เช็กลิสต์ ที่ควรตรวจสอบก่อนโอนเงิน
1. เช็กความน่าเชื่อถือของร้านอ่านรีวิวจากลูกค้ารายก่อนๆ ยิ่งมีรีวิวในเชิงบวกมาก ความน่าเชื่อถือยิ่งสูง
2. ขอดูรูปสินค้าเพิ่มเติมขอดูรูปในมุมอื่นๆ เพื่อเช็กตำหนิ และป้องกันกรณีที่ร้านไม่มีสินค้าอยู่จริง
3. สังเกต AI และรูปปลอมระวังร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือใช้รูปภาพสร้างจาก Generative AI ให้ลองใช้ Google Lens ค้นหารูป เพื่อดูว่าภาพถูกก๊อปปี้มาจากร้านอื่นหรือไม่
4. ดูรีวิวการจัดส่งสินค้าตรวจสอบว่าร้านมีประวัติ "ดองของ" หรือหยุดส่งสินค้าในออเดอร์หลังๆ หรือไม่
5. เช็กเลขบัญชีมิจฉาชีพนำเลขบัญชีหรือเบอร์โทรศัพท์ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ศูนย์เช็กข้อมูลภัยออนไลน์ เช่น checkgon.go.th ก่อนชำระเงิน