Insight

สรุปคาดการณ์ตลาดอสังหาปี 69 ชะลอตัว แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต ยอดขาย-ระบายสต๊อกฟื้นตัวดีขึ้น

สรุปตลาดอสังหาปี 69 (3).png

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัย ในครึ่งปีแรก 2569 มีโครงการเปิดตัวใหม่ ดังนี้

  • จำนวนโครงการ 97 แห่ง ลดลง 15.7% จาก 115 โครงการ เมื่อปีก่อน
  • จำนวนหน่วยขาย 17,045 หน่วย เพิ่มขึ้น 10.1% จาก 15,484 หน่วย ในปีก่อน
  • มูลค่าโครงการ.152,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.3% จาก 110,230 ล้านบาท ในปีก่อน

แม้จำนวนโครงการจะลดลง แต่จำนวนหน่วยเยอะขึ้น เพราะเน้นการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ขึ้น เฉลี่ย 176 หน่วย/โครงการ (เทียบกับปี 68 ที่เฉลี่ย 135 หน่วย) เพราะมีคอนโดมิเนียมเปิดตัวมากเป็นพิเศษ

ขณะที่ราคาต่อหน่วยสูงขึ้น จาก 7.17 ล้านบาท/ยูนิต เป็น 8.90 ล้านบาท/ยูนิต สะท้อนว่าสินค้าราคาถูกขายได้น้อยลงเนื่องจากกำลังซื้อกลุ่มนี้หดตัว

อสังหา

ปิด-ชะลอขายบางโครงการ เซ่นพิษเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมยังไม่วิกฤต

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีโครงการที่หยุดขาย จำนวน 6 โครงการ คิดเป็น 4,136 หน่วย และมูลค่า 23,939 ล้านบาท) จากครึ่งหลังของปี 2568 ที่ผ่านมา หยุดขายไป 8 โครงการ 3,964 หน่วย มูลค่า 17,880 ล้านบาท

สาเหตุที่โครงการต้องหยุดชะงักมาจากปัจจัยดังนี้

​31% ไม่ผ่าน EIA (ผลกระทบสิ่งแวดล้อม)

​22% รูปแบบสินค้าไม่เหมาะกับทำเล/ตลาด ทำให้ขายไม่ออก

​19% ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ

​7% ทำเลไม่เหมาะสมกับการพัฒนา

"ตลาดได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวไม่มากนัก ยังไม่เกิดวิกฤต"
China Real Estate อสังหาฯ จีน

ยอดขายปี 69 คาดสูงกว่าปี 69 แต่สินค้าค้างสต็อกยังมี ประเมินระบายหมดใน 4 ปี

สำหรับยอดขายที่อยู่อาศัยช่วงครึ่งปีแรก 2569 ขายได้รวม 26,780 หน่วย แบ่งเป็น

​1.คอนโดมิเนียม

-หน่วยขายได้ 14,439 หน่วย (สัดส่วน 53.9% ของหน่วยขายฯ)

-มูลค่า 70,407 ล้านบาท (สัดส่วน 46.8% ของมูลค่าฯ)

​2.ทาวน์เฮาส์

-หน่วยขายได้ 6,820 หน่วย (สัดส่วน 25.5% ของหน่วยขายฯ)

-มูลค่า 21,362 ล้านบาท (สัดส่วน 14.2% ของมูลค่าฯ)

​3.บ้านเดี่ยว

-หน่วยขายได้ 3,393 หน่วย (สัดส่วน 12.7% ของหน่วยขายฯ)

-มูลค่า 46,313 ล้านบาท (สัดส่วน 30.8% ของมูลค่าฯ)

​AREA คาดการณ์ยอดขายทั้งปี น่าจะโตถึง 57,000 หน่วย สูงกว่าปี 2568 ที่ขายได้ 50,472 หน่วย แสดงว่าสินค้าคงค้างถูกระบายออกเรื่อย ๆ และการเปิดตัวใหม่ลดลง สะท้อนว่าตลาดไม่มีภาวะฟองสบู่และไม่มีความเสี่ยงฟองสบู่แตก
representation-ecology-sustainability.jpg

นอกจากนี้ ด้านสินค้าเหลือขายคงค้าง (ณ กลางปี 2569) มีสูงถึง 210,112 หน่วย ต้องใช้เวลาขายอีกประมาณ 49.5 เดือน หรือประมาณ 4.1 ปี จึงจะหมด หากไม่มีโครงการใหม่เปิดเพิ่มเลย

จำแนกตามเซกเมนต์สินค้าที่เหลือขายมากสุด คือ

​อันดับ 1 ทาวน์เฮาส์ 68,831 หน่วย (32.8%)

​อันดับ 2 คอนโดมิเนียม 61,543 หน่วย (29.3%)

​อันดับ 3 บ้านเดี่ยว 51,739 หน่วย (24.6%)

"คอนโดขายได้ดีเพราะซื้อง่าย ขายคล่อง และปล่อยเช่าง่าย"
ที่ดิน บ้าน

ประมาณการทั้งปี 2569 กลุ่มกลาง-ล่างลำบาก

​คาดการณ์ทั้งปี 2569 จะมีที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ 35,795 หน่วย (ลดลง 13.7%) แต่มูลค่ารวมจะสูงถึง 320,758 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 10.4%)

​แนวโน้มกำลังซื้อ ตลาดราคาระดับปานกลางถึงปานกลางค่อนข้างต่ำทำได้ยาก เพราะกำลังซื้อหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนคอนโดราคาประหยัด (ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทที่ได้ BOI) มีผู้ประกอบการทำได้น้อยราย ในทางกลับกัน ตลาดระดับบน (ราคาราคาแพง) ยังขายได้ดี เพราะผู้ซื้อได้รับผลกระทบน้อยกว่า

​ดร.โสภณ กล่าวว่า ภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 คาดว่าสถานการณ์จะดีกว่าครึ่งปีแรก มีโครงการรอเปิดตัวอยู่อีก 399 โครงการ (บ้านเดี่ยว 136 โครงการ, คอนโด 110 โครงการ, ทาวน์เฮ้าส์ 115 โครงการ) แต่อาจเปิดไม่ทั้งหมดเพราะตลาดยังไม่สดใสเท่าที่ควร

"หากเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัว ตลาดอสังหาจะสามารถฟื้นตัวตามได้ดี แต่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะยังคงทรงตัว ส่งผลให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นไม่คึกคักเท่าที่ควร ดังนั้น ภาพการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ระดับ 100,000 หน่วยต่อปีในเขต กทม. และปริมณฑล เหมือนในอดีต จึงน่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในระยะเวลาอันใกล้นี้"