ตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมไทยครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญความท้าทายจากแรงกดดันของเศรษฐกิจโลก แต่ความต้องการพื้นที่ผลิตกลับไม่ได้แผ่วลงตาม
ปัจจัยสำคัญมาจากการทะลักของ "กลุ่มอุตสาหกรรมมูลค่าสูง" (High-Value Industry) ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยี และระบบการผลิตขั้นสูง
ยอดซื้อขายที่ดิน โต 17.5% สะท้อนการลงทุนสเกลใหญ่
มาร์คัส เบอร์เทนชอว์ หุ้นส่วน - หัวหน้าฝ่าที่ปรึกษาด้านพื้นที่โลจิสติกส์และอุตสาหกรรม ของไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย (Knight Frank Thailand) กล่าวว่า ครึ่งปีแรกนี้ แม้จำนวนโครงการใหม่ที่ยื่นขอ BOI อาจดูทรงตัวหรือลดลงจากระดับสถิติสูงสุดในปีก่อน แต่ในแง่ "การซื้อขายที่ดินนิคมฯ เพื่อใช้งานจริง" เติบโตสวนทาง
-ยอดซื้อขายที่ดินอุตสาหกรรม (Land Take-up) จำนวน 5,503 ไร่ (เพิ่มขึ้น 17.5% YoY)
-อุปทานที่ดินอุตสาหกรรม (SILP) มีพื้นที่รวมสะสม 191,292 ไร่ (+3.1% YoY) โดยกว่า 64.6% ของพื้นที่ทั้งหมดขยายตัวอยู่ในโซน EEC
"โจทย์ของประเทศไทยวันนี้ ไม่ใช่แค่การดึงดูดการลงทุนให้ได้มากที่สุด แต่เราต้องมี 'ความพร้อม' เพียงพอที่จะรองรับเมกะโปรเจกต์ยุคใหม่หรือไม่ เมื่อทุนใหญ่ไม่ได้มองหาแค่ที่ดินเปล่า แต่มองหาระบบสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และศักยภาพในการขยายธุรกิจระยะยาว ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นตัวตัดสินความสามารถในการแข่งขันของประเทศ"

EEC ครองแชมป์ ฮับอุตสาหกรรมดันราคาที่ดินทะยาน
ปัจจัยหนุนจากความต้องการพื้นที่ยุทธศาสตร์ ส่งผลให้ ราคาที่ดินอุตสาหกรรมเฉลี่ยทั่วประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.43 ล้านบาทต่อไร่ (เติบโต 16.2% YoY)
โดยเฉพาะ EEC ที่ราคาที่ดินพุ่งกระฉูด สูงสุดถึง 31% YoY สะท้อนว่านักลงทุนระดับโลกยังคงกระจุกตัวและยอมจ่ายให้กับทำเลที่มีระบบนิเวศอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมที่สุด

ปรับกลยุทธ์รับดีมานด์ Built-to-Suit และโรงงานสำเร็จรูปขาขึ้น
เมื่อความต้องการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมเฉพาะทาง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมจึงต้องปรับตัวอย่างเห็นได้ชัด
1.เน้น Built-to-Suit & Pre-leased
พัฒนาโครงการตามโจทย์เฉพาะของลูกค้าแต่ละราย ทั้งระบบไฟฟ้า กำลังน้ำ และสเปกอาคาร เพื่อตอบโจทย์โรงงานไฮเทค
2.Ready-Built Factory (RBF) ขาดแคลน
ตลาดโรงงานสำเร็จรูปมีอุปทานใหม่เติมเข้ามาเพียง 10,400 ตารางเมตร (หมุดหมายใหม่อยู่ที่จังหวัดระยองทั้งหมด) ส่งผลให้อัตราการเช่า (Occupancy Rate) พุ่งสูงถึง 98.2% ซึ่งแทบจะเต็ม 100% สะท้อนดีมานด์โรงงานพร้อมใช้งานที่ยังคงดีมานด์สูงต่อเนื่อง

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ พระเอกปีนี้
กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นพระเอกหลักในครึ่งปีแรก 2569 ยังคงเป็น "กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์" คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด โดยเน้นไปที่การผลิตแผ่นวงจรอินเทอร์เน็ตและชิ้นส่วนไฮเทค เช่น PCB, Flexible PCB และ HDI PCB เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า "การขยายโรงงานเดิม" มีอัตราเติบโตสูงกว่าการเปิดโรงงานใหม่ สะท้อนว่านักลงทุนที่เข้ามาปักหมุดในไทยก่อนหน้านี้ ยังคงมั่นใจและเลือกใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักในระยะยาว

ก้าวต่อไปของตลาดอสังหาฯ อุตสาหกรรมไทย
ทิศทางครึ่งปีหลัง 2569 และอนาคตข้างหน้า ตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมไทยจะยังได้อานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของทุนระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม "สมรภูมิใหม่" ของการแข่งขันจะไม่ได้วัดกันที่จำนวนไร่ของที่ดินอีกต่อไป แต่วัดกันที่ "เสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐาน" ทั้งพลังงานสะอาด ระบบจัดการน้ำ โครงข่ายสัญญาณดิจิทัล และความยั่งยืน (ESG) ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าไทยจะกุมความได้เปรียบในฐานะ Hub อุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ยาวนานแค่ไหน