ในยุคที่เทรนด์ Pet Humanization (การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก) เติบโตแบบก้าวกระโดด ได้เกิดไอเดียธุรกิจสุดเก๋อย่างการ "แบ่งพื้นที่บ้านให้น้องหมาวิ่งเล่นรายชั่วโมง" ซึ่งกำลังเป็นกระแสมาแรงมากในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา
โดยสามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นกระแสเงินสดเข้ากระเป๋าได้สูงสุดถึง 3,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 100,000 บาท/เดือน เลยทีเดียว
ทำไมธุรกิจนี้ถึงกลายเป็น "เทรนด์ใหม่มาแรง"?
ไอเดียนี้เกิดจากการแก้ Pain Point ที่แท้จริงของคนรักสัตว์เลี้ยงผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Sniffspot (หรือที่หลายคนเรียกว่า Airbnb สำหรับน้องหมา)
1.สวนสาธารณะไม่ใช่สวรรค์ของหมาทุกตัว โดยเฉพาะหมาขี้กลัว หมาอินโทเวิร์ด
น้องหมาหลายตัวมีนิสัย Introvert วิตกกังวล หรือเป็น Reactive Dogs (ตื่นตระหนกง่ายเมื่อเจอคนหรือสุนัขแปลกหน้า) การพาไป Dog Park สาธารณะจึงอาจทำให้หมาหรือเจ้าของเครียด ที่ต้องคอยระวังไม่ให้เกิดการปะทะกัน

2. ความต้องการ "พื้นที่ส่วนตัว"
เจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ยินดีจ่าย เพื่อซื้อความอุ่นใจ ปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว ให้ลูกรักสี่ขาได้วิ่งปล่อยพลังแบบ 100% ในพื้นที่ที่มีรั้วรอบขอบชิด โดยไม่ต้องใส่สายเลื่อน และไม่ต้องกังวลเรื่องเชื้อโรคหรือสุนัขตัวอื่นมาแย่งเล่น
3.หมา Extrovert จัดปาร์ตี้ได้
ขณะเดียวกัน ธุรกิจนี้ยังตอบโจทย์หมา Extrovert ชอบเข้าสังคม หรือเล่นกับเพื่อน ๆ น้องหมาด้วยกัน โดยนอกจากให้เช่าสถานที่วิ่งเล่นแล้ว ยังสามารถจัดปาร์ตี้วันเกิดน้องหมา หรือการทำเอาต์ติ้งรวมหมาสายพันธุ์เดียวกันให้มาจอยในพื้นที่ได้เช่นกัน

เปิดตัวเลขรายได้ธุรกิจสูงสุดเดือนละ 1 แสนบาท
ส่วนการคิดค่าบริการจะคำนวณเป็น รายชั่วโมงเริ่มต้น 10-15 ดอลลาร์/ชั่วโมง/ตัว แต่หากพื้นที่สนามหญ้ากว้างมาก ๆ เกินครึ่งเอเคอร์ (1.26 ไร่) ราคาก็จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยนี้พอสมควร แต่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 350-700 บาท / ชั่วโมง /สุนัข 1 ตัว หรือมีรายได้รายเดือนดังนี้
1.สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ขนาดกลาง-ใหญ่ ในทำเลเดินทางสะดวก มีรายได้เฉลี่ย 35,000 - 100,000 บาท/เดือน
2.ส่วนเจ้าของบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง รั้วแน่นหนา มีร่มเงาไม้ หรือมีสระว่ายน้ำส่วนตัว (Dog-Friendly Pool) สามารถทำรายได้ทะลุ 200,000–300,000 บาท/เดือน ในช่วง High Season หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

เปลี่ยนบ้านเป็น Private Dog Park ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ข้อดีที่สุดของธุรกิจนี้คือ Asset-Light ไม่ต้องลงทุนสร้างอะไรใหม่ก้อนใหญ่ เพียงแค่ปรับใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว ได้แก่
1.พื้นที่ปลอดภัย สนามหญ้า ลานกว้าง หรือสวนหลังบ้านที่มี "รั้วมิดชิด" ป้องกันน้องหมามุดหรือกระโดดออก
2.สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ถังน้ำสะอาด, ชามน้ำ, ถุงเก็บขับถ่าย, และที่นั่งพักสำหรับเจ้าของ
3.Gimmick เพิ่มมูลค่า อาจมีของเล่น, อุปกรณ์ฝึกวิ่ง (Agility), สระน้ำพลาสติกเล็กๆ หรือพื้นที่ดมกลิ่น (Sniffing Zone) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ