Insight

"บ้านหรู" หั่นราคา 30% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับเร่งระบายสต๊อก-เสริมสภาพคล่อง

บ้านหรู.jpg

ภัคพริ้ง การุญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันมารุกเซกเมนต์ระดับบนมากขึ้น โดยเฉพาะ "บ้านหรู" เพราะมองว่ายังเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อ จากในอดีตมีผู้เล่นในตลาดน้อยราย

ส่งผลให้ ซัพพลายใหม่ของบ้านหรูทยอยเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน ทำให้การแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรง นับตั้งแต่ปลายปี 2568 - ต้นปี 2569

"ปัจจุบันเริ่มเห็นผู้ประกอบการหลายรายลดราคาบ้านหรูลง 20-30% เพื่อเร่งระบายสต๊อกและเสริมสภาพคล่อง ซึ่งถือเป็นระดับส่วนลดที่สูงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในตลาด จากเดิมบ้านระดับบนมักลดราคาไม่เกิน 5%"

ยกตัวอย่าง บางโครงการที่ตั้งราคาขาย 50 ล้านบาท แต่ปรับลดเหลือ 39 ล้านบาทต่อยูนิต แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการบางรายยอมลดกำไรเพื่อเร่งปิดการขาย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดบ้านหรูจะเล่นสงครามราคากัน แต่แสนสิริมองต่าง อาจมีโปรโมชั่นบ้าง แต่ไม่ใช้กลยุทธ์แข่งขันด้วยการลดราคาจำนวนมาก เพราะมองว่าลูกค้าบ้านระดับบนไม่ได้ตัดสินใจจากราคาที่ถูกที่สุด แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าในระยะยาว ทั้งการออกแบบ คุณภาพการอยู่อาศัย และบริการหลังการขาย

รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Capital Gain) เช่น เมื่อ 10 ปีก่อน โครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา มีราคาขาย 10 ล้านบาท ปัจจุบันสามารถขายต่อได้ในราคา 15 ล้านบาท เป็นต้น

ขณะที่ บ้านในทำเลศักยภาพอย่างกรุงเทพกรีฑา พระราม 9 และบางนา ของแสนสิริยังสร้างยีลด์ได้สูง 7-9% จึงเป็นที่สนใจของผู้ซื้อ

"แสนสิริเชื่อว่าความได้เปรียบในการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่เป็นความคุ้มค่าที่เหนือกว่า ทั้งด้านการออกแบบ การบริการ และระบบดูแลลูกบ้านหลังการขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเดิมจำนวนมากกลับมาซื้อบ้านหลังใหญ่เมื่อมีกำลังซื้อมากขึ้น"

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 บริษัทมองว่าเซกเมนต์ระดับกลางยังมีดีมานด์แข็งแกร่งกว่า โดยเฉพาะแบรนด์บุราสิริ สราญสิริ และอณาสิริ ที่ยังเติบโตจากกำลังซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 12 โครงการ และนำอีก 1 โครงการที่เคยชะลอไว้กลับมาเปิดขาย