Insight

ความสุขสไตล์ “เจริญรัฐ วิไลลักษณ์”

“การพูดคุยอย่างเป็นกันเองเกี่ยวกับธุรกิจของตัวเอง พร้อมแววตาที่บ่งบอกถึงความสุข” เป็นความรู้สึกที่ยากจะมีโอกาสสัมผัสได้จาก “เจริญรัฐ วิไลลักษณ์” แต่เพราะ “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังกอร์” กลับทำให้เกิดบรรยากาศนี้ขึ้นมาได้ ด้วยภาระมากมายของ “เจริญรัฐ” ที่เป็นทั้งพี่ใหญ่ของครอบครัว…

“การพูดคุยอย่างเป็นกันเองเกี่ยวกับธุรกิจของตัวเอง พร้อมแววตาที่บ่งบอกถึงความสุข” เป็นความรู้สึกที่ยากจะมีโอกาสสัมผัสได้จาก “เจริญรัฐ วิไลลักษณ์” แต่เพราะ “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังกอร์” กลับทำให้เกิดบรรยากาศนี้ขึ้นมาได้

ด้วยภาระมากมายของ “เจริญรัฐ” ที่เป็นทั้งพี่ใหญ่ของครอบครัว และบิ๊กบอส ของกลุ่มบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในการสร้างธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชาที่ “เจริญรัฐ” ประกาศให้เป็นบ้านที่สองของธุรกิจครอบครัว ทำให้การพูดคุยกับสื่อมวลชนตกเป็นหน้าที่ของน้องชายคนรองอย่าง “วัฒน์ชัย” “ธนานันท์”

“ก็เมื่อก่อนมันขาดทุน เดี๋ยวนี้มันดีขึ้นแล้ว” “เจริญรัฐ” ไขข้อข้องใจ พร้อมกับหัวเราะอย่างเต็มที่ เมื่อมีโอกาสเปิดใจพูดคุยกับกลุ่มสื่อมวลชนระหว่างพาทัวร์พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังกอร์ และถูกถามว่าเพราะเหตุใดก่อนหน้านี้ดูขรึม ไม่ค่อยพูดซะเลย

ราวกับปลดล็อกความตึงเครียด กลายเป็นความเฮฮาสำหรับ “เจริญรัฐ” แม้บางจังหวะจะดูเกร็งๆ อยู่บ้างกับคำถามมากมาย

กัมพูชานั้น จัดว่าเป็นประเทศปราบเซียนของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของไทยที่เคยบุกเข้าไปลงทุนเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มซีพี กลุ่มชิน กลุ่มล็อกซเล่ย์ ล้วนแต่เคยผ่านสนามการลงทุนในกัมพูชามาแล้วทั้งนั้น แต่ในที่สุดก็ต้องถอยทัพออกมา เพราะการลงทุนในประเทศนี้ใช่ว่าจะมีเงินอย่างเดียว ต้องมีความลุ่มลึกทั้งในเกมธุรกิจและการเมือง

กลุ่มชินฯ เคยได้รับบทเรียนมาแล้ว จากการ “เลือกข้าง” ทางการเมือง ไปช่วยฝ่ายฮุนเซน หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อฮุนเซนประสบปัญหาทางการเมือง กลุ่มชินจึงตกที่นั่งลำบาก ต้องยุติการลงทุนไอบีซีเคเบิลทีวีในกัมพูชาไปในที่สุด

เหลือแต่เพียง “กลุ่มสามารถฯ” เท่านั้น ที่ยังคงยืนหยัดลงทุนมาจนถึงบัดนี้ รวมเวลา 15 ปีเต็ม เริ่มจากการรับสัมปทานจากรัฐบาลกัมพูชาเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ช่วงแรกขายดิบขายดี แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่การแข่งขันรุนแรง ไม่เพียงแต่กลุ่มสามารถฯ ตัดสินใจขายทิ้งธุรกิจการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในไทยเท่านั้น แต่ยังขายที่กัมพูชาอีกด้วย

จากนั้นทิศทางของกลุ่มสามารถฯ โดย “เจริญรัฐ วิไลลักษณ์” และพี่น้องทั้งหมดเห็นตรงกันว่าต้องมองหาธุรกิจที่ไม่ต้องแข่งขันสูง ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยี สื่อสาร การผูกขาดมีเพียงรายเดียวที่ให้บริการ

ที่ “กัมพูชา” เป็นผลของความคิดนั้น จาก 2 โครงการที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือสัมปทานบริการควบคุมการจราจรทางอากาศให้สนามบินหลักทั่วประเทศกัมพูชา นาน 22 ปี เช่น สนามบินพนมเปญ เสียมเรียบ และอีก 6 จังหวัด และโครงการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าแก่โรงงานกัมปอตซิเมนต์ โรงงานผลิตปูนซีเมนต์คุณภาพสูงในเครือซิเมนต์ไทย