Insight

ไต้หวันแฉ WHO "เมินคำเตือน" เรื่องไวรัส COVID-19 ทั้งที่ส่งข้อมูลให้ตั้งแต่สิ้นปี 2562

การเมืองโลกส่งผลถึงสุขภาพประชาชน! ไต้หวันเปิดเผยว่าตนได้ส่งข้อมูลเตือนเรื่องการระบาดจากคนสู่คนของไวรัสโคโรนาให้กับองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2562 แต่เนื่องจาก WHO ถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ทำให้ยึดข้อมูลตามที่รัฐบาลจีนระบุเท่านั้น โดยจีนเปิดเผยข้อมูลล…

ไวรัสโคโรนา
การเมืองโลกส่งผลถึงสุขภาพประชาชน! ไต้หวันเปิดเผยว่าตนได้ส่งข้อมูลเตือนเรื่องการระบาดจากคนสู่คนของไวรัสโคโรนาให้กับองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2562 แต่เนื่องจาก WHO ถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ทำให้ยึดข้อมูลตามที่รัฐบาลจีนระบุเท่านั้น โดยจีนเปิดเผยข้อมูลล่าช้าไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2563 และทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสข้ามประเทศถูกป้องกันช้าเกินไป

หน่วยงานรัฐด้านสาธารณสุขไต้หวันกล่าวว่า ตนได้เตือน WHO ตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนธันวาคม 2562 แล้วว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดไวรัสชนิดใหม่ซึ่งสามารถระบาดจากคนสู่คนได้ แต่ขณะนั้นข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีการส่งต่อให้กับประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ไต้หวันไม่ใช่สมาชิกของ WHO เพราะประเทศจีนถือว่าไต้หวันคือส่วนหนึ่งของประเทศ และกดดันให้ประเทศอื่นๆ หรือองค์กรระหว่างประเทศต้องไม่ปฏิบัติต่อไต้หวันเสมือนเป็นประเทศที่มีเอกราช และ WHO คือหนึ่งในองค์กรที่ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว อีกทั้งช่วงที่ผ่านมา WHO ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายกยอการจัดการไวรัสโคโรนาของรัฐบาลจีนดีเกินจริง ทั้งๆ ที่รัฐบาลจีนถูกกล่าวหาว่ามีความพยายามปกปิดเรื่องไวรัส COVID-19 มาตั้งแต่แรก

ข้อมูลเรื่องไวรัสโคโรนาที่ทางการไต้หวันรับทราบ เกิดจากแพทย์ชาวไต้หวันทราบสถานการณ์จากแพทย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ว่ามีสัญญาณการระบาดจากคนสู่คนของไวรัสชนิดใหม่ และมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อนี้จนเจ็บป่วย

shutterstock_1638710080-696x522

Photo : Shutterstock

ในที่สุด วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หน่วยงานรัฐของไต้หวันได้รายงานต่อไปยัง WHO ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) ที่ระบุให้ 196 ประเทศทั่วโลกแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อร่วมป้องกันการเกิดโรคระบาดต่างๆ และไต้หวันยังส่งข้อมูลนี้กลับไปที่หน่วยงานรัฐของจีนด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวกลับไม่ถูกส่งต่อให้ประเทศอื่นได้เตรียมตัวรับมือ

"IHR มีเว็บไซต์ที่ใช้เป็นการภายใน สำหรับให้ประเทศต่างๆ สามารถแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโรคระบาดและการรับมือได้ แต่ไม่มีข้อมูลใดจากศูนย์ควบคุมโรคของประเทศเราที่ส่งไปให้ ถูกแจ้งลงในเว็บไซต์นั้นเลย" เฉิน เชนเจ็น รองประธานาธิบดีไต้หวันกล่าว

เฉิน เชนเจ็น รองประธานาธิบดีไต้หวัน

"WHO ไม่ได้รับข้อมูลปฐมภูมิเพื่อนำไปศึกษาและตัดสินใจว่ามีการระบาดจากคนสู่คนของไวรัส COVID-19 หรือไม่ และทำให้การประกาศว่ามีการระบาดช้าลงไปอีก โอกาสที่จะยกระดับการแจ้งเตือนทั้งในจีนและระดับสากลได้ขาดหายไป" เชนเจ็นกล่าว โดยตัวเขาเองยังเป็นนักระบาดวิทยา และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของไต้หวันในช่วงที่โรคซาร์สระบาดด้วย

กระทรวงสาธารณสุขของจีนเพิ่งจะประกาศว่าไวรัสชนิดนี้มีการระบาดจากคนสู่คนเอาเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 ส่วน WHO ประกาศช่วงกลางเดือนมกราคม 2563 ว่าไวรัสนี้อาจจะมีการระบาดแบบคนสู่คน "อย่างจำกัด" แต่ได้ยกเลิกการประกาศในวันเดียวกันนั้นเอง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำเตือนแล้วแต่ประเทศแถบตะวันตกก็นับว่าสอบตกในการป้องกันโรคระบาดในเวลาต่อมา

จีนพยายามให้ไวรัสดูรุนแรงน้อยลง

เจาะลึกลงในความสัมพันธ์ระหว่าง WHO กับประเทศจีน WHO จำเป็นต้องดูแลรักษาสมดุลที่เปราะบางกับจีนไว้ในช่วงเริ่มเกิดการระบาด โดยหลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญของ WHO 12 คนเดินทางไปสำรวจการรับมือการระบาดร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน 13 คน เป็นเวลา 9 วันที่จีนโดยเฉพาะในเมืองอู่ฮั่น "บรูซ เอลวาร์ด" นักระบาดวิทยาชาวแคนาดาและผู้นำทีม WHO ครั้งนี้แถลงข่าวว่า กระบวนการของจีนนั้น "ยอดเยี่ยมมาก"

89317771_10157918196113407_23465008360849408_o

แต่เขาให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ในภายหลังว่าจริงๆ แล้วการทำงานกับเจ้าหน้าที่จีนมีการ "ดึงกันไปดีงกันมา" อย่างมากว่าคำว่าอะไรจะได้เข้าไปอยู่ในรายงานของ WHO บ้าง เพราะเจ้าหน้าที่จีนไม่ต้องการใส่คำว่า "เชื้อโรคอันตราย" แต่ให้ใช้นิยามว่าเป็น "โรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง" หรือไม่ต้องการให้ใช้คำว่า "คลื่นลูกที่สอง" ของการระบาด แต่ยอมได้ที่จะให้รายงานว่า "เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว"

ขณะที่ คลิฟฟอร์ด เลน อีกหนึ่งเจ้าหน้าที่ในทีม WHO และเป็นผู้อำนวยการสถาบันด้านโรคติดเชื้อและภูมิแพ้ของสหรัฐอเมริกา มองว่าการอภิปรายเรื่องคำที่ใช้ในรายงานไม่ถึงกับเป็นการ "เซ็นเซอร์" แต่น่าจะเรียกว่าเป็น "การบิดคำเล็กน้อย" มากกว่า

อย่างไรก็ตาม เอลวาร์ดระบุว่า เมื่อไหร่ที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนลังเลที่จะอนุญาตให้เขาเข้าถึงข้อมูล หรือไม่อนุญาตต่อคำขอต่างๆ ของเขา เขาจะตอบทันทีว่า "คุณไม่สามารถปิดเมืองแบบอู่ฮั่นได้อีกถ้าคุณไม่รู้ว่าการระบาดเกิดขึ้นได้อย่างไรและเมื่อไหร่" คำตอบกลับนี้ได้ผลเสมอเพราะ "พวกเขาไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบอู่ฮั่นอีก" เอลวาร์ดกล่าวปิดท้าย

Source