กลับมาอีกครั้งกับการแข่งขัน SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2022 ในรอบ Thailand Competition การแข่งขันแผนธุรกิจสตาร์ตอัประดับโลกในรอบระดับประเทศภายใต้แนวคิด “Redefining the Future of Sustainable Ventures” โดยในปีนี้ทีม Defire จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) คว้าชัยชนะได้รับถ้วยรางวัลและเงินสดมูลค่า US$ 3000 (หรือกว่า 100,000 บาท) ไปครอบครอง ซึ่งในวันนี้ได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษกับเหล่าผู้ชนะ ถึงเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ และวิธีเอาชนะใจกรรมการ
ร่วมทำความรู้จักกับทีม Defire
พวกเราทีม Defireเป็นกลุ่มนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ที่รวมตัวกันเพื่อร่วมแข่งขัน SCG Bangkok Business...
ตลาด “เครื่องสำอาง” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ช่วง COVID-19 กดยอดขาย “อีฟแอนด์บอย” ลดลง 30% แต่เปิดไตรมาส 1 ปี 2565 เห็นสัญญาณกลับเป็นบวกแล้ว คาดปีนี้ทำยอดขายแตะ 5,000 ล้านบาท กลับสู่เส้นทางไล่ล่ายอดขาย 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีอีกครั้ง โดยมีกำลังเสริมสำคัญอย่าง “อีคอมเมิร์ซ” ช่วยเจาะลูกค้าใหม่-ต่างจังหวัดได้ดีขึ้น
เนสท์เล่ (Nestlé) บริษัทอาหารเเละเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลก มีการปรับขึ้นราคาสินค้ามากกว่า 5% ในช่วง 3 เดือนเเรกของปีนี้หลังต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น จากปัญหาเงินเฟ้อส่งผลต่อภาระผู้บริโภค
ในรายงานผลประกอบการไตรมาสแรก ระบุว่า “กลุ่มผู้บริโภคในอเมริกาเหนือได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีราคาสินค้าของเนสท์เล่เพิ่มขึ้น 8.5% ตามมาด้วยผู้บริโภคโซนลาตินอเมริกาที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น 7.7%”
Mark Schneider ซีอีโอของเนสท์เล่ ส่งสัญญาณว่าบริษัทมีแนวโน้มจะปรับขึ้นราคาสินค้าอีก ตามอัตราเงินเฟ้อโลกที่พุ่งสูงขึ้น
โดยระบุในเเถลงการณ์ว่า การปรับขึ้นราคาสินค้าจะต้องคำนึงถึงผู้บริโภค โดยอัตราเงินเฟ้อทำให้ต้นทุนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีการปรับราคาเพิ่มเติม รวมออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบตลอดทั้งปีนี้
อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยเงินเฟ้อสหรัฐฯ แตะ 8.5% ในเดือนมีนาคม สูงที่สุดในรอบ 40 ปี ส่วนในยุโรปอยู่ที่ 7.5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สหภาพยุโรปเริ่มรวบรวมข้อมูลเมื่อประมาณ 25 ปีที่แล้ว
ราคาของสินค้าที่ผลิตจากโรงงานในเยอรมนีเมื่อเข้าสู่ราคาขายปลีกได้ปรับเพิ่มขึ้น 30% ในเดือนมีนาคมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 73...
จุดเปลี่ยนที่สำคัญหลายครั้งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเมื่อเรามองย้อนกลับไป ไม่ว่าจะเป็นการกำเนิดของแท่นพิมพ์ เครื่องจักรไอน้ำ และอินเทอร์เน็ต ได้รับการยอมรับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ แต่สำหรับธุรกิจธนาคาร จุดเปลี่ยนที่รับรู้ได้ล่าสุด เช่นเดียวกับหลายธุรกิจ คือ ผลกระทบจากภาวะการระบาดของโควิด-19 ที่เข้ามาพลิกโฉมธุรกิจไปโดยสิ้นเชิง
ถ้าปี 2563 และ 2564 เป็นปีที่สถานการณ์โควิดบีบให้ธนาคารต้องปรับตัว ปี 2565 จะเป็นปีที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักของธุรกิจธนาคาร และเป็นจุดเริ่มของยุคนิวนอร์มัล ธนาคารชั้นนำของโลกส่วนใหญ่นั้นมีแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนโควิด-19 และได้นำเอาระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในหลายส่วนงาน ตลอดจนดำเนินการทดลองอย่างระมัดระวังในการเปลี่ยนแปลงโมเดลทางธุรกิจรูปแบบเดิมแม้จะกระทบกับแหล่งรายได้เดิมก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของลูกค้าที่มีมากขึ้นในหลายมิติ รวมไปถึงผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่รุกเข้ามาในธุรกิจธนาคาร ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ปี 2565 เป็นปีที่ธนาคารชั้นแนวหน้าของโลกจะต้องยิ่งพัฒนาขึ้นไปอีก เพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ
คุณวิชยา จาว กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจงานบริการทางด้านการเงิน เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย คาดการณ์ 7 แนวโน้มเด่น ที่เอคเซนเชอร์ประเมินว่าจะเข้ามาดิสรัปต์และส่งผลต่อแนวโน้มของธุรกิจธนาคารในปี 2565 นี้
1. หลายองค์กรอยากเป็นซูเปอร์แอพ
เช่นเดียวกับสมาร์ตโฟนที่พยายามผนวกเอาฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นไว้ครบในเครื่องเดียว ซูเปอร์แอพก็เช่นกันที่หลายธนาคารพยายามตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแอพของตัวเองให้รอบด้านมากขึ้น...
AIS เดินหน้าภารกิจคนไทยไร้ E-Waste ตามเป้าหมายการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนพร้อมร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม เนื่องในวาระวัน Earth Day จึงเน้นย้ำสร้างความตระหนักรู้ให้คนไทยเข้าใจถึงปัญหาและผลกระทบของขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการช่วยกันนำขยะ E-Waste เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธีแบบ Zero Landfill โดยล่าสุดได้ขยายจุดรับทิ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ เพิ่มเติม ประกอบด้วย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค , บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด , กลุ่มธุรกิจ TCP, สถาบันการเเพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ บมจ.ศุภาลัย ทำให้วันนี้โครงการคนไทยไร้ E-Waste มีจุดรับทิ้งแล้วกว่า 2,478 จุดทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ยังได้จับมือกับ ลาซาด้า ปล่อยแคมเปญ...
โพเมโล แฟชั่นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลกด้วยการยกระดับความคิดริเริ่มในการผลิตสินค้ากลุ่มยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวด ล้อมภายใต้โครงการ “Down to Earth” เป็นปีที่สองติดต่อกัน ผ่านแนวคิด "Make it Count" ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่มีมายาวนานในการนำเสนอเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์ที่นำเทรนด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงทีละขั้นด้วยการเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป
โครงการ “Down to Earth”
วันคุ้มครองโลกปีนี้ โพเมโล เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ในสินค้ากลุ่มยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งทำจากวัสดุและกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงผ้าฝ้าย ทั้งนี้ โพเมโล ภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ The Better Cotton Initiative (BCI) เพื่อคัดสรรผ้าฝ้ายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คอลเลคชั่นฤดูร้อนจำนวน 31 ชิ้น ซึ่งทำจากผ้าที่ผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการทำงานที่มีจริยธรรมซึ่งรวมถึงผ้าฝ้ายและผ้าเดนิมที่มีกระบวนการผลิตที่ไม่ทำลายคุณภาพของน้ำโดยคอลเลคชั่นนี้นำเสนอผลงานชิ้นสำคัญที่มาพร้อมสีสันและลายพิมพ์ที่เต็มไปด้วยความสดใส ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแคว้น คัมปาเนีย(Campania) สถานที่ท่องเที่ยวบนชายฝั่งทางตอนใต้ของอิตาลี
'Down to Earth' คือโครงการหลักที่รวมเอาความคิดริเริ่มต่าง ๆ เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งหมดของโพเมโล โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมแฟชั่นในอนาคตทั้งในระยะเวลาอันใกล้และในระยะยาว ภายในปี 2565 โพเมโลยังได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 40% สำหรับการเลือก ใช้วัตถุดิบ ที่มีความยั่งยืนมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์โพเมโล ซึ่งสะท้อน ให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงและมอบสินค้าแฟชั่นที่ทั้งอินเทรนด์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในขณะเดียวกัน
นายเดวิด โจว ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) และ ผู้ร่วมก่อตั้ง โพเมโล แฟชั่น กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่เรากำลังก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแฟชั่น เรายังคงให้ ความสำคัญต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อชุมชนและโลกของเรา การผลักดันประเด็นการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคของโพเมโล...
22 เม.ย. 2565 “SCBX” ขึ้นเป็น “ยานแม่” ของกลุ่มฯ อย่างสมบูรณ์แบบ
“เอสซีบี เอกซ์” ขึ้นเป็นยานแม่ของกลุ่มธุรกิจแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ หลังได้นำหุ้นที่ได้รับแลกเข้าจดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์แล้ววันนี้ (22 เมษายน 2565) โดยกำหนดระยะในการแลกหุ้น “SCB” เป็น “SCBX” ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มนักลงทุนผู้ถือหุ้นของ SCB ได้ตอบรับคำเสนอซื้อ (Tender Offer) สูงถึงกว่า 99% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจ และแผนยุทธศาสตร์ “ยานแม่” ของกลุ่มฯ ที่มุ่งสร้างมูลค่าจากธุรกิจใหม่ให้มีขนาดที่มีนัยยะสำคัญ เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนและแข็งแรงให้กับผู้ถือหุ้นต่อไปในระยะยาว ทั้งนี้ เตรียมนำ SCBX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเพิกถอนหุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์ออกจากตลาดในวันเดียวกันต่อไป
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ให้การตอบรับกระบวนการแลกหุ้นจากธนาคารไทยพาณิชย์ “SCB” เป็น “SCBX” สูงถึง 99% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด นับเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 90% ซึ่งเสียงตอบรับในครั้งนี้นอกจากจะสื่อถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ในการปรับโครงสร้างทางธุรกิจของกลุ่มฯ แล้ว...
LINE MAN Wongnai เดินหน้าจัดงานสุดยอดเทศกาลอาหาร “Bangkok Restaurant Week 2022” ที่ขนทัพร้านอาหารจากรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2022 มารวมไว้ในที่เดียวบนแอปพลิเคชัน Wongnai พร้อมเสิร์ฟดีลสุดคุ้มกินชนะ ครบทุกรส คัดมาแล้วทุกร้านโดยการการันตีของผู้ใช้งานคนไทยทั้งประเทศ พร้อมจับมือบัตรเครดิตซิตี้มอบส่วนลดสุดฟินให้กับนักกินได้ลิ้มลองเมนูจากร้านอาหาร ตั้งแต่วันนี้ถึง 22 พฤษภาคมนี้
นักกินตัวจริงต้องไม่พลาด! “Bangkok Restaurant Week 2022” เทศกาลงานอาหารสุดยิ่งใหญ่ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง 7 ปี โดยในปีนี้มาในธีมรวบรวมร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่มีเมนูหลากหลาย พร้อมคัดสรรซิกเนเจอร์เมนูและเมนูพิเศษ มาให้คนไทยได้จัดเต็มและมีความสุขไปกับทุกมื้ออาหารในทุกช่วงเวลากว่า 47 ร้านจากรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2022 ที่ได้รับการการันตีจากคนไทยทั้งประเทศ อาทิ J'AIME by Jean-Michel Lorain, Caper by Dan Bark, Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok,...
Tops Online (ท็อปส์ ออนไลน์) แพลตฟอร์มออนไลน์ซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินเกมยกระดับตลาด E-Commerce เปิดตัวบริการใหม่ “Tops PRIME” (ท็อปส์ ไพร์ม) เดลิเวอรี่เหมาจ่ายรายเดือน ส่งฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้ง ราคาพิเศษเพียง 99 บาท/เดือน เลือกบริการจัดส่งทั้งแบบปกติหรือ แบบ Express Delivery ส่งไวใน 1 ชม. เมื่อช้อปขั้นต่ำ 100 บาท ตอบโจทย์พฤติกรรมนักช้อปยุคใหม่ สะดวก ประหยัดเวลา หมดกังวลเรื่องค่าจัดส่ง
นายจูเลี่ยน เทสสันนิว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายธุรกิจดิจิทัล บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยว่า “Tops Online (ท็อปส์ ออนไลน์) แพลตฟอร์มออนไลน์ซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ของไทย ครบครันด้วยสินค้าอุปโภค-บริโภคกว่า 20,000 รายการ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักช้อปยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ผนวกกับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคออกจากบ้านน้อยลง ขณะที่ความต้องการในการซื้อสินค้ากลับมีมากขึ้น หลังจากมีการแพร่ระบาดพบว่ามีการสั่งซื้อสินค้าผ่านท็อปส์ออนไลน์เพิ่มขึ้น 60% ทั้งนี้จากการประเมินมูลค่าตลาดค้าปลีกออนไลน์ในปี 2565 คาดว่าจะเติบโต 20-25% มีมูลค่ารวม 50,000-52,000 ล้านบาท อันเป็นผลมาจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ 1. Work From...
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) โดยกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC Banking) ประกาศความสำเร็จ เป็นผู้นำธนาคารพันธมิตรที่กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่นไว้วางใจมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี พร้อมเดินหน้าสืบสานพันธกิจในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอันดับหนึ่งในใจของกลุ่มลูกค้าบรรษัทข้ามชาติ และเผยกลยุทธ์ในปี 2565 รุก EEC พร้อมขยายศักยภาพเชื่อมต่ออาเซียน มุ่งสร้างความร่วมมือกับ MUFG ส่งเสริมการลงทุนในสตาร์ทอัพไทย และทำงานกับเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกเพื่อขยายโอกาสให้กับลูกค้าด้วยการนำเสนอข้อมูลทางธุรกิจ กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่กรุงศรีมีความแตกต่างและเชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจไทย
นายโยชิยูกิ โฮริโอะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC Banking) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราครองความเป็นผู้นำในฐานะธนาคารพันธมิตรภายใต้เครือข่าย MUFG ที่กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่นไว้วางใจมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี นับเป็นจุดแข็งของกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC Banking) ที่เราให้บริการทั้งกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ และยังมีความเข้าใจธุรกิจเป็นอย่างดีทั้งในไทยและการขยายเครือข่ายในระดับโลก พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าทั้งบริการทางการเงินและบริการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่างๆ เช่น การจับคู่ทางธุรกิจ นอกจากนี้ การผสานพลังกับ MUFG ช่วยให้เรามีเครือข่ายระดับโลกที่ครอบคลุมถึง 50...









