Tuesday, May 5, 2026
Home Blog Page 3230
SABINA เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 64 รายได้รวม 672.3 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสแรกปี 63 ซึ่งรายได้รวม 681.6  ล้านบาท คิดเป็นลดลง 1.4% ขณะที่กำไรสุทธิ 3 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 78.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีกำไรสุทธิ 70.4 ล้านบาท คิดเป็น 11.3% โดยยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์เติบโต 45.5% เผยปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกที่สอง มาจากการปรับกลยุทธ์ขายเดินหน้าเข้าหาลูกค้า พร้อมบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ยอมรับครึ่งปีหลังความท้าทายสูง แต่ยังเชื่อว่า เป้าหมายรายได้สิ้นปีนี้จะทำลายสถิติสูงสุดได้ นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่า รายได้ในไตรมาสแรกของปีนี้จะลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่บริษัทฯ ยังคงมีความสามารถในการกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนได้ถึง 11.3% แม้ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกที่สอง ซึ่งมาจากคลัสเตอร์สมุทรสาคร โดยปัจจัยที่ทำให้ SABINA มีกำไรสุทธิเติบโตเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการปรับกลยุทธ์การหารายได้ และการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น “ในไตรมาสแรกของปีนี้ รายได้ของเราลดลงเล็กน้อย โดยรายได้ในเดือนมกราคมได้รับผลกระทบเนื่องจากโควิดระลอกสอง แต่เราปรับกลยุทธ์การหารายได้ด้วยการเข้าหาแหล่งชุมชนที่ยังมีการจับจ่ายใช้สอยจากการกระตุ้นผ่านโครงการคนละครึ่งของภาครัฐ ขณะที่ในต่างจังหวัดยังไม่ได้รับผลกระทบจากระลอกสองมากนัก ทำให้ยอดขายกลับมาเพิ่มขึ้นได้ในช่วงกุมภาพันธ์และมีนาคม...
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ รายงานผลการดำเนินธุรกิจไตรมาสแรกของ 2564 มีกำไรสุทธิ 51 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,543 ล้านบาท) โดยมีรายได้จากการขายรวม 736 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 22,269 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 102 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,086 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ16 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 274 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8,290 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 110 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,328 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 67 จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่มีราคาสูงขึ้น รวมถึงการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินสกุลบาทต่อเงินสกุลเหรียญสหรัฐ สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพอร์ตธุรกิจตามแผนธุรกิจ 5 ปี ฉบับใหม่ ปี 2564 – 2568 การนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล หรือ Digital transformation เข้ามาผสมผสานเพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม ทำให้ 3 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างผลประกอบการที่ดีในปี 2564 แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลกและวิกฤตโควิด-19 ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากหลักการ Antifragile บ้านปูได้ใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางธุรกิจใน 10 ประเทศ ใน 3 กลุ่มธุรกิจหลักเพื่อกระจายความเสี่ยง ในขณะเดียวกันเพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์การเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำที่หลากหลายในระดับนานาชาติ (International Versatile Energy Provider) โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 ภายใต้แผนธุรกิจ 5 ปี...
‘บมจ.โอสถสภา (OSP)’ โชว์ศักยภาพการดำเนินงานไตรมาส 1Q’64 สุดแกร่ง สร้างนิวไฮทั้งยอดขายและกำไร แม้ต้องเผชิญการระบาดของโควิด-19 โดยมีรายได้รวมจากการขาย 6,776 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น ปรับการดำเนินงานและกลยุทธ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ย้ำชัดยืนหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริงก์ในประเทศไทย ขณะที่ตลาดต่างประเทศยังเติบโตเป็นเลข 2 หลัก นายธนา ไชยประสิทธิ์ รักษาการ CEO บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศ เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินงานในไตรมาส 1Q’64 (มกราคม-มีนาคม)แม้ธุรกิจยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ด้วยการบริหารธุรกิจที่ยืดหยุ่น สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันเหตุการณ์ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนภายใต้โครงการ Fit Fast Firm ที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถรับมือกับปัจจัยลบที่เกิดขึ้นได้ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ทำนิวไฮที่ 1,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการสร้างความแข็งแกร่งของตราสินค้าในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมแผนการตลาดที่เน้นสร้างความผูกพันกับลูกค้า ทำให้สินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาด 54.9% โดยมีแบรนด์เอ็ม-150 เป็นเบอร์ 1 ในตลาดรวม ในขณะที่แบรนด์โสมอินซัมซึ่งมีสินค้าใหม่ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรก็สามารถสร้างการเติบโตได้เป็นอย่างดี สำหรับเครื่องดื่มในกลุ่มฟังก์ชันนอลดริงก์นั้น แบรนด์ซีวิทยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดและการเติบโต จากการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น ผลักดันให้มีส่วนแบ่งการตลาด 34.9% ในส่วนของตลาดต่างประเทศนั้น สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มดีขึ้น ทำให้มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยเติบโต 11.6% สำหรับตลาดในประเทศเมียนมาร์นั้น หลังจากเปิดโรงงานผลิตเครื่องดื่มในเมียนมาร์ในปีที่ผ่านมา รวมถึงการมีพันธมิตรทางธุรกิจและทีมบริหารในเมียนมาร์ที่มีความเข้าใจตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภค...
บริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (“MINT”) รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสแรกของปี 2564 โดยมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 5.2 พันล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 เมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 3.2 พันล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2563 โดยหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงทวีปยุโรปและประเทศไทย ยังคงเผชิญกับความท้าทายและการปิดประเทศท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระลอกใหม่ในขณะที่ในไตรมาส 1 ปี 2563 การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานของ MINT ตั้งแต่เดือนมีนาคม จากมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดต่างๆ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะกลางถึงระยะยาวของบริษัทยังคงแข็งแกร่งจากอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งจะนำไปสู่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยขณะนี้ MINT ยังคงให้ความสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องและการบริหารจัดการฐานะทางการเงิน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทายที่ยืดเยื้อนี้...
อาจารย์มหาวิทยาลัยชาวจีนคนหนึ่งเสนอแนวคิดให้รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนแก่ครอบครัวที่มีบุตรเกิดใหม่คนละ 1 ล้านหยวน (ราว 4.85 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีลูกมากขึ้น ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาอัตราการเกิดในจีนที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ
โรงพยาบาลเมดพาร์ค ร่วมมือ กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร เปิดโครงการ ‘Save Doctors, Save People, Save Thailand’ หนุนภาครัฐเร่งกระจายฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ประเดิมฉีดวัคซีนให้แก่สมาชิกของสมาคมแพทย์คลินิก 2,116 ราย นายแพทย์พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเมดพาร์ค เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลเมดพาร์ค กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และ กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ‘Save Doctors, Save...
นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัล รีเทล ยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายและไม่แน่นอน ด้วยจุดแข็งขององค์กรในด้านบุคลากรที่มีศักยภาพ และมี Growth Mindset ที่พร้อมเติบโตไปกับองค์กร รวมถึงการเป็นผู้ริเริ่ม และกลายเป็นผู้นำด้านออมนิแชแนล ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการทำธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งใช้ความได้เปรียบจากพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลาย และความยืดหยุ่น ทำให้ธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และความสามารถในการรวมพลังของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และโรบินสัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น พร้อมเร่งเครื่องขยายไทวัสดุ และท็อปส์ มาร์เก็ต ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และขยายสู่ประเทศเวียดนาม อีกทั้งยังผนึกกำลังกับซีโอแอล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์ม B2B ส่วนตลาดเวียดนาม เรายังขยายในกลุ่มธุรกิจฟู้ด และศูนย์การค้า GO! อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ผ่านการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และการดูแลอย่างใกล้ชิดในด้านกระแสเงินสด พร้อมทั้งมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการเข้าซื้อธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อเสริมพอร์ตของบริษัทให้หลากหลาย...
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “KEX” รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2564 สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2564 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นอย่างยาวนานและในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว KEX สามารถเพิ่มปริมาณการจัดส่งพัสดุด่วนได้สูงขึ้นถึง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยได้รับแรงหนุนจากการผลักดันการขายตั้งแต่ต้นปี นอกจากนี้ ในไตรมาส 1/2564 KEX เดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มและระบบการจัดส่งพัสดุ เพื่อคุณภาพการบริการและประสิทธิภาพเครือข่ายของบริษัทฯ ที่เหนือกว่าผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ  สำหรับปี 2564 เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาด KEX ได้เดินหน้ากลยุทธ์การกำหนดราคาเชิงรุกที่เข้มข้นขึ้น เพื่อตอบสนองการเติบโตของตลาดการจัดส่งพัสดุราคาประหยัด และเป็นการขยายการให้บริการเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ KEX สามารถรุกเข้าสู่ตลาดการจัดส่งราคาประหยัดและลดต้นทุนได้ต่อไป  จากผลประกอบการของบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส มีรายได้จากการขายและบริการ 4,188 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 303 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจส่งถึงบุคคล (B2C) และการจัดส่งพัสดุแบบบุคคลส่งถึงบุคคล (C2C) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยมีสัดส่วน 47.3% และ 50.8% ของรายได้จากการขายและบริการตามลำดับ  โดยรายได้ที่ลดลงประมาณ 13% นั้น มีปัจจัยหลักได้แก่ การปรับราคาต่อพัสดุเชิงรุกและการเจาะเข้าสู่กลุ่มตลาดการจัดส่งราคาประหยัด ทั้งนี้ ปัจจัยอื่นๆ...
นายนพพร วิฑูรชาติ นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย ส่งจดหมายถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอแนวทางการยกระดับมาตรการขั้นสูงสุดด้านสุขอนามัยในร้านอาหาร เพื่อเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างแนวป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 และหวังช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารใน 6 จังหวัด หลังมีนโยบายของภาครัฐออกคำสั่งห้ามรับประทานอาหารภายในร้าน ให้กลับมาเปิดบริการได้ โดยที่ยังคงปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มข้นของทางสาธารณสุขเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าร้านอาหารจะพร้อมให้บริการแบบมั่นใจ ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ ได้ตระหนักถึงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาลที่ทำมาโดยตลอดโดยจะคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงผลกระทบและความสูญเสียทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงได้เสนอการยกระดับมาตรการขั้นสูงสุดด้านสุขอนามัยในร้านอาหารเพิ่มขึ้นกว่ามาตรการปกติ เพื่อเป็นแนวทางให้ร้านอาหารทุกร้านทั้งภายในและภายนอกศูนย์การค้าสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ โดยแผนแม่บทเชิงรุก “มาตรการร้านอาหารเข้มข้นยกระดับสูงสุด”ประกอบไปด้วย 5 แนวทาง คือ นั่งทานอาหารมีระยะห่างและฉากกั้น (Social Distancing)นั่งได้ไม่เกิน 4 คนต่อโต๊ะ โดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลในโต๊ะไม่ให้ใกล้ชิดกันเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะไม่ต่ำกว่า 1-2 เมตร และมีฉากกั้น โดยหม้อต้ม...
ตลาด ‘ยานยนต์ไร้คนขับ’ เเข่งขันกันอย่างดุเดือด หลายบริษัททยอยเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมทดสอบใช้งานบนถนนจริง ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์การใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้ ผู้ผลิตรถยนต์เจ้าใหญ่สัญชาติเยอรมันอย่าง Volkswagen ไม่พลาดจับโอกาสนี้ เตรียมการจะนำ ‘ID.Buzz’ รถตู้ไฟฟ้าไร้คนขับ สไตล์ย้อนยุค ออกมาลองวิ่งบนท้องถนนในเมืองมิวนิกของเยอรมนี ช่วงฤดูร้อนนี้ ก่อนจะออกสู่ตลาดเเละเปิดให้บริการขนส่ง ‘เชิงพาณิชย์’ ในปี 2025 สำหรับ ‘ID.Buzz’ เป็นเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยตนเองที่พัฒนาโดย ‘Argo AI’ สตาร์ทอัพดาวรุ่งจากสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเงินลงทุนจากบิ๊กผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Ford และ Volkswagen ที่ประกาศจับมือเป็น ‘พันธมิตรระดับโลก’ กันไปเมื่อปี 2019 โดยคาดว่ารถตู้ Volkswagen รุ่น ID.Buzz นี้ จะเป็นยานยานต์ไร้คนขับ ’ระดับที่ 4’ คือ...