จากรายงานของบริษัทวิจัย Canalys พบว่า เสียวหมี่ ประเทศไทย เป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นสูงสุด โดยโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 328% ส่งผลให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก เสียวหมี่ยังคงครองอันดับ 3 โดยมียอดการเติบโตจากปีที่ก่อนสูงถึง 62% ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เติบโตมากที่สุด
Canalys ระบุว่า ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสแรกปีนี้มีการเติบโตขึ้น 27% จากปีก่อน โดยมียอดส่งมอบสมาร์ทโฟนทั่วโลกสูงถึง 347 ล้านเครื่อง และเป็นของเสียวหมี่สูงถึง 49 ล้านเครื่อง ซึ่งมีการเติบโตจากปีที่แล้วกว่า 62% ส่งผลให้เสียวหมี่มียอดการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14% โดยในประไทยเสียวหมี่ ก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดเช่นกัน โดยทำยอดขายทุบสถิติเติบโตสูงถึง 328% ส่งผลให้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาดสมาร์ทโฟนไทย และมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 20%
Canalys กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเสียวหมี่จะมีผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับช่องทางการจัดจำหน่ายในท้องถิ่นต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมซึ่งเห็นได้จาก Mi 11 และ Mi Mix Fold ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน โดยสิ่งเหล่านี้ทำให้เสียวหมี่เป็นผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟน
ด้าน IDC และ Strategy Analytics ก็ได้มีการรายงานว่า เสียวหมี่ได้เพิ่มการโฟกัสในตลาดต่างประเทศใหม่ๆ มากขึ้น โดยได้มีการขยายตลาดสู่ยุโรป ละตินอเมริกา และแอฟริกา โดยยังคงรักษาตลาดเดิมอย่างจีน และอินเดียไว้ได้อย่างมั่นคง
มร.โจนาธาน คัง ผู้จัดการบริษัทเสียวหมี่ ประเทศไทย กล่าวว่า “การที่เราได้ขยับมาเป็นอันดับที่ 2 นับเป็นก้าวที่สำคัญและยิ่งใหญ่สำหรับเรา...
แมคโดนัลด์ ส่งชุด ‘แมคไอศกรีม DIY’ อร่อย สนุก ครีเอทไอศกรีมง่ายๆ ได้ตามใจ กับไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟเนื้อเนียน เย็นฉ่ำ เสิร์ฟพร้อม 4 ท้อปปิ้งจุกๆ โดนใจสายหนักเครื่องทั้ง ทับทิมกรอบ, ข้าวเหนียวมูน, ซอสสตรอว์เบอร์รี และโอรีโอครัมบ์ ครบทุกรส ฟินทุกคำสร้างสรรค์ความอร่อยในสไตล์ตัวเองได้ เพียงชุดละ 79 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2564 ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ* ทั้งซื้อกลับบ้าน, ไดร์ฟ ทรู, และแมคดิลิเวอรี บริการจัดส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็แฮปปี้ได้ทุกที่ โทร.1711...
รัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ประกาศสนับสนุนละเว้นสิทธิบัตรคุ้มครองวัคซีน COVID-19 มอบความหวังแก่เหล่าชาติยากจนที่กำลังดิ้นรนเข้าถึงวัคซีน หลังจากก่อนหน้านี้บรรดาประเทศร่ำรวยถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักต่อกรณีกักตุนวัคซีน
แกร็บ ประเทศไทย ประกาศจับมือ “ไลฟ์บอย” (Lifebuoy) ผลิตภัณฑ์สบู่เพื่อสุขอนามัยยอดขายอันดับ 1 ของโลก โดย บริษัท ยูนิลีเวอร์ เอเชีย ไพรเวท ลิมิเตด ส่งต่อความห่วงใยให้แก่พาร์ทเนอร์คนขับและผู้จัดส่งอาหาร-พัสดุของแกร็บทั่วประเทศ ด้วยการแจกแอลกอฮอล์ล้างมือไลฟ์บอย 150,000 หลอด รวมมูลค่า 8.9 ล้านบาท เพื่อเป็นตัวช่วยในการรักษาความสะอาดระหว่างการให้บริการ พร้อมเน้นย้ำให้ปฏิบัติมาตรฐานของกรมอนามัยอย่างเข้มงวดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา แกร็บ และ ไลฟ์บอย ได้ผนึกความร่วมมือเพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยให้กับพาร์ทเนอร์คนขับและผู้จัดส่งอาหารมาแล้วในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงเวียดนาม
นางสาวเมธิณี อนวัชกุล ผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารพาร์ทเนอร์คนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19...
COVID-19 ระบาดรอบสามส่อยาว ซ้ำเติมแผลเศรษฐกิจ SCB EIC ปรับลดจีดีพีไทยเหลือโต 2% (เดิมคาดโต 6%) // ระลอกสามมีผลกระทบกับการบริโภคภาคเอกชน จำนวนนักท่องเที่ยวคาดการณ์ลดเหลือ 5 ล้านคน แต่ภาคการส่งออกคาดว่าจะโต 8.6% สูงกว่าที่เคยคาดไว้ เพราะเศรษฐกิจการค้าโลกเริ่มฟื้นตัว // กรณีฐาน (Base case) คาดจะใช้เวลาคุมการระบาด 3 เดือน กลับมาเป็นปกติช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ใช้เวลามากกว่าปีก่อนเพราะไวรัสสายพันธุ์ใหม่ระบาดได้เร็วกว่าเดิม // ส่งผลต่อเนื่องถึงการจ้างงาน การรับสมัครงานลดลงตั้งแต่เดือนเมษายน และมีผู้ว่างงานสูงสุดในรอบ 5 เดือน // ชี้ภาครัฐควรเร่งอัดฉีดเงินในระบบตั้งแต่ไตรมาส 2 ก่อนที่จะเกิดภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจซ้ำสอง
‘บมจ. ทางยกระดับดอนเมือง’ หรือ DMT ผู้บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โครงการทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ทางยกระดับดอนเมือง เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 7 พ.ค. 64 เป็นวันแรก ชูความเชี่ยวชาญการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานกว่า 30 ปี แสวงหาโอกาสขยายการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อก้าวสู่ผู้นำการพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทย สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
นายธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ DMT เปิดเผยว่า บริษัทฯ นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เป็นวันแรก ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดขนส่งโลจิสติกส์ โดยใช้ชื่อย่อหุ้น ‘DMT’ ในการซื้อขายหลักทรัพย์
ทั้งนี้ หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย DMT ได้เตรียมความพร้อมและวางแผนขยายงานที่ต้องอาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญกว่า 30 ปี จากการบริหารโครงการทางยกระดับดอนเมือง โดยมองโอกาสในการเข้าไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามนโยบายภาครัฐที่เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนผ่านโครงการต่าง ๆ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 20 ปี ของกรมทางหลวง รวมถึงขยายขอบเขตการให้บริการไปสู่ธุรกิจหรือโครงการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทางด่วนและทางพิเศษ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ อีกทั้งจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปชำระหนี้เพื่อไปสร้างความเข้มแข็งด้านฐานะทางเงิน ซึ่งทำให้ DMT ไม่มีหนี้สินที่มีภาระต้นทุนทางการเงิน ช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
“ต้องขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่เชื่อมั่นใน DMT ซึ่งเรามุ่งมั่นก้าวสู่ความเป็นผู้นำการพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ จากการนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจเข้าไปช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย...
กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมด้วยการเปิดตัวโค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ มาพร้อมดีไซน์แพ็กเกจใหม่ ที่จะมอบความอร่อยสดชื่นใกล้เคียงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของโค้ก รสชาติออริจินัล มากขึ้นกว่าเดิม แต่ปราศจากน้ำตาล และแคลอรี ภายใต้แคมเปญการตลาดระดับโลกในชื่อ “โค้กสูตรใหม่ อร่อยซ่า…ใช่กว่าเดิม?” ซึ่งผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยใหม่ของโค้กไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่นี้ได้ผ่านกิจกรรมทางการตลาด 360 องศา
นางสาวริชา ซิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โคคา-โคล่า ประจำประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว กล่าวว่า “กระแสนิยมการบริโภคเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาลของผู้บริโภคชาวไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 21.2 % แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มที่มีรสชาติอร่อย แต่ไม่มีน้ำตาลและปราศจากแคลอรี โคคา-โคล่า จึงคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการนั้น และเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ส่ง โค้ก...
มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 3 ในผู้ชาย และพบมากเป็นอันดับ 4 ในผู้หญิง โดยพบว่า 30 – 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้มีการแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นไปแล้ว ดังนั้น การรู้จักสังเกตอาการเตือน และมาส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อถึงอายุที่เหมาะสม จะช่วยให้พบติ่งเนื้อที่เป็นสาเหตุ แล้วตัดออกเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ถ้าพบมะเร็งก็จะเป็นโรคในระยะต้นๆ ซึ่งโอกาสที่จะรักษาหายขาดสูงขึ้น
นายแพทย์สุกิจ ภัทรเจียรพันธุ์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่าในปี 2018 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลและพบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่เพิ่มขึ้นมากถึง 17,500 คน ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแพร่กระจายแล้ว สะท้อนว่าคนไทยยังตื่นตัวในการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่น้อยมาก การมาคัดกรองมะเร็งด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เมื่อถึงอายุที่เหมาะสมคือ 50 ปี ถ้าไม่มีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว แต่ถ้ามีญาติสายตรงเป็นควรมารีบตรวจตั้งแต่อายุ 40 ปี นอกจากนี้ยังควรสังเกตสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบบ่อย ได้แก่
...
เคียงคู่สู้โควิดร่วมกับคนไทย และประเทศไทย…กลุ่มทรู ส่งความห่วงใย เพื่อดูแลลูกค้าคนสำคัญ มอบแผนความคุ้มครองประกันโควิด-19 และผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน CoVacc จาก FWD ฟรีให้กับลูกค้าทรูทุกคน นาน 2 เดือน วงเงินสูงสุด 100,000 บาท โดยสามารถรับสิทธิ์ ตั้งแต่ 8 เม.ย. 64 – 30 มิ.ย. 64 ที่แอปทรูไอดี
นายฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด ระลอก 3 ที่กำลังสร้างความวิตกกังวลให้กับทุกคน
กลุ่มทรู มีความห่วงใย...
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมีผลกระทบต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2564 และยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่งผลต่อผู้ประกอบธุรกิจในวงกว้าง และประเมินว่าในบางธุรกิจอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงปกติ ธนาคารกรุงเทพจึงพร้อมขานรับมาตรการของ ธปท. และกระทรวงการคลัง ในการร่วมส่งมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ผ่าน 2 มาตรการ
มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ สามารถประคับประคองและฟื้นฟูธุรกิจให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้ สำหรับทั้งลูกค้าปัจจุบันที่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับธนาคารไม่เกิน 500 ล้านบาท ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งสามารถขอวงเงินสินเชื่อฟื้นฟูได้สูงสุด 30% ของวงเงินเดิม สูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาท (นับรวมกับวงเงิน Soft Loan เดิมที่เคยได้รับตาม พ.ร.ก.) และลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินใด สามารถขอสินเชื่อได้สูงสุด 20 ล้านบาท โดยนับรวมวงเงินจากทุกสถาบันการเงิน
ในช่วง 5 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เกิน 5% ต่อปี โดยช่วง 2 ปีแรก คิด 2% ต่อปี ทั้งยังได้รับยกเว้นดอกเบี้ย 6 เดือนแรกจากการสนับสนุนของกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกันธนาคารได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการขอสินเชื่อ เพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการให้ก้าวข้ามสถานการณ์ที่ยากลำบากในเวลานี้
นอกจากนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะเป็นผู้ค้ำประกันสินเชื่อทุกราย คิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันไม่เกิน 1.75% ต่อปี โดยรัฐบาลจะชดเชยค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้บางส่วน
2....









