Saturday, May 2, 2026
Home Blog Page 3246
The 1 (เดอะวัน) ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มอันดับ 1 ของไทย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้ามอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในยุค Now Normal เผยโฉมแอปพลิเคชั่นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดภายใต้แนวคิด ‘Your Everyday Lifestyle App’ ชูจุดเด่น Personalized Experience ได้ตรงใจตามความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้อย่างแท้จริงด้วย Data Insight พร้อมจัดเต็มคอนเทนต์ x ฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายทั้ง The 1 Today แหล่งรวมเนื้อหาโดนใจเพื่อทุกไลฟ์สไตล์, E-Payment โดย Dolfin Wallet ให้ลูกค้าสะสมและสแกนจ่ายง่าย ครบ จบบนแอป The 1 ลดความเสี่ยงจากการสัมผัสในยุคโควิด The 1 Family แหล่งรวมสาระและดีลเพื่อเจ้าตัวเล็กและครอบครัวยุคใหม่ Palm Reading ทำนายดวงชะตารายเดือนจากลายมือ พร้อมดีไซน์ UX/UI ใหม่  ใช้ง่ายกว่าเดิม คุณกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะวันเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “เพื่อให้ The 1 เป็นแอปของทุกคนอย่างแท้จริงและนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกวัน เราจึงพัฒนาและอัพเดทแอปอย่างต่อเนื่อง โดยการอัพเดทครั้งล่าสุดนี้ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่อง Personalized Experience ตามความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้ โดยนำ Data Insight ที่ The 1 เป็นผู้นำและมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ประมวลผลเพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่เหมาะกับสมาชิกแต่ละคน รวมถึงเสนอฟีเจอร์ต่างๆ...
หลังจากผ่านพ้นปฏิทินปี 2021 มา 5 เดือนเต็ม ในที่สุดประเทศไทยก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่ขั้นต่อไปของการ “ฉีดวัคซีน” ไวรัสโควิด-19 หรืออีกนัยหนึ่ง คือการเปิดให้ประชากรไทยลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “หมอพร้อม”เพื่อเตรียมตัวรับวัคซีนอย่างทั่วถึง แต่ประเด็นที่ใครหลายคนอยากรู้ก่อนจรดนิ้วลงทะเบียน คงหนีไม่พ้นเรื่องสองยี่ห้อวัคซีน “ม้าเต็ง” อย่าง ‘แอสตร้าเซนเนกา (AstraZeneca)’ และ ‘ซิโนแวค (Sinovac)’ ที่ถูกถามถึงกันไม่เว้นวัน ว่า ‘ประสิทธิภาพ’ รวมถึง ‘ผลข้างเคียง’ ที่เกิดขึ้น จะคุ้มค่าพอให้เราเลิกแขนเสื้อขึ้นฉีดหรือไม่ แต่ก่อนจะพูดเจาะลึกถึงสองม้าเต็ง เราอยากจะขยายความถึงม้าเบอร์อื่นๆ ให้ชัดเจนขึ้นเสียก่อน เพื่อง่ายต่อการเทียบข้อแตกต่าง และชั่งน้ำหนักความคุ้มค่าของวัคซีนแต่ละชนิดอย่างชัดเจนที่สุด วัคซีนโควิด-19 มีกี่ชนิด นายแพทย์สมชัย ลีลาศิริวงศ์ ที่ปรึกษาผู้จัดการความเสี่ยง โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลกับเราว่า วัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคโควิด 19 ทั้งหมดในปัจจุบัน มีอยู่ 4 ชนิดหลัก ๆ โดยแบ่งจากเทคนิคที่ใช้ในการผลิตวัคซีนโควิด 19 ได้แก่ - mRNA vaccines หรือวัคซีนชนิดสารพันธุกรรม เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เคยใช้กับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอีโบล่า วัคซีนชนิดนี้จะใช้สารพันธุกรรมของโควิด-19 หรือเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) เข้าไปกำกับการสร้างโปรตีนส่วนหนาม (spike protein) และทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโควิด-19 ออกมา โดยมี BioNTech/Pfizer และ Moderna เป็นสองยี่ห้อที่ใช้เทคโนโลยีนี้ - Viral vector vaccines หรือวัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ พัฒนาโดยการนำไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลงแล้ว หรือไม่สามารถแบ่งตัวได้อีก มาตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อใช้เป็นพาหะ แล้วฝากสารพันธุกรรมของโควิด-19 เข้าไป ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ซึ่งเทคนิคนี้เป็นวิธีที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เนื่องจากเลียนแบบการติดเชื้อที่ใกล้เคียงธรรมชาติ โดยมีวัคซีนจาก Johnson...
อาลีบาบา กรุ๊ปตั้งเป้าลงทุนเพิ่มผ่านเทคโนโลยีสำหรับลดการปล่อยคาร์บอน ปูทางสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน รายงานการลดการปล่อยคาร์บอน“ก้าวสู่ยุคไร้คาร์บอน” ประจำปี 2564 (Moving Forward to a Zero-Carbon Era) เน้นเรื่องโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีโดยอาลีบาบา สนับสนุนพฤติกรรมรักษ์โลกและลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งเป็นการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน “การลดการปล่อยคาร์บอนต้องอาศัยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในแต่ละวันของมนุษย์ อาลีบาบา กรุ๊ปยึดมั่นในพันธกิจดังกล่าวและเราได้วางโร้ดแมปเพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนกว่าเดิม ในขณะเดียวกันเราเชื่อว่าการที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน เราจึงทำงานร่วมกับพันธมิตรธุรกิจและสังคมในวงกว้าง เพื่อให้โครงการประสบผลสำเร็จโดยเร็ว” หลี่เฉิง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าว นับเป็นครั้งแรกที่อาลีบาบา กรุ๊ปประกาศพันธกิจหลัก 3 ประการอย่างชัดเจน เพื่อประเมินเทคโนโลยีลดคาร์บอนของบริษัทฯ ประการแรก อาลีบาบาตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอน  ประการที่สอง อาลีบาบาจะร่วมมือกับบริษัทในเครือและพันธมิตร และประการสุดท้าย อาลีบาบาจะใช้แพลตฟอร์มของบริษัทฯ เพื่อขอความร่วมมือจากผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มกว่าร้อยล้านคน ความยั่งยืนเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ในประเทศจีน สำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา...
'ไบเดน' ล้างข้อจำกัดรับผู้ลี้ภัยในยุคทรัมป์ ประกาศเพิ่มโควต้าขึ้น 4 เท่าเป็น 62,500 คน ในปีนี้ ตั้งเป้า 1.25 เเสนคนในปีหน้า หลังจากที่นโยบาย ‘รับผู้ลี้ภัย’ ถูกกีดกันอย่างหนักในสมัยของโดนัลด์ ทรัมป์ เเต่ในสมัยของ ‘โจ ไบเดน’ ประธานาธิบดีสหรัฐคนล่าสุด ก็เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นอีกครั้ง โดยไบเดน ได้ประกาศเพิ่มจำนวนการรับผู้ลี้ภัยเข้าสหรัฐฯ สูงสุดเป็น 62,500 คนต่อปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ตั้งเพดานการรับผู้ลี้ภัยไว้ที่สูงสุดเเค่ 15,000 คนต่อปี น้อยกว่าสมัยของบารัก โอบามาที่เปิดโควต้ารับผู้ลี้ภัยสูงถึง 1.1 แสนคนต่อปี “นี่จะเป็นการลบล้างการรับผู้ลี้ภัยที่ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ 15,000 คน ที่กำหนดโดยคณะบริหารชุดก่อน ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงค่านิยมของอเมริกา ในฐานะชาติที่ยินดีต้อนรับและสนับสนุนผู้ลี้ภัย” ไบเดนระบุ เป้าหมายนี้ยังมีอุปสรรคหลายประการ ต้องใช้เวลาเเละอาจจะไม่สามารถบรรลุได้ในปีแรก เเต่ไบเดนยืนยันว่า...
บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ หรือ STGT คาดโรงงานผลิตถุงมือยางแห่งใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กลับมาเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ครบทุกสายการผลิตในเดือนพฤษภาคมนี้หลังเกิดเพลิงไหม้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ช่วยเสริมศักยภาพการผลิตรองรับดีมานด์ที่มีอย่างต่อเนื่อง ชูเทคโนโลยีเครื่องจักรทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งสามารถผลิตสินค้าด้วยความเร็วสูง เตรียมเปิดโรงงานแห่งใหม่อีกไตรมาสละ 1 แห่งในช่วงไตรมาส 2-4 ของปีนี้ตามแผนเดิม นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดว่าโรงงานผลิตถุงมือยางแห่งใหม่ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมจะกลับมาเดินเครื่องจักรครบทุกสายการผลิตได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจะเสริมศักยภาพการผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ถุงมือยางจากทั่วโลก โดยปัจจุบันบริษัทฯ ยังคงได้รับคำสั่งซื้อสินค้าใหม่จากประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นหนึ่งในโรงงานที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดของ STGT และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สามารถเดินเครื่องจักรด้วยความเร็วสูงและมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อเดินเครื่องจักรอย่างเต็มที่ สามารถผลิตถุงมือยางได้กว่า 2,200 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งจะเข้ามาเสริมศักยภาพเพื่อผลักดันผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และรักษาความเป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของโลก ทั้งนี้ ในปี 2564 บริษัทฯ วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 3,000 ล้านชิ้นต่อปี รวมเป็น 36,000 ล้านชิ้นต่อปี โดยนอกจากโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี...
‘การป้องกันดีกว่าการรักษา’ คือหนึ่งในแนวคิดของคนยุคใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงที่มาของเทรนด์ด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน โดยคนส่วนใหญ่ได้หันมาใส่ใจตนเองกันมากขึ้น ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ รวมถึงอาหารการกิน พร้อมทั้งยังใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อตรวจดูสุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมออีกด้วย ซึ่ง ‘สมาร์ทวอทช์’ ก็ถือเป็นหนึ่งในดีไวซ์ที่ถูกใจคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก จากความสามารถที่เป็นได้ทั้งเครื่องมือสื่อสาร เพื่อนออกกำลังกาย รวมถึงตัวช่วยด้านสุขภาพในเครื่องเดียวโดย Samsung Galaxy Watch3 คือสมาร์ทวอทช์แฟลกชิปของซัมซุงที่ผสมผสานความสามารถในการทำงานแบบสมาร์ทโฟนกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพชั้นนำเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้จะคุ้มค่าแก่การลงทุนแค่ไหน มีฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่โดดเด่นอย่างไรบ้าง ไปลองดูกัน การวัดค่าออกซิเจนในเลือด (Blood Oxygen Measurement) หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Samsung Galaxy Watch3 ที่หลายคนให้ความสนใจในปัจจุบัน คือ การวัดค่าออกซิเจนในเลือด โดยสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ ทำงานโดยใช้ LED สีแดงกับรังสีอินฟราเรด ที่มีความยาวคลื่นแสงต่างกัน เพื่อประมาณค่าระดับ SpO2หรือปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือด ซึ่งเหตุผลที่ต้องใช้ LED กับรังสีอินฟราเรดเนื่องด้วยเลือดที่มีระดับออกซิเจนปกติและเลือดที่ขาดออกซิเจนจะมีการดูดซึมแสงที่แตกต่างกัน โดยเลือดที่มีออกซิเจนจะดูดซับแสงอินฟราเรดได้มากกว่าเลือดที่ขาดออกซิเจนที่จะให้แสงผ่านเข้าไปได้มากกว่า ทั้งนี้ หากเปอร์เซ็นต์ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนปรากฏมากกว่า 95% แสดงว่าร่างกายอยู่ในภาวะปกติ แต่หากว่าผลลัพธ์แสดงที่ 92% หรือน้อยกว่านั้น อาจจะแสดงถึงภัยเงียบบางอย่างที่เกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งผู้ใช้ควรไปปรึกษาแพทย์ในลำดับต่อไป การวัดคุณภาพการนอนหลับ (Sleep Tracking) การนอนหลับนั้นมีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยเติมพลังให้สมอง ลดความหงุดหงิด เพิ่มสมาธิระหว่างวัน สร้างความผ่อนคลายให้ร่างกาย รวมถึงซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่เสียหาย อย่างไรก็ตามการที่เรานอนหลับนานเกินไปก็ไม่ดีกับสุขภาพด้วยเช่นกัน โดยจำนวนเวลาที่ดีที่สุดในการนอนหลับคือประมาณ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งคุณสามารถทำให้ช่วงเวลาการนอนเหล่านั้นมีคุณภาพได้...
ข้อมูลจากเกาหลีพบว่า ผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปหลังได้รับวัคซีน Pfizer หรือ AstraZeneca เพียงเข็มเดียว ประสิทธิภาพป้องกัน COVID-19 สูงมากกว่า 86%
แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ประกาศมอบโปรโมชั่นและส่วนลดมากมาย เพื่อแสดงความขอบคุณผู้ใช้บริการแกร็บเพย์ วอลเล็ต (GrabPay Wallet) พร้อมฉลองยอดใช้จ่ายผ่านแกร็บเพย์ วอลเล็ตเติบโตกว่าสองเท่า เพื่อเดินหน้ามอบความคุ้มค่า พร้อมบริการชำระเงินที่ปลอดภัย แกร็บ และธนาคารกสิกรไทย ได้ขนทัพสิทธิประโยชน์และกิจกรรมร่วมสนุกมากมายที่คัดสรรมาเพื่อผู้ใช้งานแกร็บเพย์ วอลเล็ต และลูกค้าธนาคารกสิกรไทยโดยเฉพาะ เช่น ส่วนลดพิเศษ 120 บาท สำหรับผู้ใช้ใหม่ เมื่อสั่งแกร็บฟู้ดครั้งต่อไป โปรโมชัน Wallet Wednesday จัดเต็มส่วนลดแกร็บฟู้ดและแกร็บมาร์ท เมื่อเติมเงินและชำระเงินผ่านวอลเล็ตทุกวันพุธ และภารกิจบนแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้งานสามารถร่วมสนุก เพื่อรับเครดิตเงินคืน (Cash back) 3% สูงสุด 150 บาทต่อเดือน จากการสะสมยอดการใช้จ่ายผ่านวอลเล็ตได้อีกด้วย หลังเปิดใช้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2562 แกร็บเพย์ วอลเล็ต ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้สัดส่วนการชำระเงินแบบไร้เงินสดบนแอปพลิเคชันแกร็บเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างเดือนเมษายน 2563 จนถึงเมษายน 2564 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ใช้บริการและปริมาณธุรกรรมการชำระเงินบนแกร็บเพย์ วอลเล็ตเติบโตถึง 2...
เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วม เดินหน้าโครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” สนับสนุนภารกิจ ณ โรงพยาบาลสนามรามาธิบดี และสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ซึ่งผู้บริหารเครือซีพี นำโดย นายพงษ์เทพ เจียรวนนท์  รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นางสาวรุจนาฏก์ วิมลสถิตย์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ด้านบรรษัทสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย นายพิชิต ธันโยดม  หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว ที่ปรึกษาอาวุโสคณะเจ้าหน้าที่บริหาร  บมจ.ซีพี ออลล์ ร่วมเดินหน้า โครงการ “ซีพี ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” ส่งมอบอาหาร...
LINE FASHION ANNUALE 2021 (ไลน์ แฟชั่น แอนนัวเล่ 2021) เชิญผู้เชี่ยวชาญแฟชั่นแถวหน้าของไทย ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช คุณฟอร์ด-กุลวิทย์ เลาสุขศรี และคุณปุ๊ก จงกล พลาฤทธิ์ บรรณาธิการแฟชั่น นิตยสาร โว้ก ประเทศไทย ให้ความรู้เทรนด์การออกแบบและการทำธุรกิจแฟชั่นแก่ 15 แบรนด์ ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่จะจัดแสดงคอลเลคชั่น บนรันเวย์แบบไฮบริดครั้งแรกของไทยในเดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากทั้ง 15 ทีมต้องฝ่าฟันผ่านการคัดเลือกจากกว่า 500 ทีมเข้ามาถึงรอบสุดท้าย ต่อจากนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้รับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่านกระบวนการกรูมมิ่งและเวิร์คช้อปกับมืออาชีพแถวหน้าของเมืองไทย เพื่อพัฒนาแนวคิดทักษะฝีมือทุกมิติ ทั้งแฟชั่น การตลาด และดิจิทัล เริ่มต้นด้วยกิจกรรมปฐมนิเทศน์บอกเล่า 4 เทคนิคจำเป็น ที่แบรนด์แฟชั่นไทยต้องมีในโลกแฟชั่นยุคนี้ เรื่องเล่าโดดเด่นเป็นกระแสได้อย่างดี ปุ๊ก-จงกล พลาฤทธิ์ แฟชั่นไดเร็กเตอร์ Vogue แนะนำว่า การที่แบรนด์มีเรื่องราว story telling จะทำให้สามารถมีบทสนทนา ใหม่ๆกับลูกค้าได้เสมอ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความสนใจในตัวตนของแบรนด์ได้อย่างมาก ผู้ประกอบการต้องกลับไปทำความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ก่อนจะนำมาคิดออกแบบแล้วทดลองสื่อสารกับลูกค้า อย่างเช่น...