Thursday, April 23, 2026
Home Blog Page 3382
โคร์สเทก (CoorsTek) ผู้ผลิตเซรามิกวิศวกรรมชั้นนำของโลกประกาศขยายฐานการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกากำลังเริ่มการก่อสร้างโรงงานผลิตเซรามิกวิศวกรรมขนาด 400,000 ตารางฟุตในเฟสแรกในจังหวัดระยอง ประเทศไทย โดยจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นี้ “เรากำลังขยายการดำเนินงานไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของ CoorsTek เพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดที่กำลังเติบโตได้ดีขึ้นยิ่งขึ้น  เอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีพลวัตมากที่สุดของโลก ดังนั้นการตัดสินใจสร้างโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทยจึงเหมาะสมกับกลยุทธ์ของเรา ในการวางรากฐาน ของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ไมเคิล โคร์ส (Michael Coors) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โคร์สเทก กล่าว “CoorsTek มีประสบการณ์อันยาวนานในการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับลูกค้า ทำให้เอื้อต่อการพัฒนาเชิงกลยุทธ์รวมถึงขับเคลื่อนประสิทธิภาพในภูมิภาคที่ลูกค้าของเราดำเนินธุรกิจด้วย” บริษัทได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ตามประเพณีไทยเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2564 ณ สถานที่ก่อสร้าง โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนจำกัด เนื่องจากข้อจำกัดของ COVID-19 ในจังหวัด “ความต้องการเซรามิกทางเทคนิคในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีมากขึ้น เนื่องจากวัสดุเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาด้านเทคนิคในอนาคตและตอบสนองความคาดหวังของผู้ใช้ปลายทางได้อีกด้วย” แอนดี้ ฟิลสัน (Andy Filson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ กล่าว...
วันตรุษจีนเป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญและยุ่งที่สุดของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซและเหล่าร้านค้าออนไลน์ทั่วเอเชีย ขณะที่เรากำลังเข้าสู่ปีฉลูอย่างเป็นทางการ เหล่านักช้อปและนักธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างยุ่งจนตัวเป็นเกลียวเพราะคำสั่งซื้อจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน ดอกไม้ และอาหาร เพื่อใช้ประกอบงานเฉลิมฉลองในที่ต่างๆ หลายคนอาจเคยฉุกคิด ว่าการจะแพ็คสิ่งของเพื่อจัดส่งของเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นพัสดุแตกง่ายหรือไวต่ออุณหภูมิ ต่างมีการจัดการแพ็คของและขนส่งที่ยุ่งยากมากไม่ใช่น้อย เคยสงสัยไหมว่า อาหารทะเลต้องจัดส่งอย่างไรให้คงความสดใหม่จนถึงจาน หรือดอกไม้ต้นไม้จะต้องทำอย่างไรให้ไปถึงที่หมายอย่างงดงาม ในวันนี้เฟดเอ็กซ์ได้มาเผยวิธีการห่อ 5 พัสดุที่จัดส่งยากที่สุดในวันตรุษจีน ส่งรูปวาดหรืองานศิลปะจำไว้ให้กากบาท เราอาจจะสามารถตามหาและสั่งซื้อรูปวาดที่สวยงามที่สุดได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้วิธีส่งมันกลับบ้าน หรือไปให้คนที่เรารักได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นงานจัดแสดงในพิพิธพัณฑ์ หรือภาพวาดประดับผนังบ้าน การขนส่งล้วนเป็นเรื่องยากและละเอียดอ่อน เพราะเราต้องการให้งานศิลปะไปถึงจุดหมายแบบไม่บุบสลาย เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดก็คือ ห่อโดยใช้เทปกาว กาเป็นรูปตัวกากบาท (X)ขนาดใหญ่จากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมของภาพ เพื่อป้องกันการกระทบและเกิดการแตกร้าวขึ้น! ที่เฟดเอ็กซ์ เรามีกล่องพัสดุพิเศษระดับพรีเมี่ยมสำหรับการจัดส่งงานศิลปะ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ส่งดอกไม้ ต้องห่อดอกและใบด้วยกระดาษ! การจัดส่งต้นไม้หรือดอกไม้นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เพราะบางครั้งการที่ใบและลำต้นเสียดสีกันมากเกินไประหว่างการจัดส่ง อาจทำให้ต้นไม้และดอกไม้เกิดความเสียหายได้ทั้งรูปร่างหน้าตาที่ดูบอบช้ำและไม่เขียวสดสวยงามนานเท่าที่ควร แต่ทราบหรือไม่ว่าดอกไม้ที่จัดส่งยากที่สุดก็คือดอกกล้วยไม้ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำเทศกาลตรุษจีนนั่นเองผู้คนในประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิยมการส่งดอกกล้วยไม้ให้แก่กันในวันเกิดและวันตรุษจีนเป็นอย่างมาก เพราะดอกกล้วยไม้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคล ทั้งด้านโชคลาภและความรัก...
ธุรกิจท่องเที่ยวไทยทรุดหนัก ทุ่มหมดหน้าตักเพื่อ ‘หาลูกค้า’ งัดสารพัดวิธีเเบบ ‘คาดไม่ถึง’ หารายได้เพิ่มพยุงกิจการ ล่าสุดบรรดา ‘โรงเเรมหรู’ ปิ๊งไอเดียสร้างความฮือฮาอย่างการออกเมนู ‘หมูกระทะ Rooftop’ ปิ้งย่างชมวิวหลักล้าน แต่จ่ายค่าอาหารหลักร้อย เมื่อนักท่องเที่ยวยังคงไม่กลับมาง่ายๆ ในเร็ววัน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ต้องรอความคืบหน้าการฉีดวัคซีน โรงเเรมเเละร้านอาหารต่างๆ ต้องหันมาใช้กลยุทธ์การตลาดที่หลากหลาย ‘โนโวเทล สุขุมวิท 20’ เป็นอีกหนึ่งโรงเเรมหรูย่านกลางใจเมือง ที่ออกเเคมเปญดึงดูดลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ นั่นก็คือ ‘หมูกระทะออนเดอะรูฟ’ เชิญชวนสาวกปิ้งย่างสตรีทฟู้ด มานั่งฟินกินหมูย่างในบรรยากาศสุดหรู ดื่มด่ำวิวพระอาทิตย์ตกบน ‘Sky on 20’ รูฟท็อปบาร์ชื่อดังที่เป็นจุดขายของโรงเเรม สำหรับชุดเมนู ‘หมูกระทะออนเดอะรูฟ’ มาพร้อมกับเนื้อหมู ไก่ เนื้อ ซีฟู้ด ผักสด เต้าหู้ ไข่ไก่ เห็ด...
บมจ. โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้พัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Rojukiss, PhDerma, Best Korea, Wonder Herb และ Sis2Sis เคาะราคาเสนอขายสุดท้ายหุ้น IPO หุ้นละ 9.00 บาท หลังสำรวจความต้องการจองซื้อจากนักลงทุนสถาบัน (Bookbuilding) เกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรคิดเป็นกว่า 20 เท่า ขณะที่นักลงทุนรายย่อยตอบรับจองซื้อหุ้น IPO กันอย่างคึกคัก คาดนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “KISS” ด้านผู้บริหารประกาศมุ่งสู่ก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมความงามและสุขภาพของเอเชีย ตั้งเป้ายอดขายในปี  2567 เติบโตแตะ 3,000 ล้านบาท นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า หลังจาก บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 8.50-9.00 บาทต่อหุ้น โดยเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจองซื้อหุ้น IPO ระหว่างวันที่  5 และ 8-9 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ราคา 9.00 บาทต่อหุ้นซึ่งเป็นราคาเสนอขายสูงสุด พร้อมทำการสำรวจความต้องการจองซื้อของนักลงทุนสถาบัน (Book Building) พบว่า ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสนใจซื้อจากราคาเสนอขายสุดท้าย (Final Price) ที่ราคา 9.00 บาท มากกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรกว่า 20 เท่า  และคาดว่าจะเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “KISS” “ราคา IPO ของ KISS ที่ 9.00 บาทต่อหุ้น เป็นระดับราคาที่เหมาะสม สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่นรวมถึงโอกาสเติบโตจากการรุกขยายธุรกิจในอนาคต ด้วยการนำจุดแข็งด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองให้ครอบคลุมกลุ่มความงามและสุขภาพ เพื่อขยายไปสู่ช่องทาง Direct-to-Consumer (D2C) ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงเป็นบริษัท Asset Light ที่พร้อมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้เอื้อต่อการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมสำหรับตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ อีกทั้งยังมีความได้เปรียบในเชิงประสิทธิภาพของนวัตกรรมและต้นทุนจากการมีเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ส่งผลให้ KISS สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน” นางสาววีณา กล่าว นางวรวรรณ...
ทูมอร์โรว์ (TMRW) โดยยูโอบี บริการธนาคารเพื่อดิจิทัลเจเนอเรชันแห่งแรกในอาเซียน เปิดตัว TMRW แคชพลัส (TMRW CashPlus) วงเงินสำรองพร้อมใช้ยามฉุกเฉิน ที่สมัครและกดยืมได้อย่างสะดวกสบายผ่านแอปพลิเคชัน TMRW TMRW แคชพลัส มอบวงเงินพร้อมใช้ให้กับลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงเงินสด สำหรับใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน วงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาท โดยลูกค้าสามารถสมัครเพื่อขอวงเงินผ่านทางแอปพลิเคชันได้แล้ววันนี้ เพียงแสดงหลักฐานรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือนสำหรับพนักงานบริษัท หรือแสดงเอกสารจดทะเบียนบริษัท พร้อมรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน สำหรับผู้มีธุรกิจส่วนตัว เมื่อวงเงินได้รับการพิจารณาอนุมัติ ลูกค้าสามารถโอนเงินจากบัญชี TMRW แคชพลัส เข้าบัญชีกระแสรายวัน TMRW Everyday ผ่านทางแอปพลิเคชันได้ทันทีเมื่อต้องการใช้เงินสด นายนที ศรีรัศมี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Retail Digital ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “สถานการณ์โรคระบาดที่ผ่านมาทำให้ลูกค้ามีความกังวลกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกันก็ต้องการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น เราจึงได้พัฒนาโซลูชัน TMRW แคชพลัสขึ้น เพื่อมอบวงเงินสำรอง ช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในระยะสั้น TMRW แคชพลัสเป็นบริการเครดิตแบบดิจิทัลที่ลูกค้าสามารถขอวงเงินไว้ล่วงหน้า และทำรายการโอนเพื่อใช้จ่ายเมื่อจำเป็นได้ทันที” เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลูกค้าสามารถเลือกวางแผนการผ่อนชำระคืนได้ด้วยกัน 2 แบบ...
‘บมจ.ซีวิลเอนจีเนียริง’ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์การทำงานกว่า 50 ปี ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 200 ล้านหุ้น ชูจุดแข็งด้านการบริหารจัดการสมัยใหม่ เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้เอื้อต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินโครงการ ทั้งด้านต้นทุน ระยะเวลา และความปลอดภัย พร้อมก้าวสู่การเป็นบริษัทก่อสร้างชั้นนำของไทยที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน   นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่มีประสบการณ์และความชำนาญด้านวิศวกรรมและงานก่อสร้างมายาวนานกว่า 50 ปี ซึ่งได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ด้วยวิสัยทัศน์ ‘จะเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านงานก่อสร้างขนาดใหญ่ งานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยจะส่งมอบและรักษาไว้ซึ่งผลงาน ผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุด เพี่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าภาครัฐและภาคเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ’ โดยตลอดระยะเวลาที่ดำเนินธุรกิจ CIVIL ได้นำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและระบบสาธารณูปโภคมีมูลค่างานรวมกันกว่า 40,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่งานทาง งานรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง งานท่าอากาศยาน ระบบเขื่อน อ่างเก็บน้ำ นิคมอุตสาหกรรมและงานอื่นๆ เช่น การก่อสร้างระบบระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย การก่อสร้างท่อบ่อพักและท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน เป็นต้น   ทั้งนี้...
‘ยูนิลีเวอร์’ แบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก เดินหน้าตามเจตนารมณ์ในการสร้าง Clean Future รุกจับมือ ‘ช้อปปี้’ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เปิดตัว ‘บรีส เอกเซล ซิกเนเจอร์’ ส่งต่อพลังรักษ์โลกด้วยเทคโนโลยีการขจัดคราบหนักที่เหนือกว่าจากเอนไซม์ธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อโลก ให้คุณบอกรักโลกพร้อมกันในวันแห่งความรัก ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบนช้อปปี้เท่านั้น นายโรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ประเทศไทยและอาเซียน กล่าวว่า “ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลโดยตรงต่อภัยแล้งที่ยาวนาน ผลผลิตทางการเกษตรและประมงลดลง อุทกภัย ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โรคภัยไข้เจ็บที่ทวีความรุนแรง และกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทย เป็นหนึ่งในปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขจากความร่วมมือของทุกภาคหน่วยในห่วงโซ่เศรษฐกิจ ทั้งในด้านของผู้บริโภค ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่าย  ยูนิลีเวอร์ ในฐานะบริษัทผู้จัดจำหน่ายและผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำ ได้ประกาศว่าจะเปลี่ยนการจัดหาจากคาร์บอนที่ได้จากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นคาร์บอนที่หมุนเวียนหรือรีไซเคิลได้ 100% เพื่อใช้กับสูตรผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและซักผ้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เพื่อพลิกโฉมแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและซักผ้าระดับโลก ให้มีความยั่งยืน ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและซักผ้าส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันใช้สารเคมีที่้ทำมาจากวัตถุดิบตั้งต้นที่เป็นเชื้อเพลิง ฟอสซิล ซึ่งเป็นแหล่งคาร์บอนที่หมุนเวียนไม่ได้ การที่ ยูนิลีเวอร์ เปลี่ยนไปใช้แหล่งคาร์บอนหมุนเวียน หรือรีไซเคิลได้ในสูตรผลิตภัณฑ์ ถือว่าเป็นการถอยห่างจากเศรษฐกิจที่พึ่งพิงเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างชัดเจน โดยเริ่มจากระดับมหภาค Clean Future คือบันไดสำคัญที่จะนำไปสู่การบรรลุคำมั่นสัญญาว่าภายในปี 2573 ผลิตภัณฑ์ของ...
กลุ่มดุสิตธานี ประกาศขยายธุรกิจโรงแรมในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามในสัญญากับ อัล ฟาเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศคูเวต เพื่อบริหาร “ดุสิตปริ๊นเซส มาห์บูลา คูเวต” โรงแรมในเครือแห่งแรกที่คูเวต คาดเปิดให้บริการในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 มร. ลิม บุน กวี ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มดุสิตธานี เปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานี รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนำการบริการอย่างไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของดุสิตธานีมาสู่คูเวตเป็นครั้งแรก ซึ่งการเข้าบริหารโรงแรมในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่มดุสิตธานีในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ที่รวมถึงการขยายธุรกิจในจุดหมายปลายทางสำคัญๆ ในตะวันออกกลาง โดยก่อนที่จะเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลคูเวตมีความตั้งใจที่จะเพิ่มบทบาทการท่องเที่ยวให้มากขึ้น ทำให้เรามั่นใจว่าเมื่อการท่องเที่ยวกลับมาสู่สภาวะปกติอีกครั้ง คูเวตจะสามารถเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับทั้งธุรกิจและการพักผ่อนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส มาห์บูลา คูเวต มีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 ซึ่งกลุ่มดุสิตธานีพร้อมที่จะนำโรงแรมแห่งนี้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวของคูเวต โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส มาห์บูลา คูเวต เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในเขตมาห์บูลา ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งเชิงอุตสาหกรรมและการค้า มีการเดินทางที่สะดวกโดยขับรถยนต์เพียงแค่ 25 นาทีจากใจกลางเมืองและสนามบิน โรงแรมแห่งนี้มีที่ตั้งที่โดดเด่น สามารถมองเห็นวิวอ่าวอาหรับที่สวยงามทางตอนใต้ อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง เช่น อัลคูต์มอลล์ ซึ่งเป็นแหล่งค้าปลีกและพักผ่อนริมน้ำที่ใหญ่ที่สุดของคูเวตและคูเวตเมจิก ห้างสรรพสินค้าริมชายหาดขนาดใหญ่ที่มีสวนสนุกในร่ม โดยภายในโรงแรมประกอบด้วย...
‘เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป’ หรือ ZEN รุกธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็น เปิดตัว ‘ZEN Premium Buffet’ สร้างปรากฎการณ์เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมครั้งแรกรอบ 30 ปี ให้อิ่มคุ้มมากกว่า 80 เมนู โดยมีเมนูไฮไลท์แซลมอนซาชิมิจากนอร์เวย์ แล่สดใหม่ทุกวัน
บมจ. กรุงเทพประกันชีวิต หรือ BLA ประกาศความร่วมมือด้านบริการทางการแพทย์กับ บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS ส่งมอบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน BLA Medevac Hotline 02-777-8900 แก่ลูกค้าอย่างเต็มศักยภาพ โดยร่วมกับศูนย์ประสานงานเคลื่อนย้ายผู้ป่วย BDMS Medevac Center เพื่อความปลอดภัยด้านการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ตั้งแต่ระดับขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับที่ต้องได้รับการดูแลจากทีมบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง ครบทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ได้รับการรับรองมาตรฐาน Dual Accreditation ประกอบด้วย CAMTS ของสหรัฐอเมริกา และ CAMTS Global ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “บริษัทให้ความสำคัญในการมอบความห่วงใยความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับลูกค้าของกรุงเทพประกันชีวิต บริษัทได้พัฒนาบริการเสริมด้านสุขภาพครบวงจร ภายใต้โครงการ “BLA EveryCare” ที่พร้อมดูแลลูกค้าทุกช่วงเวลามาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ปี ให้แก่ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์แบบประกันสุขภาพ ทั้ง EveryCare Before การบริการที่เตรียมพร้อมก่อนการเจ็บป่วย EveryCare Special บริการที่มอบความอุ่นใจเป็นพิเศษเมื่อเข้ารักษา EveryCare After บริการที่ดูแลต่อเนื่องเมื่อออกจากโรงพยาบาล เช่น ศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพกรุงเทพประกันชีวิต, บริการสำรองค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ, บริการเพิ่มวงเงินการรักษาโรคมะเร็ง, บริการรถยนต์รับส่งภายหลังการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล...