เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา คุณก่อรัฐ วงศ์สว่างศิริ ผู้อำนวยการภาคใต้ตอนล่าง บริษัท ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB นำทีมผู้บริหาร คุณอะหมัด มามุ ผู้จัดการเขต คุณอุษณีย์ สัจพันธ์ ผู้จัดการจังหวัดยะลา คุณกฤตชญา สัจพันธ์ ผู้จัดการจังหวัดปัตตานี พร้อมทีมพนักงานทีมช่างเทคนิค ร่วมกันบรรจุถุงยังชีพประกอบด้วยข้าวสารอาหารแห้ง ยารักษาโรค น้ำดื่ม รวมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในชุมชนบ้านวังกระหมู่ 4 ต.ตาเซะ และประชาชนในเขตพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลหน้าถ้ำ อ.เมือง จังหวัดยะลา พร้อมกันนี้ได้มอบเงินสนับสนุนให้กับคุณคีรีรัตน์ ทองเชื้อนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อใช้ในกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนงานของ อบต.
ในวันเดียวกันได้ส่งมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน...
ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ทมอนิเตอร์ M5 และ M7 นวัตกรรมจอภาพที่มาพร้อมกับความสามารถรอบด้าน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงาน เรียน รวมถึงรับชมคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงแบบครบ จบบนหน้าจอเดียว
Samsung M5 และ M7 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการรูปแบบใหม่ของผู้ใช้งานในยุคนี้ ที่ต้องทำงาน เรียน รวมถึงรับชมคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงต่างๆ ที่บ้านของตัวเอง ทั้งนี้สมาร์ทมอนิเตอร์ทั้ง 2 รุ่นสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและพีซีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีฟีเจอร์ที่สนับสนุนการเรียนและทำงานทางไกล รวมไปถึงฟีเจอร์ Smart Hub ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมความบันเทิง เช่นเดียวกับบนซัมซุงสมาร์ททีวี
ทุกวันนี้ การทำงาน การเรียน หรือความบันเทิง กลายเป็นกิจกรรมที่ผู้คนทั่วโลกต้องทำจากที่บ้าน ด้วยชีวิตวิถีใหม่นี้ ทำให้ผู้คนส่วนมากมีแนวโน้มทำกิจกรรมผ่านทางออนไลน์มากขึ้น และหลายคนได้กลับมาทบทวนเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้ภายในบ้าน ซึ่งสมาร์ทมอนิเตอร์รุ่นใหม่ของซัมซุงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างตรงจุดโดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างหน้าจอใดหน้าจอหนึ่งอีกต่อไป เมื่อสมาร์ทมอนิเตอร์ได้รวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน
สมาร์ทมอนิเตอร์ทั้ง 2 รุ่น สามารถเลือกเชื่อมต่อได้ทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนตัวได้เพียงแค่กดปุ่ม Tap View App Casting หรือ Apple AirPlay 2 ไม่เพียงเท่านั้นผู้ใช้ยังสามารถใช้งาน Samsung DeX เพื่อประสบการณ์การใช้หน้าจอที่สมบูรณ์ได้อีกด้วย
เพิ่มความสามารถในการทำงานและการเรียนที่บ้านผ่านแอปพลิเคชัน Microsoft Office 365 ได้ตรงจากมอนิเตอร์โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับพีซี เพียงใช้ Wi-Fi ก็สามารถเรียกดู แก้ไข พร้อมเก็บเอกสารเหล่านั้นไว้บนคลาวด์ได้ง่ายยิ่งขึ้น และแม้ว่าผู้ใช้จะอยู่ที่บ้านก็ยังสามารถเรียกดูโน้ตบุ้คที่อยู่ที่ทำงานได้ด้วยการเข้าถึงระยะไกล (Remote...
ตามที่สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องแก่ลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยของธนาคาร ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้ขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือระยะ 3 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้กับลูกค้าจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยมีมาตรการดังนี้
มาตรการลดดอกเบี้ยสูงสุด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563
บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ ทุกประเภท ลดดอกเบี้ยจาก 18% เป็น 16%
สินเชื่อหมุนเวียน Speedy Cash และสินเชื่อบุคคล Speedy Loan ลดดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 25%
มาตรการเพิ่มเติมสำหรับสินเชื่อแต่ละประเภท
บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ ทุกประเภท
ลูกค้าสามารถผ่อนเงินต้นค้างชำระ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี นาน 48 เดือน (ยกเว้นบัตร
JCB และรายการใช้จ่ายที่ขอใช้บริการดีจังแบ่งชำระรายเดือน)
สินเชื่อหมุนเวียน Speedy Cash
ลูกค้าสามารถผ่อนเงินต้นค้างชำระ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 22% นาน 48 เดือน (ยกเว้นรายการใช้จ่ายที่ขอใช้บริการดีจังแบ่งชำระรายเดือน)
สินเชื่อบุคคล Speedy Loan
ลูกค้าสามารถปรับลดอัตราผ่อน 30% ของอัตราผ่อนเดิม ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี
สินเชื่อรถยนต์
ลูกค้าสามารถพักชำระค่างวด 3 เดือน หรือ ปรับลดอัตราผ่อน และขยายระยะเวลาผ่อน
สินเชื่อบ้าน
ลูกค้าสามารถพักชำระค่างวด 3 เดือน หรือ พักชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสม หรือ ปรับลดอัตราผ่อน และขยายระยะเวลาผ่อน
สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย (ยอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาทต่อปี)
ลูกค้าสามารถพักชำระค่างวดสูงสุด 3 เดือน หรือ ปรับลดอัตราผ่อน และขยายระยะเวลาผ่อน
ทั้งนี้ลูกค้าที่มีความสนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โดยแจ้งความประสงค์ผ่าน แอปพลิเคชั่น SCB EASY (เฉพาะลูกค้าบุคคล) หรือ ผ่านระบบอัตโนมัติ SCB Call Center โทร. 0 2777 7777
ทรูออนไลน์ เน็ตบ้านอันดับหนึ่งของไทย ย้ำภาพผู้นำบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตหนึ่งเดียวที่เคียงคู่ดูแลชาวไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจใช้งานได้อย่างเต็มที่และต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ ล่าสุดคว้า 2 รางวัลจากสถาบันทดสอบคุณภาพระดับโลก nPerf ได้แก่ “รางวัลอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ที่ดีที่สุดในไทยประจำปี 2563” และ “รางวัลไฟเบอร์ดีที่สุดในไทยประจำปี 2563” โดย nPerf ได้ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบ้านของประเทศไทยประจำปี 2563 (Fixed Internet Performances) ซึ่งผลการสำรวจได้รวบรวมจากผู้ใช้งานแอป nPerf ทั้งหมดในช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2563 เก็บผลการทดสอบทั้งหมดจำนวน 12,130,702 ครั้ง พบว่า ทรูออนไลน์สามารถทำคะแนนรวมได้สูงสุด 174,771 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต (ISP)...
ด้วยความท้าทายจากสถานการณ์โรคระบาด องค์กรทั่วโลกต่างเร่งปรับตัวให้เข้ากับความปกติใหม่ ซึ่งเป็นโลกที่ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด การตัดสินใจและการลงมือปฏิบัติงานต้องเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยีคลาวด์กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ผู้นำอย่าง HPE ได้เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในกลุ่มลูกค้าองค์กรทั่วโลก และนี่คือ 4 เทรนด์ที่จะเข้ามากำหนดอนาคตของธุรกิจคลาวด์
จาก Hybrid Cloud สู่ Distributed Cloud
“อนาคตของคลาวด์จะเป็นไฮบริด” เป็นสิ่งที่นายอันโตนีโอ เนรี ซีอีโอของ HPE กล่าวไว้เมื่อหลายปีก่อน เขาให้เหตุผลว่าการย้ายข้อมูลทั้งหมดไปยังพับลิคคลาวด์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแอปพลิเคชันจำนวนมหาศาลที่องค์กรใช้งานมานับสิบๆ ปีมีโครงสร้างที่ซับซ้อน อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล องค์กรจึงเลือกที่จะใช้ประโยชน์จากไฮบริดคลาวด์ ซึ่งไอดีซีคาดการณ์ว่าตลาดในปี 2020 มีมูลค่าถึง 6,000 ล้านเหรียญ และจะเติบโตถึง 22,000 ล้านเหรียญในอีก 3 ปีข้างหน้า
นายพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้บริหาร บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ HPE GreenLake บริการด้านฮาร์ดแวร์ โซลูชั่น ในรูปแบบของคลาวด์ ซึ่งเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างที่ต้องการด้วยคอนเซ็ปต์ ‘The Cloud That Comes to You’ เป็นบทพิสูจน์สำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าคำคาดการณ์ของนายเนรีได้กลายเป็นจริง หลังจากเปิดตัวเมื่อ 3 ปีก่อน HPE GreenLake มีอัตราการเติบโตสูงกว่าพับลิกคลาวด์ และมูลค่ายอดการใช้งานในเอเชียแปซิฟิกในปี 2020 เพิ่มขึ้นถึง 77% จากปีก่อนหน้า แม้ว่าเราจะต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 ก็ตาม”
“การเติบโตอย่างโดดเด่นของไฮบริดคลาวด์ถือเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น...
Google News Initiative (GNI) ประกาศจัดตั้งกองทุนต้านข่าวลวงเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 มูลค่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่มีชื่อว่า COVID-19 Vaccine Counter-Misinformation Open Fund เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับข้อมูลที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดย Google จะมอบเงินทุนให้แก่โครงการที่ได้รับการคัดเลือกเป็นจำนวนเงินสูงสุดถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อโครงการ ซึ่งกองทุนนี้จะเปิดรับสมัครโครงการจากสำนักข่าวทุกขนาดทั่วโลกที่มีผลงานรองรับด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริง และการจัดการกับปัญหาข่าวปลอม หรือเป็นพันธมิตรกับองค์กรที่ได้รับการยอมรับในด้านนี้โดยเฉพาะ
ความไม่แน่นอนและความเปลี่ยนแปลงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดๆ (misinformation) ขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลต้องทำงานอย่างหนักเพื่อคอยแก้ไขความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ ขณะนี้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง (fact check) เกือบ 10,000 รายการที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปรากฎขึ้นให้เห็นในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google
หลังจากที่มีการเปิดตัวของวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก...
CRG ปล่อยโปรเด็ด ขนเสบียงมาเสิร์ฟคุณถึงบ้าน ให้ได้อิ่มท้อง ไม่ต้องกลัวหิว กับโปรเด็ด ลดสุดคุ้ม 50% เริ่มต้นไปกับ
Mister Donut สั่งซื้อโดนัทชิ้นละ 22 บาท 6 ชิ้น + พอนเดอริง ชิ้นละ 29 บาท 6 ชิ้น จ่ายเพียง 153 บาท (จากปกติ 306 บาท)
Auntie Anne’s สั่งเมนูอัลมอนด์ สติ๊ก 2 ถ้วย + สโนว์ สติ๊ก 2...
บริษัทที่ปรึกษาด้านซอฟต์แวร์ระดับโลก ThoughtWorks ประกาศคว้าเม็ดเงินลงทุน 720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 4 บริษัทชั้นนำของโลก ได้แก่ บรรษัทเพื่อการลงทุนแห่งรัฐบาลสิงคโปร์ (GIC), บริษัทซีเมนส์ (Siemens AG), บริษัท Fidelity Management and Research LLC และ บริษัท Mubadala Investment Company
นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อ 25 ปีก่อน ThoughtWorks ได้เติบโตจากบริษัทที่มีเพียงทีมงานขนาดเล็กใน ชิคาโก ไปสู่บริษัทที่ปรึกษาด้านซอฟต์แวร์ชั้นนำของโลกที่มีพนักงานมากกว่า 7,000 คน โดยมีรากฐานสำคัญจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น การเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile และการเป็นบริษัทแถวหน้าผู้วางหลักการทางเทคโนโลยีที่ใช้กันในองค์กรชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก
การเตรียมลงทุนดังกล่าวใน ThoughtWorks มีขึ้นในขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายการเติบโตและขยายฐานในต่างประเทศ โดยบริษัทจะนำเงินลงทุนดังกล่าวไปใช้ในการซื้อหุ้นคืนจากนักลงทุนเดิม
“คำมั่นในการลงทุนครั้งนี้นับเป็นสัญญาณบวกอย่างยิ่ง โดยสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทและแบรนด์ของเราในตลาด เป็นเรื่องยอดเยี่ยมมากที่บริษัทระดับโลกอย่าง GIC, Siemens, Fidelity และ...
BEEP (บีบ) น้ำผักและผลไม้สกัดเย็นแท้ 100% ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด BEEP HAPPY MOMMY น้ำหัวปลีสกัดเย็น HPP ตัวช่วยเรื่องน้ำนมของคุณแม่ยุคใหม่ผู้รักสุขภาพคิดค้นสูตรโดยนักโภชนาการและนักกำหนดอาหารระดับแถวหน้าของประเทศ ผ่านกรรมวิธีการสกัดเย็นด้วยเทคโนโลยีHPP (High Pressure Processing)ซึ่งฆ่าเชื้อด้วยแรงดันน้ำแทนการใช้ความร้อนเพื่อช่วยล็อคความสดและคงคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมยืดอายุการเก็บได้นานกว่า 30 – 45 วัน ผสมผสานวัตถุดิบคุณภาพดี อาทิ หัวปลี มัลเบอร์รี่ โป๊ยกั๊ก อินทผลัม สตรอว์เบอร์รี่ โกจิเบอร์รี่ และขิง ซึ่งอุดมไปด้วยแคลเซียม โปรตีน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน มีส่วนช่วยในการเพิ่มปริมาณน้ำนม เพิ่มคุณค่าสารอาหารในน้ำนมแม่ ช่วยบำรุงร่างกาย ลดความเครียด...
หลังจาก OPPO เปิดตัวพร้อมวางจำหน่าย OPPO A53 ครั้งแรกไปเมื่อปีที่ผ่านมา ก็ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ใช้งานอย่างล้นหลาม ทั้งในด้านหน้าจอที่ไหลลื่น การถ่ายภาพที่สวยโดดเด่น รวมถึงราคาที่ถือได้ว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก และเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์ในราคาคุ้มค่า OPPO จึงประกาศวางจำหน่าย OPPO A53 สีใหม่ สีเขียว Mint Cream ในราคาเดิมเพียง 5,499 บาท
OPPO A53 ยังคงชูจุดเด่นในด้านสเปคครบ สนุกทุกฟังก์ชัน ภายใต้สโลแกน “OPPO A53 เร็วยิ่งขึ้น สนุกยิ่งกว่า” โดดเด่นด้วยหน้าจอ 90Hz กว้าง 6.5 นิ้ว แบบ Neo Display, แบตเตอรี่สุดอึด 5,000 mAh พร้อมระบบชาร์จไว 18W ให้คุณสนุกได้นานยิ่งขึ้น รวมไปถึงการใช้งานที่ให้คุณเล่นได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุดด้วย CPU Snapdragon 460, RAM 4GB และ ROM 64GB ส่วนในด้านการถ่ายภาพมาพร้อมกล้องหน้า AI ให้เซลฟี่สวยเป๊ะด้วยความละเอียดถึง 16MP และ AI 3 กล้องหลัง ให้คุณถ่ายสนุกทุกมุมด้วยความละเอียดสูงสุดถึง 13MP
โดย OPPO A53 สมาร์ทโฟนที่สุดแห่งความคุ้มค่าพร้อมให้คุณ เร็วยิ่งขึ้น สนุกยิ่งกว่า ด้วยสีที่มีให้เลือก 2 สี คือ สีใหม่! สีเขียว Mint Cream และ สีดำ Moonlight Black ในราคาเพียง 5,499 บาท ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมที่ https://www.oppo.com/th/smartphones/series-a/a53/
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oppothai/









