ในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมียอดขายราว 2.3 ล้านเครื่อง เติบโตประมาณ 3% และแม้ปีนี้จะเจอพิษ Covid-19 เข้าไปอย่างจัง แต่ ‘เอเซอร์’ (Acer) เบอร์ 1 ในตลาดยังมองว่า ไม่ติดลบ เพราะด้วยอานิสงค์ของการ Work From Home การเรียนออนไลน์ และที่สำคัญ เกมมิ่ง ซึ่งเป็น 3 ปัจจัย New Normal ช่วยประคองตลาดอยู่
กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี หั่นคาดการณ์ GDP ปี 63 เหลือ -8.1% จากเดิมที่คาดไว้ -5.3% หลังเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มหดตัวกว่าที่คาด เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 รุนแรงกว่าที่ประเมินไว้
วันนี้ (24 มิ.ย.63) ทิตนันทิ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ระบุว่า คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 0.50 ต่อปี
โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 มีแนวโน้มหดตัวกว่าประมาณการเดิม เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 รุนแรงกว่าที่คาดไว้ และรัฐบาลหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยต้องดำเนินมาตรการควบคุมการระบาด ซึ่งส่งผลกระทบให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก รวมทั้งจะมีผลกระทบที่มีความไม่แน่นอนสูงต่อโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ รูปแบบการทำธุรกิจ...
‘ช้อปปี้’ ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ได้วิเคราะห์เทรนด์การจับจ่ายของคนไทยในครึ่งปีแรก พบตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังเติบโตสดใสจากความพร้อมของผู้ซื้อ-ผู้ขายในการจับจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นรับพฤติกรรมนิวนอร์มัล โดยสะท้อนจากกระแสนิยมที่เติบโตใน3 หมวดหมู่สินค้าทั้งอาหาร-สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าแฟชั่น และเครื่องใช้ภายในบ้าน พร้อมกันนี้ ‘ช้อปปี้’ ตอกย้ำความร้อนแรงของตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ส่งแคมเปญ ‘Shopee 7.7 Mid Year Sale’ เตรียมอัดโปรโมชั่นเด็ดเอาใจขาช้อปออนไลน์ด้วยดีลส่วนลด 50% ตลอดทั้งแคมเปญ และโปรส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน ถึง 8 กรกฎาคม 2563
สุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะอีคอมเมิร์ซชั้นนำที่ครองใจคนไทยทั่วประเทศ ‘ช้อปปี้’ ตระหนักเป็นอย่างดีถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมให้กับทุกภาคส่วนรับความปกติใหม่หรือนิวนอร์มัล โดยเราได้ศึกษาพฤติกรรมเชิงลึกของผู้ใช้งานและพบว่าผู้ซื้อมีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ 3 หมวดหมู่สินค้า...
กลุ่มดุสิตธานีขานรับมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยว หลัง ครม.อนุมัติ 3 แพคเกจ มั่นใจกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ขับเคลื่อนการจับจ่ายใช้สอยทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้อีกครั้งหลังคลายล็อคดาวน์ เผยทยอยเปิดให้บริการโรงแรมเฟสแรกในเดือนมิถุนายนจำนวน 4 แห่ง เน้นบริการนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่วนโรงแรมที่ต้องพึ่งพานักธุรกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ย้ำความมั่นใจให้ลูกค้าด้วยมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยภายในสัญลักษณ์ SHA พร้อมจัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษกับแพคเกจ “Journey Together” คืนละ 4,000 บาทสุทธิสำหรับ 2 ท่าน รวมอาหาร 3 มื้อ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTCเปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการกำลังใจ โครงการเราไปเที่ยวกัน...
บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ห่วงใยในปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ซึ่งแม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการแท็กซี่ยังลดลง จึงได้จัดโครงการ มอบถุงปันสุข จำนวน 1,000 ถุง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ที่ขับรถแท็กซี่ โดยภายในถุงปันสุขประกอบด้วยสินค้าอุปโภค อาทิ ผงซักฟอกเปา น้ำยาล้างจานไลปอนเอฟ เจลล้างมือคิเรอิคิเรอิ แปรงสีฟัน ยาสีฟันซิสเท็มมา แชมพูคิวลีน ครีมอาบน้ำโชกุบุสซึ และหน้ากากผ้านาโนซิงค์ออกไซด์
ผู้ขับรถแท็กซี่ต้องการรับถุงปันสุข สามารถมารับได้ที่บริเวณหน้าบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ถนนพระราม 3 ในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 09.00 น.
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กลับมาเปิดให้บริการ Kerry Sameday บริการส่งด่วนในพื้นที่ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 45 บาท รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากสถานการณ์โควิด-19
นายวราวุธ นาถประดิษฐ์ กรรมการและกรรมการบริหาร สายงานพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาเผยให้เห็นเทรนด์ของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนในอนาคตจากที่ประชาชนต้องเก็บตัวอยู่บ้าน ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มคุ้นชินกับการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในทุกช่วงอายุ ทำให้ให้ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน โดยเคอรี่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ตามมาจากการที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ New Normal ทั้งในฝั่งของผู้ซื้อและผู้ขาย โดยผู้ประกอบการก็มีการเร่งปรับตัวกระโดดเข้ามาสู่ช่องทางการขายผ่านออนไลน์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นดีมานด์ของการขนส่งยังคงจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้นความต้องการบริการจัดส่งที่รวดเร็วฉับไวก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เราจึงนำบริการ Kerry...
อย่างที่ทราบดีว่าการฟังเพลงของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปโดยสื่อวิทยุไม่ใช่แพลตฟอร์มเดียวในการฟังเพลงอีกต่อไป ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถฟังเพลงได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ได้หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงการเข้าถึงผู้บริโภค COOLISM บริษัทในเครือ อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ อาร์เอส กรุ๊ป จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อตอบรับชีวิตแบบวิถีใหม่ (New Normal) ให้ง่ายและสะดวกขึ้น ด้วยช่องทางออนไลน์ใหม่ COOLanything เปลี่ยนผู้ฟังเป็นลูกค้า ตอกย้ำโมเดลธุรกิจ Entertainmerce ชูคอนเซปต์ “ฟังเพลงได้ ช้อปเพลิน ในแอปเดียว” สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไม่เหมือนใคร ผ่านแอปพลิเคชั่น COOLISM ที่เติมความสุขให้ทุกชีวิต ด้วยสินค้าที่คัดพิเศษเฉพาะกลุ่มผู้ฟัง COOLfahrenheit มากกว่า 150 รายการ พร้อมจับมือ ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินภาพวาดอิลลัสเตรท ร่วมโครงการ 1 For 1 Charity สร้างสรรค์หน้ากากผ้าปี่เซียะ เพื่อบริจาคให้กับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย คาดดันสัดส่วนรายได้ธุรกิจคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น 15% จากเดิม 10%
นายปริญญ์ หมื่นสุกแสง หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจวิทยุคูลลิซึ่ม กล่าวว่า “จากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคต้องกักตัวอยู่บ้าน และ Work for home ตลอด 3 เดือน ทำให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป และเพื่อเป็นการรับมือกับวิถีชีวิตใหม่ COOLISM คลื่นวิทยุอันดับ 1 ของเมืองไทย ที่ไม่ได้มีแค่เพลงเพราะฟังสบายตลอดทั้งวัน แต่ยังเต็มไปด้วยไลฟ์สไตล์คอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว อาหารการกิน สุขภาพ และแรงบันดาลใจด้านความงาม ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้ฟังมากถึง 49 ล้านครั้ง/เดือน และเพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจคอมเมิร์ซ ธุรกิจในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป COOLISM จึงได้พัฒนา แอปพลิเคชันขึ้นมาใหม่...
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดโปรโมชันพิเศษ “เคทีซี-วีซ่า สายกิน… แลกฟิน คะแนนสุดคุ้มกับ Eatigo” สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่าทุกประเภท แลกรับ Eatigo e-Coupon โค้ดส่วนลด 400 บาท (ลดเพิ่มจากส่วนลดปกติสูงสุด 50%) เมื่อใช้จองห้องอาหารในโรงแรมและห้องอาหารชั้นนำ ที่เว็บไซต์ www.eatigo.com หรือแอป “Eatigo” ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 – 15 กันยายน 2563 โดยใช้คะแนน KTC FOREVER 1,299 คะแนน + 99 บาท แลกรับโค้ดส่วนลดผ่านช่องทาง KTC USHOP หรือใช้คะแนน KTC FOREVER 1,999 คะแนน แลกรับโค้ดส่วนลดผ่านช่องทาง KTC USHOP หรือแอป “KTC MOBILE” และสามารถใช้คูปองได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 – 30 กันยายน 2563
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE โทรศัพท์ 02 123 5000
“หมอเสริฐ” ประกาศล้มดีลเทกโอเวอร์ “บำรุงราษฎร์” ตลาดไม่เอื้อ ราคาหุ้นลดฮวบ ยกเลิก “เทนเดอร์ฯ” หันลงทุนสนามบินอู่ตะเภาสนุกกว่า
รายงานข่าวจากบริษัท บีเอสเอช โฮม แอ็พพลายแอ็นซ์ จำกัด (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำจากประเทศเยอรมนี ภายใต้แบรนด์ “บ๊อช” (Bosch) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นำเครื่องซักผ้าฝาหน้าอัจฉริยะ Series 6 ระบบ i-DOS ความจุ 9 กิโลกรัม ที่มาพร้อมระบบตวงน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มให้เหมาะสมสำหรับการซักในแต่ละครั้งแบบอัตโนมัติเข้ามาแนะนำให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย โดยเครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่นนี้ใช้การทำงานด้วยระบบเซ็นเซอร์ ดังนี้
- วัดน้ำหนักผ้า
- ตรวจจับความกระด้างในน้ำที่ใช้ซัก
- วัดชนิดผ้า
- วัดความสกปรกในเนื้อผ้า
เครื่องจึงสามารถตวงปริมาณน้ำยาที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ ทำให้ช่วยประหยัดน้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่ม หมดปัญหาเรื่องปริมาณน้ำยาน้อย หรือมากไป ขจัดสาเหตุที่เกิดการระคายเคืองผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย นอกจากการควบคุมปริมาณน้ำยาให้เหมาะสมแล้ว ยังช่วยถนอมและรักษาสีผ้าให้สดใส และผ้าขาวไม่หมอง พร้อมกับความสะดวกสบายเพียงแค่เติมน้ำยาให้เต็มช่องใส่น้ำยา และปล่อยให้เครื่องทำงานแบบอัตโนมัติ
เครื่องซักผ้าบ๊อช ระบบ i-Dos มาด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ คือ เครื่องทำงานเงียบราวกับอยู่ในห้องสมุดแม้ขณะปั่นผ้า ด้วยมอเตอร์ไร้แปรงถ่าน EcoSilence Drive™ ที่ให้เสียงเงียบขณะใช้งาน และทนทานกว่า โดยได้รับความเชื่อมั่นจากบรรดาผู้ใช้งานทั่วโลก และฟังก์ชั่นพิเศษ Speed Perfect ที่ช่วยประหยัดเวลาซักผ้าได้ถึง 65% ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานแต่ทว่ายังให้ผลลัพธ์ด้านการซักสูงสุด แม้เสื้อผ้าราคาแพงที่แสนจะบอบบางก็ไม่ทำให้เนื้อผ้าเสียหาย ด้วยถังซักแบบ VarioDrum ดีไซน์ทรงหยดน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ทนทานได้มาตรฐาน ช่วยขจัดคราบและสิ่งสกปรกออกจากผ้าทุกชนิดไม่ทำให้ผ้าเสียหาย และฟังก์ชั่น ActiveWater™ Plus: ควบคุมระดับน้ำในถังซักได้มากถึง 265 ระดับ เพื่อให้ระดับน้ำที่ใช้ซักสัมพันธ์กับปริมาณผ้า ที่สุดของความสะดวกสบาย
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.bosch-home.in.th/th/product-list/washers-dryers/washing-machines/front-load-washing-machines/WGG454A0TH?breadcrumb=frontloader









