บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค มอบซิมเน็ตที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด นาน 14 วัน ให้คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ได้ใช้ติดต่อสื่อสารถึงครอบครัว และคนรัก ในช่วงที่ต้องอยู่ในพื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ เพื่อสังเกตอาการในช่วง 14 วัน ภายใต้การดูแลของภาครัฐ หรือ State Quarantine
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบหลัก State Quarantine โดยมีบุคลากรจากกรมควบคุมโรคเป็นผู้สนับสนุนการดำเนินงานให้คำปรึกษาด้านการป้องกัน ควบคุมโรค เฝ้าระวังติดตามอาการ และคัดกรองผู้เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค ภายใต้การสั่งการจากผู้บัญชาการเหตุการณ์ รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข ให้การสนับสนุนบุคลากรร่วมดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ผู้กักกันโรคจะได้รับการดูแลจากทางเจ้าหน้าที่ ตรวจเช็คสุขภาพประจำวัน มีทีมให้คำแนะนำและประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง ณ สถานที่กักกันนั้นๆ และจะมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการภายในวันที่ 5-7 ของการเฝ้าระวัง หากตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด 19...
HUAWEI nova 7i สมาร์ทโฟนพลังซูเปอร์ชาร์จ พร้อมสี่กล้องสุดล้ำ และ HUAWEI MatePad Pro แท็บเล็ตระดับพรีเมี่ยม ที่เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันที่ครบถ้วนตอบโจทย์การใช้งานในทุกสถานการณ์ จนได้รับเสียงตอบรับจากแฟนหัวเว่ยอย่างล้นหลามยอดจองเต็มในช่วงพรีออเดอร์ พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วทั่วประเทศวันที่ 1 พฤษภาคมนี้
HUAWEI nova 7i เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มาพร้อมฟังก์ชันและฟีเจอร์แบบจัดเต็ม กล้องหลังสุดล้ำ 4 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก 48MP ถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูง พร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษ (ultra-wide) เลนส์มาโคร และเลนส์ที่ให้ภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ อีกทั้งยังมีกล้องหน้าที่ให้ภาพนิ่งความละเอียดถึง 16MP พร้อมโหมด Super Night Selfie 2.0 ให้ถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยได้คมชัดแม้ในที่มืด ทั้งยังมาพร้อมระบบ AI Video Editing สุดชาญฉลาดที่ช่วยตัดต่อวิดีโอได้ง่ายเสมือนมือโปร และมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุมากถึง 4200 mAh ควบคู่กับเทคโนโลยีชาร์จไว Huawei SuperCharge รองรับการชาร์ระดับ 40W สามารถชาร์จได้ถึง 70% ภายในเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น ทั้งยังตอบโจทย์ความบันเทิงสำหรับคอเกมด้วยชิปเซ็ตทรงพลัง KIRIN และเทคโนโลยี Kirin Gaming+ ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์เกมมิ่งให้สายอีสปอร์ตทุกคนเล่นเกมสุดมันส์ได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างไม่มีกระตุก พร้อมระบบ HUAWEI Mobile Services (HMS) ที่ขนเอาแอปพลิเคชันยอดฮิตต่างๆ เช่น Line TV , TikTok, Agoda,...
ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย จะเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้แล้วนั้น แต่มาตรการและการเฝ้าระวังยังคงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ถึงแม้จะมีมาตรการผ่อนปรนบ้างในบางพื้นที่และในบางกิจกรรม แต่อย่างไรก็ตาม ไวรัสโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ ยังไม่มียารักษาจำเพาะ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ด่านหน้าสำคัญในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ต้องทำงานกันอย่างหนักตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมง ในขณะที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ยังคงมีไม่เพียงพอที่จะดูแลผู้ป่วยอีกด้วย
สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ธุรกิจมีเดียในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ จึงได้จัดโครงการ “ช่อง 8 ร่วมใจช่วยทีมแพทย์สู้ภัยโควิด-19” เพื่อเป็นสื่อกลางในรวบรวมเงินบริจาคของผู้ชมจากทั่วประเทศ จำนวน 3.1 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมอบให้แก่โรงพยาบาลตำรวจ และนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นและมีไม่เพียงพอต่อการใช้งาน อาทิ หน้ากากอนามัย N95, ชุด PPE, เครื่องวัดออกซิเจน, เฟซชิลด์ และเครื่องให้สารน้ำทางหลอดเลือด เพื่อนำส่งให้แก่ 6 โรงพยาบาลชายแดนภาคใต้ ได้แก่ โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลบันนังสตา โรงพยาบาลปัตตานี โรงพยาบาลยะรัง โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และโรงพยาบาลรือเสาะ
นางสาวนงลักษณ์ งามโรจน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กล่าวว่า “เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ช่อง 8 ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน จัดโครงการ “ช่อง 8 ร่วมใจช่วยทีมแพทย์สู้ภัย โควิด-19” เปิดรับเงินบริจาคจากผู้ชมทั่วประเทศ เพื่อนำเงินไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ให้แก่โรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และยากต่อการเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเงินทุกบาททุกสตางค์ที่บริจาคเข้ามา ทางช่อง 8 ได้นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นและได้กระจายการจัดส่งอุปกรณ์ไปยังโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป”
นายธีระ ธัญญะอนันต์ผล บรรณาธิการบริหาร...
ด้วยสถานการณ์ของโควิด-19 ที่ครอบคลุมการแพร่ระบาดทั่วโลก รวมถึงหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯโครงการ One Bangkok (วัน แบงค็อก) เล็งเห็นความจำเป็นของอุปกรณ์พื้นฐานทางการแพทย์ที่จะช่วยป้องกันและบรรเทาการแพร่ระบาดนี้ในชุมชนได้ทางโครงการฯจึงได้ร่วมมือกับสำนักงานเขตปทุมวันมอบชุดความห่วงใย ประกอบด้วย เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายแบบอินฟาเรด จำนวน 14 เครื่องพร้อมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นและแอลกอฮอล์ 70% รวม 560 ลิตร ให้แก่ 7 ชุมชนซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโครงการ วัน แบงค็อก ได้แก่ชุมชนกุหลาบแดง ชุมชนซอยพระเจน ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ชุมชนเคหะบ่อนไก่ ชุมชนซอยร่วมฤดี ชุมชนซอยโปโล และชุมชนเทพประทานเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีของคนในชุมชน
กิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการดำเนินงานของโครงการ วัน แบงค็อก ในการสรรค์สร้างชุมชนที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดำเนินบทบาทในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการส่งเสริมด้านสุขอนามัยของสมาชิกในชุมชนโดยรอบโครงการ นอกเหนือจากการสนับสนุนการเรียนรู้ด้านศิลปะและกีฬาให้แก่เยาวชนในชุมชนที่จัดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา
กรุงเทพฯ 30 เมษายน 2563 - สถานการณ์ โควิด-19 เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีใครเตรียมการรับมือมาก่อน แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนในสังคมไทยขณะนี้ ก็คือ ทุกภาคส่วนต่างช่วยกันเต็มที่ พยายามหาทางออกคนละไม้ละมือ ใครมีศักยภาพอะไร ต่างก็นำมาช่วยเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นไปได้ กลุ่มทรู อีกหนึ่งองค์กรไทยที่เป็นที่รู้จักกันในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีสื่อสารดิจิทัล ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ นำศักยภาพความพร้อมที่มีอยู่ร่วมทำภารกิจหลายอย่างเพื่อสนับสนุนคนไทยและสังคมไทย พอสรุปได้ 10 ภารกิจ ดังนี้
1. “แพลตฟอร์มรองรับ Work from Home #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ”
แพลตฟอร์มสัญชาติไทยแท้ True Virtual World ที่ทรูรวมสรรพกำลังบุคคลากรไอทีคนไทย เร่งพัฒนาพร้อมทั้งใช้คลาวด์เทคโนโลยีที่ทรูมีอยู่ ร่วมสร้างเป็นทางออกให้คนไทยในช่วงที่ต้อง WFH ทำได้หมด ทั้งประชุมออนไลน์ เรียนหนังสือออนไลน์ หรือแม้แต่สังสรรค์ออนไลน์...
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0-0.25% โดยพร้อมจะใช้ "เครื่องมือทางการเงินทุกรูปแบบ" เพื่อกระตุ้นเเละเยียวยาเศรษฐกิจที่ได้รับกระทบอย่างหนัก จากโรคระบาด COVID-19
ความเคลื่อนไหวนี้ เป็นไปพร้อมกับการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐฯ ประจำไตรมาส 1/2563 โดยเศรษฐกิจติดลบถึง 4.8% แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะติดลบ 3.5% เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่จีดีพีในไตรมาส 4/2008 ในช่วงวิกฤตการเงินที่เคยติดลบ 8.4%
ยอดเสียชีวิต COVID-19 “สหรัฐอเมริกา” ทะลุ 58,355 คน แซงหน้าสมัยสงครามเวียดนามแล้ว
ในช่วงไตรมาสเเรก การใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ลดลง 7.6% การใช้จ่ายด้านสินค้าคงทนลดลง 16.1% และการใช้จ่ายในภาคบริการดลดลง 10.2% ด้านการส่งออกหดตัวลง 8.7% และการนำเข้าหดตัวลง...
เกาหลีใต้ไม่มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ในประเทศวันนี้ (30 เม.ย.) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคถึงจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมา
แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อิงค์ (แอลจี) เผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 มีรายได้รวม 12.45 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 3.86 แสนล้านบาท) และผลกำไรจากการดำเนินงาน 921.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2.86 หมื่นล้านบาท) แม้รายได้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ผลกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.1 จากไตรมาสแรกของปี 2562 ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของบริษัทฯ ที่มีกำไรจากการดำเนินงานมากกว่า 921 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2.86 หมื่นล้านบาท) คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ร้อยละ 7.4 ซึ่งเป็นอัตราประจำไตรมาสแรกสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอลจี
กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศ รายงานรายได้ประจำไตรมาสแรกที่ 4.58 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.42 แสนล้านบาท) และผลกำไรจากการดำเนินงาน 636.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.97 หมื่นล้านบาท) โดยมีรายได้คงที่ในมูลค่าใกล้เคียงกับไตรมาสแรกของปีก่อนหน้า แม้ความต้องการซื้อในตลาดทั่วโลกลดลงจากวิกฤติโรคโควิด-19 แต่ยอดขายในประเทศเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชั่น Steam เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เครื่องล้างจาน และนวัตกรรมเพื่อการดูแลเสื้อผ้า LG Styler สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในการดูแลสุขภาพและสุขอนามัย โดยทั้งผลกำไรจากการดำเนินงาน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา) และอัตรากำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกนี้ มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอลจี อันเป็นผลจากประสิทธิภาพในการลดต้นทุนและความสนใจที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม
กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ประกาศรายได้ประจำไตรมาสแรกที่ 2.51 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 7.78 หมื่นล้านบาท) ลดลงร้อยละ 4.8 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากข้อจำกัดด้านการจัดหาชิ้นส่วนและการชะลอตัวของความต้องการซื้อทั่วโลก...
ครั้งแรกกับการสร้างสรรค์เมนูอาหารจากผลิตผลทางการเกษตรสดใหม่ ปลอดภัยของเจียไต๋ฟาร์ม สู่อาหารรสชาติสุดประทับใจในราคาสบายกระเป๋า โดยเชฟผู้ชนะรายการ Chef Wanted รายการดังของช่องอาหารระดับโลกอย่าง Food Network ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
เจียไต๋ฟาร์ม โดย บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลิ้มรสชาติแห่งความมุ่งมั่น (Taste our Passion) ในการสนับสนุนเกษตรกรและสร้างคุณค่าให้ผลิตผลทางการเกษตร ผ่านการสร้างสรรค์เมนูอาหารภายใต้แนวคิดอาหารอร่อย มีประโยชน์ บริโภคได้ทุกวัน ด้วยผลิตผลจากการเกษตรที่สดใหม่และปลอดภัย ผ่านฝีมือของเชฟคอลลิน สตีเว่นส์ (Colin Stevens) แห่งร้าน Ash Kickers Briskets & Bourbon ที่ดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาอย่างพิถีพิถัน โดยได้ร่วมมือกับเจียไต๋ฟาร์ม พัฒนาเมนูอาหารออกมาทั้งหมด 6 เมนู ได้แก่ ซุปฟักทองมินิบอล (Miniball Pumpkin Soup) ซุปครีมข้นข้าวโพดหวาน (Creamy Corn & Bacon Chowder) ข้าวโพดหวานย่างสไตล์เม็กซิกัน (Mexican Grilled Corn “Elote”) ฟักทองมินิบอลย่างพร้อมซอสดิป (Roasted Miniball Pumpkin & Dips) สลัดข้าวโพดหวานย่าง (Grilled Corn Salad) และสลัดไก่ย่าง (Grilled...
นางวิภาดา ดวงรัตน์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยนายอิสระ บุรินทรามาตย์ ผู้อำนวยการ บริษัท เอเซียบุ๊คส จำกัด ร้านหนังสือชั้นนำในกลุ่มบีเจซี จัดกิจกรรม “Asia Books แคร์ แชร์ มอบ” เชิญชวนนักอ่านแชร์ภาพคู่กับหนังสือเล่มโปรดและบรรยายข้อคิดที่ได้จากการอ่านบนเฟซบุ๊กของคุณ โดยตั้งค่าการโพสต์ให้เป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #Asiabooksbcarebshare #แคร์แชร์มอบ 1 โพสต์ เท่ากับมอบหนังสือ 1 เล่ม เพื่อส่งมอบหนังสือจาก Asia Books มูลค่ารวมกว่า 120,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลและศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพื่อเป็นประโยชน์และผ่อนคลายความกังวลระหว่างรับการรักษา เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ - 10 พฤษภาคม 2563 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Asia Books Facebook Fan page https://www.facebook.com/asiabookspage/









