People / Management

ย้อนรอยกรณี "เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด" ยูทูบเบอร์ไทย จาก FEDFE, OHANA ถึงดราม่าล่าสุด “ชัยโสโร”

วงการยูทูบเบอร์ไทยสายแกล้งเพื่อน-เล่นเสี่ยง-สายฮา ดูเหมือนจะมีสูตรสำเร็จอยู่ข้อหนึ่งที่ไม่มีใครอยากเจอ นั่นคือพอกลุ่มเพื่อนโตขึ้นเป็นธุรกิจ มีเงินก้อนใหญ่เข้ามา เรื่องเงินกับเพื่อนที่ว่าไม่ควรยุ่งกัน ก็มักจะมายุ่งกันจนได้ทุกที เอาละ วันนี้จะสรุปให้ดูว่าดราม่านี้เกิดขึ้นกี่รอบแล้ว ตั้งแต่รุ่นบุกเบิกยัน "มหากาพย์" ที่กำลังฮอตที่สุดตอนนี้

CHAISORO-01_1.jpg

FEDFE ตำนานยุคบุกเบิกยูทูบ

#FEDFE ก่อตั้งราวปี 2554-2555 เป็นกลุ่มยูทูบเบอร์ไทยรุ่นบุกเบิกที่สุดสายหนึ่ง เล่นกันโหดสไตล์ Jackass

เริ่มแรก ช่องมีสมาชิกทั้งหมด 9 คน ได้แก่ ต้าด็อกเรด, ยัตห่า, เฮียฮ้อ, โมเมนตั้ม, เบียร์สด, จเด็ด, เจมส์500, กอฟฟู, ต้อมชิลล์ และภายหลังได้มีสมาชิกใหม่คือ “วาวาว”

จนในปี 2557 ช่องเริ่มมีปัญหา เนื่องจากวาวาว ยักยอกเงินกลุ่ม ทีมเคยจับได้และให้โอกาสกลับตัวไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ทำซ้ำอีก

ต่อมาในปี 2559 ทีมงานออกแถลงการณ์ทางการ ไล่วาวออกจากกลุ่มพร้อมหลักฐาน นี่คือบทเรียนเรื่องเงินบทแรกของวงการนี้เลยก็ว่าได้

หลังจากทำช่องกันมาได้ประมาณ 6-7 ปี กระทั่งวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ช่อง FEDFE ก็ได้ประกาศยุบอย่างเป็นทางการ หลังทำมาครบ 9 ปี 9 เดือน ให้เหตุผลว่าถึงเวลาแยกย้าย เพราะกระแสโซเชียลเปลี่ยนไป บวกกับรายจ่ายที่สูงจากการบริหารแบบ "บ้าน ๆ" เพราะเพื่อนอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ ก็ให้เท่านั้น

หลังจากนั้น สมาชิกแต่ละคนก็หันไปทำช่องตามความสนใจของตัวเอง เป็นการปิดตำนาน FEDFE

351562_0.jpg

OHANA สานต่อทั้งคอนเทนต์ และสมาชิกโกงเงิน

หลังจากปิดตำนานช่อง FEDFE ในช่วงปี 2559 ก็เกิดช่อง #OHANA ที่ได้แรงบันดาลใจการทำคอนเทนต์มาจากรุ่นพี่อย่าง FEDFE, The Dudesons และ Jackass โดยมีสมาชิกครบทีม 7 คน ได้แก่ อาร์ม, ดิ๊ว, บิ๊กกี้, ซาบอล, อู๊ดดี้, ปกป้อง และเดอะมีน

แต่จากคอนเทนต์แกล้งเพื่อน OHANA ขยายไปสู่การทำอาหาร ท่องเที่ยว เกม และรายการหลากหลายรูปแบบ จนกลายเป็นหนึ่งในช่อง YouTube ไทยที่มีผู้ติดตามระดับหลายล้านคน

แต่เมื่อกลุ่มเพื่อนเติบโตจนกลายเป็นบริษัท บทบาทของแต่ละคนก็ไม่ได้มีเพียงการออกหน้ากล้อง โดยเดอะมีนรับหน้าที่เกี่ยวกับ บัญชี เอกสาร และการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเจ้าตัวเคยเล่าว่าเป็นหน้าที่ที่สมาชิกในกลุ่มโหวตให้รับผิดชอบ

จนกระทั่งในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 บริษัท โอฮาน่า โปรดักชั่น จำกัด ประกาศให้ เดอะมีน พงศธร เหลาจันทึก พ้นสภาพการเป็นพนักงาน โดยระบุว่าเขาดำรงตำแหน่งด้านบัญชี และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทอีกต่อไป

ในตอนแรกแถลงการณ์ระบุเพียงว่าขอไม่ชี้แจงรายละเอียดเชิงลึก เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อข้อกฎหมาย แต่ต่อมามีกระแสข่าวและหลักฐานเชื่อมโยงว่าเกิดปัญหาความไม่โปร่งใสเรื่องเงินภายในบริษัทและเงินของเพื่อนร่วมทีมหลักล้านบาท ทำให้มิตรภาพยาวนานกว่า 9 ปีต้องสิ้นสุดลง

ต่อมาเดอะมีนออกมาขอโทษเพื่อนร่วมทีม ยอมรับความผิดว่า และระบุว่าจะขายทรัพย์สินเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาและรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น และเรื่องดังกล่าวจบลงด้วยการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในข้อหา ลักทรัพย์นายจ้าง

และในเดือนมิถุนายน 2569 คดีถึงที่สุด เดอะมีนรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ศาลตัดสินผิดจริง สั่งชดใช้ค่าเสียหาย

351559_0.jpg

ชัยโสโร เพื่อนรัก 20 ปีที่แตกหัก

หลังจากที่ FEDFE แยกย้ายไปทำคอนเทนต์ของตัวเอง เพื่อนรักที่หลายคนจำได้แม่นจาก FEDFE ก็คือ "ต้า (ลิขิต สิทธิพันธุ์) กับ "ยัต " (กิตติศักดิ์ เวชประสาร) ที่คบกันมา 20 ปี คือ ทั้งคู่ต่างผ่านเรื่องราวต่าง ๆ กันมามากมาย ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นแทบไม่มีเงินกินข้าว จนสามารถประสบความสำเร็จ ก็ได้ออกมาทำช่องร่วมกันโดยใช้ชื่อว่า #ชัยโสโร

โดยเป็นการนำช่อง/เพจเดิมของ "ต้า เฟ็ดเฟ่" ที่ในตอนนั้นเพจมีผู้ติดตามประมาณ 4 แสนราย ส่วนในยูทูบมีผู้ติดตามราว 6 แสนราย มาเปลี่ยนชื่อใหม่ ในขณะที่การจดทะเบียนบริษัท เป็นการนำบริษัท "ฤทธี" ที่พี่สาวของภรรยายัตเคยจดทะเบียนทิ้งไว้เฉย ๆ มาเปลี่ยนชื่อเป็น "ชัยโสโร" แทน พร้อมเปลี่ยนกรรมการและผู้ถือหุ้นใหม่ทั้งหมด โดยมีโครงสร้างหุ้นคือแ ต้า 49% ยัต 49% ภรรยายัต 2%

ช่วงแรกใช้บ้านของต้าเป็นออฟฟิศถ่ายคลิป ในขณะนั้นมีสมาชิกประมาณ 5 คน ได้แก่ ยัต, ต้า, ไต๋ (น้องชายต้า), ก้อง ทรงเอ, เดย์ บางทราย และบึก ส่วนทีมงานเบื้องหลังมี "ก๊วย" เป็นคนตัดต่อ ส่วนฝ่ายบัญชีคือ "บ." น้องสาวของยัต โดยมีภรรยายัตช่วยดูแลงานอีกแรง จากนั้นสมาชิกช่องก็ค่อย ๆ ทยอยออกไป จนเหลือเพียงยัต และต้า

กระทั่งกลางปี 2568 (29 มิถุนายน 2568) แฟนคลับสังเกตว่าต้าหายไปจากช่องชัยโสโร ก่อนที่ต้าจะออกมาประกาศว่าออกจากช่องแล้ว โดยยอมรับตรง ๆ ว่ามีปัญหาเรื่องการทำงานที่แก้ไขไม่ได้ และต้องหาเงินดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียง

จากนั้น ต้าเริ่มไปไลฟ์ขายของ ออกรายการต่าง ๆ และเปิดเผยเรื่องราวความบอบช้ำทางจิตใจ ทำให้ชาวเน็ตมองว่าเป็นเพราะต้า ที่ทำให้ช่องชัยโสโรแตก เนื่องจากช่วงนั้น ยัตเลือกที่จะเงียบ ไม่ออกมาแสดงความคิดเห็น

ทิศทางของชาวเน็ตยิ่งหันไปทางยัตมากขึ้น หลังมี คลิปสั่งลาเพื่อน ที่ช่องชัยโสโรลงคลิปร่วมกับแก๊ง Ohana แต่ไม่มีต้า นั่นทำให้ต้าถูกทัวร์ลง ถูกนำไปแขวนด่าตามเพจต่าง ๆ ถูกแฟนทิ้ง โดนแบนงานในวงการบันเทิงจนไม่มีงานเข้า แม้แต่ไลฟ์ขายของประทังชีวิตก็ยังมีคนตามเข้ามาด่า

ต้าเล่าว่า ด้วยความเครียดสะสมทำให้เจ้าตัวเคยมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ก่อนจะหันเข้าสู่การปฏิบัติธรรมจนดึงตัวเองกลับมาได้ และตั้งใจเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอภาวะยากลำบากในชีวิตไม่ให้ยอมแพ้

แต่จุดพลิกผันก็เกิดขึ้นช่วงต้นปี 2569 เพจ FEDFE ที่เงียบหายไปนานหลายปี กลับมาเคลื่อนไหว โดย เผยแพร่เอกสารว่า ต้าโดนฟ้องเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท จากกรณีที่ต้า นำคลิปเดโม่ที่ตนเองเคยทำไว้ออกมาลงในช่องใหม่

จากนั้น เพจ Fedfe ก็มีการโพสต์แฉอีกเรื่อย ๆ เช่น เรื่องการปลอมลายเซ็นเพื่อโอนหุ้นบริษัทโดยที่ต้าไม่รู้ตัว กระทั่งในเดือนสิงหาคม 2569 คลิปเสียงหลุด ต้าโทรทวงถามเรื่องแบ่งทรัพย์สิน โดนตอบกลับว่า "มึงมันแค่ลูกน้อง" ไม่เคยเป็นหุ้นส่วน ยอดวิวพุ่ง 5.2 ล้าน

จนวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ต้าไปออกโหนกระแสพร้อมทนาย ร้องไห้กลางรายการเล่าว่าถูกกดทับทางจิตใจมาตลอด ถูกวางบทให้เป็นตัวตลกในออฟฟิศ ป่วยซึมเศร้าและมีความคิดทำร้ายตัวเองต่อเนื่องหลายเดือน

ข้อกล่าวหาเรื่องเงินที่ต้าเปิดหมด ไม่ว่าจะเรื่องบ้าน-รถซื้อด้วยเงินบริษัทแต่ใส่ชื่อยัต / เงินเดือนถูกลดจาก 150,000 เหลือ 40,000 / ถูกขอให้สละเงินปันผลไปซื้อรถให้ยัต / ปลอมลายเซ็นโอนหุ้นตอนต้าป่วยหนัก

โดยทางฝั่งยัตปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่เคยคิดฮุบบริษัทหรือโกงเพื่อน อ้างคลิปเสียงถูกตัดต่อเปลี่ยนความหมาย เตรียมหลักฐานสู้คดีในชั้นศาล

351558_0.jpg

เมื่อเงินเข้ามาเกี่ยว มิตรภาพก็พร้อมพัง

ทั้งนี้ ต้องย้ำว่า กรณีของต้า-ยัต ตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นแค่คำกล่าวอ้างของแต่ละฝ่าย คดียังไม่จบ ศาลยังไม่ตัดสินว่าใครถูกใครผิด และฝั่งของยัตเองระบุในการโฟนอินรายการโหนกระแสว่า ตนและทีมทนายจะมาออกชี้แจงในรายการโหนกระแสในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมนี้

จุดที่น่าสนใจคือ ทั้งสามเคสมีจุดร่วมเดียวกันคือ เริ่มจากมิตรภาพแท้ ๆ แต่พอกลายเป็นธุรกิจที่มีเงิน มีหุ้น มีตำแหน่งเข้ามาเกี่ยว เส้นแบ่งระหว่าง "#เพื่อน" กับ "#หุ้นส่วน" ก็เบลอจนพังไม่เป็นท่า FEDFE สอนเรื่องความไม่โปร่งใสทางการเงิน OHANA สอนเรื่องการไว้ใจคนดูแลเงินโดยไม่มีระบบตรวจสอบ ส่วนชัยโสโรสอนว่าถ้าโครงสร้างอำนาจกับผลประโยชน์ไม่สมดุลตั้งแต่แรก สักวันมันจะระเบิดออกมาแน่นอน

บทเรียนที่ได้จริง ๆ คงเป็นเรื่องเดียวกันทุกเคส อยากทำธุรกิจกับเพื่อน วางสัญญาและโครงสร้างให้ชัดตั้งแต่วันแรก อย่าฝากทุกอย่างไว้กับความไว้ใจเพียงอย่างเดียว เพราะสุดท้ายเงินมันเปลี่ยนคนได้จริง ๆ