องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization หรือ ILO) ได้เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่อายุ 15–24 ปีทั่วโลก ว่างงานสูงถึงประมาณ 67 ล้านคน
เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ตัวเลขสถิติล่าสุด ยิ่งตอกย้ำความท้าทายของเด็กจบใหม่และผู้เริ่มทำงานอย่างชัดเจน จากรายงานของ ‘สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ’ (สศช.) ที่ได้ เปิดเผยสถานการณ์การว่างงาน ไตรมาส 2/69 พบมีผู้ว่างงานประมาณ 4 แสนคน เพิ่มขึ้น 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.95 %
กลุ่มน่าห่วง คือ กลุ่มเริ่มต้นทำงาน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่อายุ 20-24 ปี และผู้จบปริญญาตรี เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ความท้าทายนี้ไม่ได้มาจากแค่เศรษฐกิจชะลอตัวหรืออัตราการสร้างงานที่โตไม่ทันคนจบใหม่เท่านั้น ยังเกิดจากพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI และ Automation ที่เข้ามาแทนที่แรงงานเดิมอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น คนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน จึงไม่ได้แข่งแค่กับเพื่อนร่วมรุ่น แต่กำลังแข่งกับระบบอัตโนมัติที่เปลี่ยนโลกการทำงานทุกวินาที
หากมองให้ลึกลงไป ปัญหาอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ ‘งานไม่มี’ แต่อาจมาจาก Skill Mismatch หรือ งานมีแต่คนไม่ตรงงาน โดยตลาดแรงงานต้องการทักษะเฉพาะทางและความสามารถที่พร้อมใช้ทันที เช่น Digital & AI Skills ทักษะดิจิทัลและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี, Data Analytics การวิเคราะห์และใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ฯลฯ
แต่บัณฑิตที่จบมายังขาดประสบการณ์หรือทักษะที่ภาคธุรกิจต้องการ
การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ถือเป็นอีกเรื่องสำคัญ โดยองค์กรต่างๆ ปรับตัวเร็วและลดการจ้างงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) หันไปใช้เทคโนโลยีหรือระบบอัตโนมัติแทน
ดังนั้น โจทย์ใหญ่ของวันข้างหน้า อาจไม่ใช่แค่มีงานน้อยลง แต่คืองานที่มีอยู่... แต่ไม่ใช่งานแบบที่เราเคยเรียนหรือถูกฝึกฝนมา สิ่งสำคัญ จึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อปิดช่องว่างระหว่าง ‘สิ่งที่เรียน’ กับ ‘สิ่งที่ตลาดแรงงงานต้องการจริงๆ”