People / Management

“พรหมลิขิต” ไม่สู้ “ความมั่นคง” แอปหาคู่เกาหลีคัดโปรไฟล์เข้ม แนบวุฒิ ม.ดัง-ใบรับรองงาน-รายได้ ก่อนเปิดทางให้เดต

KOREADATEAPP-01.jpg

เมื่อ “ความรัก” ไม่ได้เริ่มต้นจากการถูกชะตากันเพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องผ่านการตรวจสอบโปรไฟล์ก่อน ตอนนี้แอปหาคู่ในเกาหลีใต้กำลังสะท้อนพฤติกรรมการเดตยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคง” มากกว่า “พรหมลิขิต”

จากเดิมที่แอปหาคู่แข่งขันกันด้วยจำนวนผู้ใช้งาน อัลกอริทึม และการเลือกคู่จากหน้าตา หรือภาพลักษณ์ภายนอก

ปัจจุบันมีบริการในเกาหลีใต้ที่ขยับไปอีกขั้น ด้วยการนำ การศึกษา อาชีพ รายได้ ไปจนถึงทรัพย์สิน มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการคัดกรอง และบางแอปถึงขั้นให้ผู้สมัครส่งเอกสารเพื่อยืนยันข้อมูลจริง เช่น

1.SKY People

แอปหาคู่ที่คัดคนโปรไฟล์ดีจบมหาวิทยาลัยดัง โดยมีระบบตรวจสอบข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2015 ผ่านทางเอกสาร เช่น ใบรับรองการทำงาน ใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ใบจบการศึกษา หรือการยืนยันผ่านอีเมลของมหาวิทยาลัยและบริษัท

-สำหรับผู้ชาย เกณฑ์ที่ใช้พิจารณาครอบคลุมตั้งแต่การทำงานในบริษัทที่มีความมั่นคง การประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง การเรียนหรือจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ไปจนถึงการยืนยันฐานะทางเศรษฐกิจ

-ฝั่งผู้หญิงเปิดกว้างกว่า โดยพิจารณาจากโปรไฟล์การทำงาน การศึกษา และคุณสมบัติอื่น ๆ

2.Palace

วางตัวเป็นแอปหาคู่ที่เน้นการยืนยันฐานะทางการเงิน โดยระบุว่ามีการตรวจสอบโปรไฟล์และเอกสาร และผู้สมัครต้องผ่านการประเมินระดับ A ขึ้นไป

เกณฑ์ที่ระบุสำหรับสมาชิกชายมีตั้งแต่การเป็นมืออาชีพ นักธุรกิจ หรือคนดัง การจบจาก Seoul National University, Yonsei University, Korea University, KAIST, POSTECH รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

กระทั่งมีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 70 ล้านวอน, 100 ล้านวอน หรือ 200 ล้านวอนขึ้นไป นอกจากนี้ยังพิจารณาทรัพย์สิน รถยนต์ และการอยู่อาศัยหรือถือครองอพาร์ตเมนต์ระดับราคา 2 พันล้านวอนขึ้นไปด้วย

3.W Club

ระบุเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำสำหรับสมาชิกชายที่ 50 ล้านวอนต่อปีสำหรับวัย 20 ปี และ 60 ล้านวอนสำหรับวัย 30 ปี พร้อมมีตรารับรองรายได้ในระดับ 100 ล้านวอน, 200 ล้านวอน และ 500 ล้านวอนขึ้นไป

ขณะเดียวกันยังพิจารณาอาชีพ เช่น ผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะทาง พนักงานบริษัทขนาดใหญ่ บริษัทต่างชาติ รวมถึงผู้จบจาก SKY, KAIST, POSTECH และสถาบันชั้นนำอื่น ๆ

ส่วนสมาชิกหญิงมีการคัดกรองทั้งคุณสมบัติและภาพลักษณ์ โดยต้องส่งภาพอย่างน้อย 3 ภาพ วิดีโอเซลฟี่ และข้อความแนะนำตัว

4.ONDO

แอปหาคู่ที่เปิดให้สมาชิกยืนยันตัวตนหลายด้าน ทั้งใบหน้า สถานที่ทำงาน การศึกษา และรายได้ โดยการยืนยันการศึกษาสามารถใช้เอกสาร เช่น ใบรับรองการจบการศึกษา ขณะที่การยืนยันรายได้ก็ใช้เอกสารประกอบการตรวจสอบเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการยืนยันสถานะการทำงานผ่านอีเมลบริษัท

5.Apart-ing

ใช้ “ที่อยู่อาศัย” เป็นหนึ่งในตัวกรอง โดยผู้สมัครต้องยืนยันว่าตนเองอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์จริงผ่านการตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ และยังสามารถใช้ข้อมูลจากระบบประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อยืนยันเรื่องการศึกษา ที่ทำงาน และรายได้ได้ด้วย

ทำไมต้องคัดโปรไฟล์กันขนาดนี้?

เหตุผลสำคัญคือ เมื่อการเดตไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงความสัมพันธ์ระยะสั้น แต่เชื่อมโยงไปถึง “การแต่งงาน” คุณสมบัติของอีกฝ่ายจึงมีความหมายมากขึ้น

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่การแต่งงานเผชิญแรงกดดันจากทั้ง ค่าที่อยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูก การแข่งขันทางการศึกษา และความมั่นคงในการทำงาน โดยปัจจัยด้านเศรษฐกิจกลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการแต่งงานและการมีบุตร

ดังนั้น “รายได้” หรือ “อาชีพ” จึงไม่ได้ถูกมองแค่ในฐานะทางตัวเลข แต่เป็นตัวแทนของคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า คนคนนี้สามารถสร้างชีวิตครอบครัวร่วมกันได้หรือไม่?

โดยเฉพาะในสังคมที่ต้นทุนของการแต่งงานและการสร้างครอบครัวสูงขึ้น การรู้ข้อมูลสำคัญตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดความเสี่ยงในการเสียเวลาไปกับความสัมพันธ์ที่อาจมีเป้าหมายชีวิตแตกต่างกัน

อีกด้านหนึ่ง งานวิจัยเกี่ยวกับเกาหลีใต้ยังชี้ให้เห็นว่า “การศึกษา” กลายเป็นหนึ่งในตัวแบ่งชั้นทางสังคมที่สำคัญ และความแตกต่างระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำกับมหาวิทยาลัยทั่วไปสามารถส่งผลต่อรูปแบบการจับคู่และความชอบในการเลือกคู่ครองได้

ขณะเดียวกัน งานวิจัยเกี่ยวกับการเดตออนไลน์ในเกาหลีก็พบว่า การจับคู่ผ่านโลกออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มการจับคู่ระหว่างคนที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะด้านระดับการศึกษา อายุ และประวัติการสมรส

จาก “Dating App” สู่ “Matching Market”

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงน่าสนใจกว่าการที่แอปหาคู่เพิ่มฟีเจอร์ตรวจสอบเอกสาร เพราะมันสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของแอปจาก “พื้นที่ให้คนมาเจอกัน” ไปสู่ “ตลาดจับคู่ที่มีระบบคัดกรอง”

ผู้ใช้งานไม่ได้ต้องการเพียงคนที่ “ถูกใจ” แต่ต้องการลดต้นทุนในการค้นหาคนที่มีคุณสมบัติตรงกับสิ่งที่ตัวเองมองหา

และเมื่อผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ตั้งแต่ต้นว่า ต้องการคนที่จบมหาวิทยาลัยระดับใด ทำงานประเภทไหน รายได้เท่าไร หรือมีฐานะประมาณไหน แอปก็สามารถทำหน้าที่คล้าย “ฝ่ายคัดเลือก” ให้แทน

โมเดลนี้จึงอยู่กึ่งกลางระหว่าง Dating App กับบริษัทจัดหาคู่ มากขึ้น

เมื่อการเริ่มต้น “ความรัก” ต้องเช็กข้อมูลมากขึ้น

แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่า คนเกาหลีทุกคนเลือกคู่จากเงินเดือนหรือมหาวิทยาลัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดแอปหาคู่เฉพาะกลุ่มคือ ความต้องการ “ลดความไม่แน่นอน” ของการเริ่มต้นความสัมพันธ์กำลังเพิ่มขึ้น

เพราะในโลกของการเดตออนไลน์ ทุกคนสามารถสร้างโปรไฟล์ให้ดูดีได้

แต่ ใบปริญญา ใบรับรองการทำงาน และเอกสารรายได้ เป็นข้อมูลที่ปลอมได้ยากกว่า การยืนยันตัวตนจึงกลายเป็นสินค้าชนิดหนึ่งของแอปหาคู่

ยิ่งบริการสามารถบอกได้ว่า “คนที่คุณกำลังจะคุยด้วยเป็นใครจริง ๆ” และ “โปรไฟล์ที่เขาเขียนเป็นเรื่องจริงแค่ไหน” ก็ยิ่งสามารถสร้างความแตกต่างจากแอปที่เน้นเพียงหน้าตาและอัลกอริทึมได้

สุดท้ายแล้ว เทรนด์นี้อาจไม่ได้แปลว่า “พรหมลิขิตหายไปแล้ว” แต่กำลังบอกว่า สำหรับคนบางกลุ่มในตลาดเดตเกาหลีใต้ ก่อนจะปล่อยให้พรหมลิขิตทำงาน ขอเช็กก่อนว่าอีกฝ่าย “โปรไฟล์ผ่าน” หรือไม่