Strategic Move

ออริจิ้น รับอสังหาขาลง รุกหนัก ‘Non-Residences’ กระจายเสี่ยง จ่อลดน้ำหนักพอร์ตฯ อสังหาเหลือ 1 ใน 3

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากปัญหากำลังซื้อ และเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ ‘ดีเวลลอปเปอร์’ ต่างต้องเดินเกมกระจายความเสี่ยง สู่น่านน้ำรายได้ใหม่เพื่อรับมือตลาดขาลง ไม่เว้นแม้แต่ “ออริจิ้น” หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดอสังหา! กระจายพอร์ตฯ สู่ Non-Residences…

IMG_9572

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากปัญหากำลังซื้อ และเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง

ส่งผลให้ ‘ดีเวลลอปเปอร์’ ต่างต้องเดินเกมกระจายความเสี่ยง สู่น่านน้ำรายได้ใหม่เพื่อรับมือตลาดขาลง ไม่เว้นแม้แต่ “ออริจิ้น” หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของตลาดอสังหา!

กระจายพอร์ตฯ สู่ Non-Residences อนาคตลดพอร์ตฯ อสังหาเหลือ 1 ใน 3

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ปี 2569 ออริจิ้น วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 19 โครงการ มูลค่า 19,400 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • ธุรกิจที่อยู่อาศัย (Residences) 6 โครงการบ้านและคอนโด มูลค่า 7,400 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 38% ของงบลงทุน
  • ธุรกิจที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (Non-Residences) จำนวน 13 โครงการ ครอบคลุมโรงแรม คลังสินค้า รีเทล และอาคารสำนักงาน มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 62% ของงบลงทุน

นั่นแปลว่า ออริจิ้น กำลังขยับจาก “Developer ขายบ้าน” ไปสู่ “Asset Owner + Recurring Income” มากขึ้น

โครงสร้างธุรกิจเช่นนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงวัฏจักรอสังหาขาลง มีรายได้ประจำ (Recurring Income) พยุงกระแสเงินสด

“ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ออริจิ้น ทรานส์ฟอร์มฯ ตัวเองเรื่อยมา เป้าใหญ่ เราอยากเป็นมากกว่าอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันเรามีกำไรจากธุรกิจอสังหา 55% และธุรกิจอื่น ๆ 45% ในอนาคตอยากลดน้ำหนักธุรกิจอสังหาให้เหลือสัดส่วน 1 ใน 3 นอกนั้นจะเติบโตด้วยธุรกิจอื่น ๆ”
IMG_9573

เปิดตัวบ้านคอนโดเหลือ 6 โครงการ โฟกัสปล่อยเช่า-ขายบิ๊กล็อต B2B

สำหรับ ธุรกิจที่อยู่อาศัย มีแผนเปิดตัวใหม่ จำนวน 6 โครงการ มูลค่า 7,400 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • คอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 4,200 ล้านบาท (ภายใต้ออริจิ้นเวอร์ติคอล) ปักหมุด กทม. ภูเก็ต และพัทยา
  • บ้าน 3 โครงการ มูลค่า 3,200 ล้านบาท (ภายใต้บริทาเนีย)

สำหรับปี 2569 ตลาดเช่าที่อยู่อาศัย เติบโต 20% โดยเฉพาะทำเลศักยภาพอย่างย่านแหล่งงาน อาทิ กทม. กับ EEC มีดีมานด์ต้องการบ้านสูง จากจำนวนพนักงานที่สูงถึง 200,000-400,000 คน/ย่าน

ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยว อาทิ ภูเก็ต ที่มีกำลังซื้อต่างชาติสูง ทั้งรัสเซีย จีน ไต้หวัน โปแลนด์ และขณะนี้บริษัทฯ มีพอร์ตฯ ต่างชาติรอโอนฯ รวม 6,300 ล้านบาท

ทั้งนี้ ออริจิ้นมีบริษัทฯ ลูกอย่าง แฮมป์ตัน (HHR) ช่วยดูแลเรื่องการปล่อยเช่า ซึ่งปัจจุบันมีพอร์ตฯ เช่าที่ดูแลรวม 14 โครงการ จำนวน 1,747 ยูนิต

SO-Origin-Bang-Tao

นอกจากนี้ อีกอินไซด์ที่น่าสนใจ คือ การขายบ้าน/คอนโด รูปแบบ B2B รองรับบริษัทต่างชาติที่ย้ายฐานการผลิตมาอยู่ในไทย เช่น

  • ออริจิ้น ขายบิ๊กล็อตคอนโด 2 โครงการ จำนวน 455 ยูนิต มูลค่า 1,080 ล้านบาท ให้กับ “Delta Electronics”
  • ขายบ้านให้กับบริษัทในนิคมพัฒนาจังหวัดระยอง จำนวน 5 ยูนิต 30 ล้านบาท

สำหรับปี 2569 บริษัทฯ เป้ายอดขาย (พรีเซล) 25,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 16,000 ล้านบาท (ปัจจุบันมีแบคลอค 2.1 หมื่นล้านบาท รวมโครงการ JV) ส่วนรายได้วางไว้ที่ 10,000 ล้านบาท

บุกหนัก โรงแรม-คลังสินค้า ตัดโครงการเก่าขายเข้ากองรีท/ไพรเวท  ฟันด์

พร้อมกันนี้ ในปี 2569 ออริจิ้น รุกโฟกัสเพิ่ม 2 ธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้า ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่ ดังนี้

1.ธุรกิจโรงแรม (ภายใต้ออริจิ้นโฮเทล) เปิดตัว 4 โครงการ จำนวน 762 คีย์ มูลค่า 5,915 ล้านบาท  แบ่งเป็น

  • โรงแรม HOTEL INDIGO & HOLIDAY INN EXPRESS BANGKOK PHAYATHAI ย่านพญาไท จำนวน 411 คีย์
  • โรงแรม MOXY PHUKET CHAOFAH ในภูเก็ต จำนวน 249 คีย์
  • MOXY CHIANGMAI NIMMAN ในเชียงใหม่ จำนวน 102 คีย์

ส่งผลให้ในปี 2569 ออริจิ้น จะมีโรงแรมในมือ 13 แห่ง จำนวน 3,068 คีย์

ขณะที่ เพอร์ฟอร์แมนซ์ธุรกิจโรงแรม ยังเติบโตได้ดี โดยมีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 80% จากปี 2566 อยู่ที่ 47.2%

2.ธุรกิจคลังสินค้า (ภายใต้แอลฟ่า อินดัสเทรียลฯ) จำนวน 5 โครงการ พื้นที่ 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท

โดยปัจจุบันมีจำนวนคลังสินค้ารวม 403,859 ตารางเมตร และในจำนวนนี้มีอัตราเช่าพื้นที่แล้ว 95%

IMG_9576

ทั้งนี้ จากผลงานของกลุ่มโรงแรมและคลังสินค้าที่ไปได้ดี ทำให้ ออริจิ้นเตรียมขายสินทรัพย์เข้ากองรีทหรือไพรเวทฟันด์ แบ่งออกเป็น

  • โรงแรม 4 แห่ง มูลค่า 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้สนใจวางมัดจำแล้ว 1 ราย โดยการขายโรงแรมจะได้อัตราผลตอบแทนภายใน IRR ประมาณ 25%
  • คลังสินค้า 4 แห่ง มูลค่า 3,800 ล้านบาท คิดเป็น IRR ราว 20%

ในอนาคต ออริจิ้น เตรียมตั้ง ALPHA REIT ขึ้นเอง โดยจับมือกับธนาคารกสิกรไทย เพื่อให้ได้กำไรจากการลงทุน และได้กระแสเงินสดเพิ่มเติม

นำร่อง 4 โครงการ รวมพื้นที่ 2.11 แสนตร.ม. ซึ่งเป็นคลังสินค้าที่ JV กับกลุ่มโตเกียวแลนด์ ได้แก่

  • ALPHA RANGSIT WH1 & WH3
  • ALPHA LEAMCHABANG
  • ALPHA LEAMCHABANG 2
  • ALPHA KM.19
“ตอนนี้ ออริจิ้น ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการกระจายพอร์ตธุรกิจ รวมถึงกลุ่มธุรกิจ Recurring Income ทั้งแผนการขายธุรกิจทำกำไรหรือการนำสินทรัพย์เข้ากอง REIT ตามเป้าหมายที่วางไว้”
IMG_9577