Strategic Move

‘ชาตรามือ’ จากขายส่งใบชา ทำอย่างไรถึงกลายเป็นตำนาน 80 ปี และต่อยอดจาก Soft Power ไทยสู่เวทีโลกได้

‘ชาตรามือ’ เป็นหนึ่งแบรนด์ในตำนานที่มาถึงวันนี้มีอายุเก่าแก่ถึง 80 ปี ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่า แบรนด์นี้เริ่มต้นมาจาก ‘การขายส่งใบชา’ แล้วค่อยๆ ต่อยอดกิจการมา โดยปัจจุบันชาตรามือไม่ได้มีชื่อเสียงและขายดีเฉพาะในประเทศ ไทย แต่ยังโด่งดังเป็น Soft Power ที่มีการส่งออกและเปิดสาขาในหลาย…

CHATRAMUE-01

‘ชาตรามือ’ เป็นหนึ่งแบรนด์ในตำนานที่มาถึงวันนี้มีอายุเก่าแก่ถึง 80 ปี ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่า แบรนด์นี้เริ่มต้นมาจาก ‘การขายส่งใบชา’ แล้วค่อยๆ ต่อยอดกิจการมา โดยปัจจุบันชาตรามือไม่ได้มีชื่อเสียงและขายดีเฉพาะในประเทศ ไทย แต่ยังโด่งดังเป็น Soft Power ที่มีการส่งออกและเปิดสาขาในหลายประเทศ

บนเวที ‘Scale up the Legacy ต่อยอดธุรกิจคิดให้ใหญ่กว่าเดิม’ ในงาน Entrepreneur Forum 2026 ‘พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด ทายาทรุ่นที่ 3 ชาตรามือ เล่าว่า เธอมารับช่วงต่อธุรกิจจากครอบครัวที่เดิมผลิตและจำหน่ายชาผงและใบชาแบบขายส่งในไทย

กระทั่งวันหนึ่งได้ไปออกงาน Exhibition แล้วมีการชงให้ลูกค้าลองชิม และมีเสียงเรียกร้องให้เปิดหน้าร้านขาย จึงเกิดการต่อยอดเปิดหน้าร้านขายเครื่องดื่ม เนื่องจากมองเป็นการ Synergy ในการต่อยอดธุรกิจให้ผู้บริโภครู้จักและเข้าถึงแบรนด์ได้มากขึ้น

หัวใจสำคัญที่ทำให้เดินทางมาได้ยาวนาน 80 ปี มีการเติบโตทางธุรกิจและดังไกลในตลาดต่างประเทศ หลัก ๆ คือ การรักษา Core Value ที่เป็น DNA แบรนด์ไว้อย่างเหนียวแน่นถือเป็นสิ่งสำคัญ

โดยสิ่งที่ยึดถือมาตลอดไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ คุณภาพสินค้าต้องดี ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และราคาคุ้มค่า

ขณะเดียวกัน ต้องรู้จักปรับตัว โดยพัฒนาสินค้าตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง เช่น เทรนด์รักสุขภาพ (Healthy) และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งในประเทศจะเปิดเอง 100% เพื่อคุมมาตรฐาน สูตร และบริการ

สำหรับการบุกตลาดต่างประเทศ ที่ปัจจุบันมีการขยายไปแล้ว 16 ประเทศ อย่างเมื่อไม่นานมานี้ได้เปิดสาขาที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จะใช้ระบบ License ด้วยการคัดเลือกพาร์ทเนอร์ที่มองเห็น Long-term Value มีความเข้าใจแบรนด์จริงๆ ไม่ใช่แค่คนที่มีเงินทุนเท่านั้น

พราวนรินทร์อธิบายว่า บอกว่า ต้องการสร้างความชัดเจนในขยายฐานสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยป้องกันความสับสน เพราะชาตรามือมีภาพจำ ‘ชาไทย’ ที่แข็งแกร่งมาก หากนำชาระดับพรีเมียม เช่น อู่หลง, ต้าหงเผา ไปวางขายรวมกันอาจจะถูกภาพลักษณ์เดิมกลบ

ดังนั้น จึงต้องแยกแบรนด์ใหม่ออกมา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ และ Position ที่ชัดเจนในตลาดพรีเมียมโดยเฉพาะ

สุดท้ายการต่อยอดธุรกิจให้กลายเป็นตำนาน ต้องตกผลึกตัวแบรนด์รู้ให้ชัดว่า ‘ลูกค้ารักเราเพราะอะไร แล้วรักษา    สิ่งนั้นไว้ให้มั่น’ ควบคู่ไปกับการเตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อมรองรับการเติบโต เพื่อลดข้อผิดพลาดจากคน หรือ Human Error และควบคุมต้นทุนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นเข็มทิศในการขยายธุรกิจของชาตรามือ