Strategic Move

BEARHOUSE ปูทาง ‘โก อินเตอร์’ ประกาศเปิด ‘แฟรนไชส์’ ครั้งแรก หลังแบรนด์อยู่ในตลาดมานาน 7 ปี

หลังจากอยู่ในตลาดมานาน 7 ปี ร้านชานมชื่อดังอย่าง BEARHOUSE ก็ได้มาถึงก้าวสำคัญ เมื่อตัดสินใจเปิดแฟรนไชส์เป็นครั้งแรก เพื่อสร้าง New S-Curve ในการเติบโต และเป็นการสร้างระบบให้แข็งแรงสำหรับเตรียมบุกตลาดต่างประเทศ

bearhouse

ย้อนกลับไปในปี 2562 BEARHOUSE ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากความรักในการกินของอร่อยของ ‘ซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช’ และ ‘กานต์-อรรถกร รัตนารมย์’ สองยูทูบเบอร์เจ้าของช่อง Bearhug ที่มีผู้ติดตามเกือบ 4 ล้านคน

ทั้งคู่เลือกสร้างจุดเด่นให้กับแบรนด์ ด้วยการเลือกใช้ ‘ไข่มุกโมจิสีขาว’ ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดที่ส่วนใหญ่จะเป็นไข่มุกสีดำหรือสีทอง และเลือกสยามสแควร์ แหล่งรวมของคนรุ่นใหม่ เป็นทำเลเปิดสาขาแรก

จากร้านเล็กๆ เพียงหนึ่งสาขา ปัจจุบัน BEARHOUSE ได้ขยายสาขาไปมากกว่า 70 แห่ง และตั้งเป้าหมายจะขยายให้ครบ 100 แห่ง ภายในปี 2569  

สำหรับเหตุผลของการเปิดรับแฟรนไชส์ในปีนี้ หากวิเคราะห์หลักๆ ก็เพื่อสร้าง New S-Curve ในการเติบโต และช่วยให้แบรนด์สามารถขยายสาขาครบตามเป้าหมายได้รวดเร็วขึ้น หลังจากช่วง 7 ปีที่ผ่านมาบริหารและขยายสาขาเอง เพื่อสร้าง Standard Operating Procedure ทั้งคุณภาพสินค้าและระบบบริหารจัดการให้แข็งแรงมีมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังต้องการ ‘กระจายความเสี่ยง’ และเข้าถึง ‘ทำเลทอง’ เพราะการเปิดแฟรนไชส์จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงพื้นที่ที่ ‘คนท้องถิ่น’ มีความเชี่ยวชาญมากกว่า โดยเฉพาะในต่างจังหวัดหรือบางทำเลที่มีความเฉพาะทาง ช่วยลดความเสี่ยงในการลองผิดลองถูกเองของแบรนด์

ที่สำคัญ ถือเป็นการทดสอบความพร้อมของระบบสำหรับเตรียมความพร้อมสู่ ‘ตลาดต่างประเทศ’ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ผู้ก่อตั้งทั้งสองบอกไว้ตั้งแต่วันเริ่มต้นแบรนด์ และชัดเจนจากประกาศเปิดรับแฟรนไชส์ที่ระบุว่า

“ขณะที่ BEARHOUSE ยังคงเติบโต ระบบที่รองรับการขยายตัวได้ถูกพัฒนาขึ้น รองรับการเติบโตในรูปแบบแฟรนไชส์ พร้อมกับการรักษาคุณภาพและประสบการณ์ที่เป็นตัวตนของแบรนด์ 

และกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อพาช่วงเวลา break moment — ความสุขเล็กๆ ในทุกวัน ไปสู่ผู้คนในอีกหลายพื้นที่ทั่วโลก”

สำหรับปีที่ผ่านมา BEARHOUSE มียอดขายมากกว่า 520 ล้านบาท มีฐานสมาชิกมากกว่า 500,000 คน ที่ยังคงกลับมาอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงเวลาของชีวิตประจำวัน