Strategic Move

ตลาดสกินแคร์โตต่อเนื่อง เศรษฐกิจซบไม่สะเทือนธุรกิจความงาม "ลอรีอัล" วางกลยุทธ์บุกหนักไทย

ลอรีอัล

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในไทย ปี 2569 ยังมีความท้าทายสูง แต่ “อุตสาหกรรมความงาม” กลับเป็นหนึ่งในไม่กี่เซกเมนต์ที่ขยายตัว!

สกินแคร์-เวชสำอาง โต Double Digit แต่พฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าผู้บริโภคเปลี่ยน

แพทริก จีโร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรวมความงามไทยในปีนี้ คาดว่าเติบโตราว +10% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จากแรงขับเคลื่อนหลักของสินค้า 2 กลุ่ม ได้แก่

-สกินแคร์ (+14%)

-เมคอัพ (+13%)

แพทริก จีโร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา

เจาะลึกในหมวดหมู่สกินแคร์ พบว่า “กลุ่มเวชสำอาง (Dermacosmetics)” เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง +20% จากอินไซด์ประเทศไทยที่มีแพทย์ผิวหนังต่อประชากรค่อนข้างน้อย ทำให้ผู้บริโภคที่มีปัญหาผิวเฉพาะทาง เข้าถึงการรักษาได้ยาก

"ปัจจุบันสกินแคร์เวชสำอางมีสัดส่วนเพียง 8% ของตลาดความงามไทย ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วที่มีสัดส่วนสูงถึง 12% แปลว่าตลาดนี้ในไทยยังมีช่องว่างการเติบโตอีกมหาศาล"

แนวโน้มนี้ถือเป็นเชิงบวกต่อแบรนด์ในเครือลอรีอัล อาทิ La Roche-Posay (ลา โรช-โพเซย์) รวมถึง SkinCeuticals (สกินซูติคอลส์) ที่เน้นเจาะกลุ่มคลินิกความงาม

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่กดดันกำลังซื้อ ลอรีอัล เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวในกลุ่มสกินแคร์ Premium (สินค้าราคาสูง) และเริ่มเกิดพฤติกรรม Down-Trading หรือการที่ผู้บริโภคปรับลดเพดานราคาลงมาเลือกซื้อสินค้าในกลุ่ม Mass (ตลาดทั่วไป) ที่ราคาย่อมเยากว่าแทน

​แต่จุดแข็งของลอรีอัลคือการมีแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอถึง 17 แบรนด์ในไทย ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าราคาเริ่มต้นหลักสิบ (ชนิดซอง 20 บาท) ไปจนถึงระดับพรีเมียม ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถดักจับผู้บริโภคได้ครบทุกเซกเมนต์ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในสภาวะใด

ลอรีอัล L'Oréal Paris และ La Roche-Posay

กางแผนปี 69 ชูโมเดลนวัตกรรมเฉพาะ-บุกคลินิกความงาม

สำหรับยุทธศาสตร์ปี 2569 ลอรีอัลจะโฟกัสไปที่กลุ่มสกินแคร์เป็นหลัก ควบคู่ไปกับการใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์สร้างความต่าง (Science-Backed Beauty) ผ่าน 2 กลยุทธ์สำคัญ

1.Ingredient Branding ด้วย "Melasyl"

ผลักดัน "เมลาซิล" สารสกัดลิขสิทธิ์เฉพาะที่คิดค้นมาเพื่อแก้โจทย์ Pain Point ใหญ่ของคนเอเชียในเรื่องจุดด่างดำและความหมองคล้ำ โดยปัจจุบันนำร่องใส่ใน 2 แบรนด์หลักอย่าง L'Oréal Paris และ La Roche-Posay รวม 7 SKU และเตรียมขยายไปยังแบรนด์อื่นๆ ในพอร์ต

2.ขยายช่องทาง B2B ด้วย "SkinCeuticals"

รุกตลาดเวชสำอางระดับ Medical-Grade ผ่านแบรนด์ SkinCeuticals โดยเน้นเจาะกลุ่มคลินิกความงามระดับบน ซึ่งก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในจีนและสหรัฐอเมริกา

สำหรับประเทศไทย คาดว่าเทรนด์การทำหัตถการ เช่น โบท็อกซ์, เลเซอร์ เป็นต้น ที่กำลังเติบโต จะช่วยหนุนให้ SkinCeuticals ซึ่งเป็นเวชสำอางสำหรับดูแลผิวหลังทำหัตถการเติบโตตามไปด้วย โดยปัจจุบันได้ส่งสินค้าเข้าคลินิกความงามชั้นนำในไทยไปแล้วประมาณ 10 แห่ง

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงความท้าทายด้านต้นทุนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แพทริกยอมรับว่ามีความท้าทายเรื่องต้นทุนและวัตถุดิบต้นน้ำจากฝั่งยุโรปอยู่บ้าง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดี ไม่กระทบต่อการกระจายสินค้า และยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาสินค้าในขณะนี้

ลาโรชโพเซย์ ลอรีอัล