ดองกิ เดินหน้าลดต้นทุนครั้งใหญ่ เปิดตัวสินค้าไพรเวตแบรนด์ใหม่ “EDRP” (EveryDay Real Price) ด้วยแพ็กเกจจิ้งสีขาว-ดำ ตัดการใช้หมึกสีและลดงบดีไซน์ หวังกดราคาสินค้าให้ถูกลง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่พุ่งสูงทั่วโลก
ลุยไพรเวตแบรนด์ใหม่ ใช้แพ็กเกจจิ้งสีขาว-ดำ ลดต้นทุน
นาโอกิ โมริยะ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพน แปซิฟิก อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ จำกัด (PPIH) เจ้าของเครือร้าน Don Quijote (ดองกิ) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งเน้นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันในราคาที่ประหยัดและจับต้องได้ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่คาดว่าราคาสินค้าจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้เปิดตัวไพรเวตแบรนด์ใหม่ในราคาประหยัดภายใต้ชื่อ EDRP (EveryDay Real Price)
เบื้องหลังการลดราคาของ EDRP มาจาก 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
-ตัดการใช้หมึกสี เหลือเพียงสีขาวและสีดำ
-ผลิตจำนวนมากเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย
-ลดงบประมาณด้านการออกแบบ
-ปรับขนาดสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้ขนส่งได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในระยะแรก ดองกินำร่องสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน 26 รายการ วางจำหน่ายผ่านร้านในเครือกว่า 670 สาขาทั่วญี่ปุ่น ทั้ง Don Quijote, MEGA Don Quijote, Apita และ Piago

EDRP ถูกกว่าคู่แข่งสูงสุด 40%
อ้างอิง Impress Watch และรายงานสภาวะตลาด RYOEX Market News ได้ระบุตัวเลขเปรียบเทียบที่น่าสนใจว่า มาตรการตัดลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์บวกกับการสั่งซื้อล็อตใหญ่แบบซื้อขาดจากซัพพลายเออร์ ช่วยให้ดองกิสามารถตั้งราคาขายหน้าร้านของแบรนด์ EDRP ได้ถูกกว่าแบรนด์ระดับประเทศ (National Brands)
รวมไปถึงราคายังถูกกว่าสินค้าไพรเวตแบรนด์ของคู่แข่งยักษ์ใหญ่ในตลาด อย่างแบรนด์ "Topvalu Best Price" ของเครือห้าง AEON และแบรนด์ "Seven Premium" ของกลุ่ม Seven & i Holdings สูงสุดถึงประมาณ 40% ในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกัน
ยกตัวอย่างราคาสินค้าไฮไลต์ (รวมภาษีแล้ว) ของดองกิที่ถูกกว่าคู่แข่ง อาทิ
-น้ำดื่มจากภูเขาไฟฟูจิ 500 มล. ราคา 40 เยน (ราว 9 บาท) ซึ่งถูกกว่าราคาเฉลี่ยในท้องตลาดเกือบครึ่งหนึ่ง
-ทิชชู 5 กล่อง ราคา 196 เยน (ราว 44 บาท) จากการหดลดขนาดกล่องกระดาษชั้นนอกให้พอดีกับหน้ากระดาษที่สุดเพื่อประหยัดพื้นที่จัดส่งบนรถบรรทุก
-กระดาษชำระ 18 ม้วน ราคา 405 เยน (ราว 91 บาท) โดยใช้เทคนิคการม้วนเนื้อกระดาษให้แน่นขึ้นเพื่อลดปริมาตรทรงกลมในการขนส่ง

นอกจากนี้ EDRP ยังมีราคาต่ำกว่า “Jonetz” ซึ่งเป็นไพรเวตแบรนด์เดิมของดองกิที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าอยู่แล้วอีกประมาณ 7%
การเปิดตัว EDRP สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่ผู้บริโภคญี่ปุ่นรัดเข็มขัดและต้นทุนการผลิตทั่วโลกยังผันผวน ผู้ค้าปลีกเริ่มหันมาลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ลูกค้าไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เช่น สีสันของบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำต้นทุนที่ประหยัดได้กลับไปลดราคาสินค้าโดยตรง
โมเดล “แพ็กเกจจิ้งขาว-ดำ” ของดองกิจึงไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ แต่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ค้าปลีกยุคเงินเฟ้อ ที่ใช้การตัดต้นทุนทุกจุดเพื่อแลกกับราคาที่ถูกลงสำหรับผู้บริโภคอย่างแท้จริง