สำนักข่าว Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันรายนี้ได้เริ่มเปิดฉากเจรจาเบื้องต้นกับธนาคารเพื่อการลงทุนหลายแห่ง เพื่อประเมินมูลค่าและหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตลาดในญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขุมกำลังหลักและเป็นตลาดที่ทำกำไรได้อย่างงดงามให้กับ Starbucks
โดยปัจจุบัน Starbucks ในญี่ปุ่นมีสาขาเปิดให้บริการราว 2,100 สาขา และเกือบทั้งหมดเป็นการบริหารจัดการโดยตรงจากบริษัทแม่
ความน่าสนใจของการเล็งขายหุ้นครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากธุรกิจในญี่ปุ่นซบเซา ตรงกันข้าม ‘ไบรอัน นิกโคล’ ซีอีโอของ Starbucks เพิ่งจะกล่าวชื่นชมผลงานของตลาดญี่ปุ่นเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ‘โดดเด่นอย่างมาก’
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า หากดีลนี้เกิดขึ้นจริงจะมีมูลค่าสูงถึง 400,000 – 500,000 ล้านเยน (ประมาณ 84,000 – 105,000 ล้านบาท) โดยกลุ่มเป้าหมายที่สนใจคาดว่า จะเป็นบิ๊กเนมในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกองทุน Private Equity
นอกจากนี้ยังมองว่า การขยับตัวในญี่ปุ่นเป็นการตามรอย China Model ที่ Starbucks เพิ่งปิดดีลขายหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจประเทศจีนให้กับ ‘โป๋หยู แคปิทัล’ (Boyu Capital) ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่ง Starbucks ระบุว่า การปล่อยมือให้พันธมิตรท้องถิ่นเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในจีนนั้น คือ ‘หมุดหมายสำคัญของกลยุทธ์ระยะยาว’ เพื่อปลดล็อกการเติบโตอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาขายหุ้นในญี่ปุ่นของ Starbucks ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น และยังไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด โดยตัวแทนของ Starbucks Global ยังคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ ต่อกระแสข่าวนี้
ย้อนรอยเส้นทางStarbucksในแดนปลาดิบ
ปี 2538 : Starbucks ได้เข้าไปดำเนินธุรกิจในญี่ปุ่น ด้วยการจับมือตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Sazaby League
ปี 2544 : ได้นำบริษัทในญี่ปุ่นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ปี 2557 : Sazaby League ตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดคืนให้ Starbucks บริษัทแม่
ปี 2558 : Starbucks ตัดสินใจเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อดึงกลับมาบริหารเอง 100%
ปี 2569 : มีข่าวลือเตรียมขายหุ้นอีกครั้ง
ที่มา
.