แม้เชนไก่ทอดระดับตำนานที่มีอายุเก่าแก่กว่า 74 ปีรายนี้ จะมีแต้มต่อด้านการเป็นที่จดจำของคนทั่วโลกอย่างมหาศาล แต่ KFC กลับเลือกที่จะไม่หยุดอยู่กับความสำเร็จเดิมๆ โดยการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งนี้ จะเป็นพลิกโฉมใหญ่ที่ครอบคลุม 3 แกนหลัก ได้แก่
Brand Identity : ปรับลุคให้ดูทันสมัย สดใหม่ และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายความเก๋าที่เป็นเอกลักษณ์เดิมเอาไว้
Menu Innovation : พัฒนาและปรับปรุงเมนูอาหารให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่มองหาทั้งความอร่อย ความรวดเร็ว และความหลากหลาย เช่น
- KFC จะมีซอสมากกว่า 20 ชนิดจากทั่วทุกมุมโลก มาจับคู่กับไก่ทอด เพื่อตอบโจทย์ความชอบเฉพาะบุคคล โดยแต่ละประเทศสามารถปรับรสชาติให้เข้ากับท้องถิ่นได้ ฯลฯ
-ไก่ชุบซอสเข้มข้น : การนำเมนูไก่ ปีกไก่ และเบอร์เกอร์ที่นำไปชุปซอสจนฉ่ำ เพื่อเพิ่มรสชาติที่จัดจ้านในทุกคำ ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ชอบความสะใจของซอสแบบเน้นๆ ซึ่งเมนูนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามมาแล้วในแอฟริกาใต้และอินเดีย
KWENCH by KFC: นิยามใหม่ของเครื่องดื่มฟาสต์ฟู้ด โดย KFC ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ร้านขายไก่ทอดอีกต่อไป แต่กำลังรุกตลาดเครื่องดื่มเพื่อตอบโจทย์ ‘รางวัลเล็กๆ ระหว่างวัน’ ด้วยเครื่องดื่มมากมาก อาทิ Boba Refreshers (เครื่องดื่มผสมบับเบิ้ล/ไข่มุก) , Krunch Shakes (มิลค์เชคสูตรเฉพาะ) ฯลฯ
Restaurant Design : ปรับโฉมหน้าร้านและบรรยากาศภายในร้านให้มีความโมเดิร์น เพิ่มความสะดวกสบาย และรองรับระบบดิจิทัล (เช่น ตู้สั่งอาหารอัจฉริยะ ช่องรับสินค้าไดรฟ์ทรูที่รวดเร็วขึ้น) เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
การขยับตัวครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณไปยังคู่แข่งในตลาดว่า KFC ไม่ได้มองแค่การเป็น ‘ราชาไก่ทอด’ อย่างในอดีต แต่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อนำทัพธุรกิจไก่ทอดไปสู่อนาคต
อย่างไรก็ตาม ทาง KFC ยังไม่ได้ระบุเวลาชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงนี้ เพียงบอกว่า จะเริ่มต้นขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเฟสแรก จะเริ่มที่สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์
เฟส 2 จะขยายมาที่ ‘ออสเตรเลีย’ และ ‘สหรัฐอเมริกา’ ส่วนเฟสสาม จะเป็นตลาดอื่นๆ ทั่วโลกที่จะทยอยปรับโฉมตามมาอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2026
.
ที่มา
.
.
https://www.adweek.com/creativity/kfc-rebrands-to-help-lead-chickens-next-chapter/