ปัจจุบันความผันผวนทางเศรษฐกิจและสถานการณ์อุตสาหกรรมการก่อสร้าง ส่งผลให้เกิดวิกฤตความเชื่อมั่น ในกรณี “ผู้รับเหมาทิ้งงาน ทุจริต หรือผิดสัญญา” เกิดขึ้นในทุกรูปแบบ ทั้งในกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้าน ผู้รับเหมาทั่วไป รวมถึงกรณีของบ้านน็อกดาวน์ที่ผู้บริโภคจ่ายเงินแล้วแต่กลับ “ไม่ได้บ้าน”
ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นจากสถิติข้อร้องเรียนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และการประเมินความเสี่ยงย้อนหลัง โดยปี 2566 มีเรื่องร้องเรียนด้านอสังหาริมทรัพย์จากทั่วประเทศ กว่า 3,100 เรื่อง
"อนันต์กร อมรวาที" นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้เปลี่ยนบทบาทสำคัญจากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้ไกล่เกลี่ย” มาเป็น “ผู้ค้ำประกันความเชื่อมั่นระดับสูงสุด” เพื่อช่วยปกป้องสิทธิและความปลอดภัยทางการเงินให้แก่ผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
เจาะลึก 3 หน้าที่หลัก ‘กองทุนประกันผู้บริโภค’
สมาคมฯ ได้วางกลไกการดูแลและคุ้มครองผู้บริโภคผ่าน 3 มาตรการสำคัญ ดังนี้
1. วงเงินคุ้มครองสูงและครอบคลุมทุกกรณี
-คุ้มครองสูงสุด 1,000,000 บาท ต่อ 1 บริษัทสมาชิก (หรือจ่ายตามมูลค่าความเสียหายจริง)
-ครอบคลุมข้อพิพาทรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นกรณีบริษัทสมาชิกขาดสภาพคล่องจนสร้างบ้านไม่เสร็จ การทุจริต หรือการทิ้งงานกลางคัน
-ช่วยคัดกรองผู้ประกอบการ ทำให้ผู้บริโภคแยกแยะได้ชัดเจนระหว่างบริษัทรับสร้างบ้านทั่วไป กับบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ ซึ่งมีหลักประกันรองรับ
2. เยียวยารวดเร็วทันใจ ภายใน 30 วัน
-เงื่อนไขการจ่ายเงินรัดกุม สมาคมฯ จะอนุมัติจ่ายเงินทันทีเมื่อคณะกรรมการร่วมประเมินข้อพิพาทมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าบริษัทสมาชิกผิดจริง หรือเมื่อคดีถึงที่สุดในชั้นศาล
-รับเงินไวใน 30 วัน นับจากวันที่มติชี้ชัดหรือได้รับเอกสารคำพิพากษา เพื่อให้ผู้บริโภคนำเงินไปดำเนินงานก่อสร้างต่อได้โดยไม่สะดุด
3. สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคตลอดปี 2569
-กรอบเวลาโครงการนำร่อง คุ้มครองผู้บริโภคที่เซ็นสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับบริษัทสมาชิก ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 31 กรกฎาคม 2571 (ระยะเวลา 2 ปีเต็ม)
-คัดกรองสมาชิกเข้มงวด ตรวจสอบทั้งความแข็งแกร่งทางการเงิน คุณภาพงานก่อสร้างหน้างาน ไปจนถึงแผนการตลาดที่โปร่งใสเป็นจริงได้
-ควบคุมคุณภาพต่อเนื่อง มีระบบประเมินและสนับสนุนสมาชิกปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการทุกรายมีศักยภาพพร้อมส่งมอบงานที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำความน่าเชื่อถือ โดยปัจจุบันสมาคมฯ มีบริษัทสมาชิกที่พร้อมให้บริการรวม 84 บริษัท แบ่งสัดส่วนเป็น กรุงเทพฯ และปริมณฑล 45 บริษัท (53.5%) และต่างจังหวัด 39 บริษัท (46.5%) พร้อมตั้งเป้าเติบโตสู่ 100 บริษัทภายในสิ้นปี 2569 นี้
"ผู้บริโภคที่เลือกสร้างบ้านกับสมาชิกของสมาคมฯ สามารถมั่นใจได้ขั้นสูงสุดว่าจะได้รับบริการจากผู้ประกอบการนิติบุคคลที่มีตัวตนจริง มีความมั่นคงสูง มีสมาชิกรองรับทั่วประเทศ และอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกองทุนประกันผู้บริโภคอย่างแท้จริง" อนันต์กร กล่าวทิ้งท้าย