Strategic Move

Korea Dong แบรนด์ที่เริ่มจากเงินหลักหมื่น กับคำสบประมาท ‘ขายไม่ได้’ เพราะแพงไป ผ่านมา 6 ปี มีรายได้ทะลุ 300 ล้าน

Korea Dong (โคเรีย ดอง) ถือเป็นแบรนด์ไทยเจ้าแรกๆ ที่ได้เข้ามาบุกเบิกวงการอาหารทะเลดองซีอิ๊วเกาหลี โดยแบรนด์นี้เริ่มต้นด้วยเงินลงทุน 40,000 บาท และเจอคำสบประมาท ‘ขายไม่ได้’ เพราะตั้งราคาแพงไป แต่แค่ปีแรกก็สามารถสร้างยอดขายได้ 5 ล้านบาท และปีที่ผ่านมาครบ 6 ปีของการดำเนินธุรกิจมียอดขายทะลุ 300 ล้านบาท

KOREADONG2-01.jpg

อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จของ Korea Dong และในวันที่ตลาดอาหารทะเลดองซีอิ๊วเกาหลีในบ้านเรา กลายเป็น Red Ocean แบรนด์จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร 

Positioning ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ‘พาทิศ บุญอนันต์’ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Korea Dong ซึ่งเขาเล่าว่า สิ่งที่ทำให้ Korea Dong ประสบความสำเร็จ คือ ‘ความแตกต่าง’ จากการมองหาช่องว่างและแก้ Pain Point ของตลาด 

“ผมและหุ้นส่วน (ภาณุพันธ์ เมืองแดง) ชอบอาหารเกาหลีอยู่แล้ว แต่เมื่อ 6 ปีที่แล้วยังไม่มีใครทำอาหารทะเลดองซีอิ้วเกาหลี บวกกับเห็นว่า คนไทยคุ้นเคยกับกุ้งแช่น้ำปลาเป็นอย่างดี จึงมองเป็นโอกาส ตัดสินใจลงทุนคนละ 20,000 บาท คิดค้นและทดลองสูตรเองแบบโฮมเมดในครัวเล็กๆ โดยกว่าจะได้สูตรมาต้องเสียน้ำดองกว่าร้อยหม้อ”
524164334_1146211464204763_5036652163272302756_n.jpg

แม้คนไทยจะคุ้นเคยกับกุ้งแช่น้ำปลา แต่ด้วยตอนนั้นอาหารทะเลดองซีอิ้วเกาหลี เป็นเรื่องใหม่ของคนไทย บวกกับ Pain Point ของอาหารดองก็คือ ‘ความสะอาด’ และ ‘มาตรฐานการผลิต’ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคหากต้องการเติบโต

ดังนั้น ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น  Korea Dong พาทิศให้ความสำคัญกับสองเรื่องนี้มาก ไม่แพ้เรื่องรสชาติและคุณภาพ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การคัดสรรวัตถุดิบ และแพ็กเกจด้วยการนำมาใส่กระปุกซีลฝาปิดอย่างดี

นั่นส่งผลให้ต้นทุนของ Korea Dong ค่อนข้างสูง จนเขาต้องวางราคาขายขนาด 500 กรัม ใน 289 บาท ขณะที่ราคาตลาดทั่วไปอยู่ที่ 99 บาท จนถูกสบประมาท ‘ขายไม่ได้แน่’ เพราะราคาแพงไป

แต่สุดท้ายเมื่อคนได้ลองชิม เกิดติดใจและบอกต่อ ทำให้  Korea Dong เติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถทำยอดขายได้ 5 ล้านบาทในช่วงเดือนแรกๆ ลบคำสบประมาทได้สำเร็จ 

557652766_1204797558346153_1789085044622510630_n.jpg

สำหรับเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ ช่วงแรกเน้นสร้างฐานลูกค้าบนออนไลน์อย่างเต็มตัว ผ่าน Influencer Marketing ทางช่องทางโซเชียล มีเดีย ควบคู่ไปกับการวางรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง 3 ด้าน ประกอบด้วย

Shelf-life : Korea Dong เป็นเจ้าแรกที่พัฒนานวัตกรรมอาหารให้สินค้ามีอายุการเก็บรักษานานถึง 1 ปี ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หลุดพ้นข้อจำกัดเดิม ๆ ของอาหารสด 

ขนส่งแบบ Cold Chain : การแก้ปัญหาการเน่าเสียด้วยระบบการขนส่งควบคุมอุณหภูมิแบบ Cold Chain แบบ Door-to-Door ทั่วประเทศ มั่นใจได้ว่าลูกค้าที่เชียงใหม่หรือภูเก็ต จะได้รับสินค้าที่สดใหม่มาตรฐานเดียวกับกรุงเทพฯ

“เราวางเป้าหมายส่งทั่วประเทศไว้ตั้งวันแรกที่ทำแบรนด์ เพราะมองว่า ถ้าส่งทั่วประเทศไม่ได้ ธุรกิจจะโตยาก”

Standard & Trust: การลงทุนทำโรงงานอุตสาหกรรมเอง และได้รับการรับรองมาตรฐานสากลทั้ง อย., HACCP และ ฮาลาล มานานกว่า 5-6 ปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นขั้นสุดในเรื่องความสะอาดและมาตรฐาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของเมนูดิบดอง

จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ และตู้ Vending 

จากช่วงแรกวางขายในออนไลน์ 100% ปัจจุบัน Korea Dong มีวางจำหน่ายใน Tops Supermarket ทั่วประเทศ 

รวมถึงการเปิด Pop-up Store ที่ตอนนี้มี 5 สาขา และ Frozen Vending Machine ใช้ระบบแช่แข็งอุณหภูมิ -15 ถึง -20 องศาเซลเซียส วางกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น 

ก้าวต่อไป Go Inter 

จากแบรนด์น้องใหม่เมื่อ 6 ปีก่อน ตอนนี้ Korea Dong เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปีที่ผ่านมามีรายได้ทะลุ 300 บาท และปีนี้ต้องการ scal up ธุรกิจให้มากขึ้น ด้วยการเตรียมนำสินค้าไปวางจำหน่ายใน ‘ร้านสะดวกซื้อ’ เร็วๆ นี้ 

แต่เป้าหมายใหญ่กว่านั้นคือ จะพาแบรนด์ไปปักธงในต่างประเทศ โดยมีตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง เวียดนาม, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นหมุดหมายแรก

“เราเห็นพ่อค้าในเวียดนามนำสินค้าของ Korea Dong ไปขายกระปุกกว่า 1,000 บาทต่อกระปุก มีคนออเดอร์เยอะมาก แล้วทำไมเราถึงไม่ไปทำเอง” 

710742218_1405312404961333_6816318245115040159_n.jpg

สำหรับสิ่งที่พาทิศได้เรียนรู้จากการทำ Korea Dong คือ  ‘การไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ แต่ให้ยึดติดว่า ตลาดต้องการอะไร’ ที่สำคัญการทำธุรกิจ ‘อย่าใช้แค่ Passion และอย่าคิดเอาเองว่า ลูกค้าต้องการอะไร แต่จงให้ Data เป็นตัวบอก’ เพื่อไม่ให้เดินหลงทาง