Strategic Move

‘เด็กสมบูรณ์’ สลัดภาพซอสปรุงรส สู่ Lifestyle Brand ของคนทุกเจน

จากแบรนด์เครื่องปรุงรสระดับตำนานที่อยู่คู่ครัวไทยมานานกว่า 80 ปี วันนี้ ‘เด็กสมบูรณ์’ กำลังต่อยอดสู่การเป็น ‘Lifestyle Brand’ การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทุกกลุ่ม เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดในยุคที่ ‘คนรุ่นใหม่’ ทำอาหารน้อยลง โดยล่าสุดเปิดตัวคาเฟ่ ‘Chubby Baby’ ปักหมุดสาขาแรกย่านเยาวราช

CHUBBYBABY-01.jpg

‘ณิชาภัทร ตั้งสมบัติวิสิทธิ์’ Assistant Executive Manager - Business Development บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ทายาทรุ่น 3 เด็กสมบูรณ์วัย 25 ปี เล่าให้ Positioning ฟังว่า เธอได้รับมอบหมายจากคุณพ่อ (สมหวัง ตั้งสมบัติวิสิทธิ์) ให้รับหน้าที่เป็น Sustainability Project

โดยคำว่า Sustainability ในที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือการทำให้แบรนด์ ‘อยู่รอดได้ในระยะยาวแบบยั่งยืน’ ซึ่งเป็นโจทย์ข้อเดียวที่ผู้เป็นพ่อให้มา

“คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ไม่ว่าจะGenX หรือ Gen Y จะรู้จักและคุ้นเคยกับเราในฐานะซอสปรุงรส เพราะทำอาหารบ่อย แต่คนรุ่นใหม่ที่อาจไม่ได้ทำอาหารเองเหมือนยุคอดีต เราจะทำอย่างไรให้พวกเขายังคงรู้จักและนึกถึงแบรนด์เด็กสมบูรณ์อยู่เสมอ นั่นเป็นความท้าทายของเรา”

3กลยุทธ์สลัดภาพจำซอสปรุงรสในครัว

เป้าหมายของทายาทรุ่น 3 ต้องการทำให้ผู้บริโภคเกิดภาพจำใหม่ว่า เด็กสมบูรณ์ไม่ใช่แค่ ‘เครื่องปรุงรส’ ที่อยู่คู่ห้องครัวและโต๊ะอาหารครอบครัวไทยอีกต่อไป

ทว่าจะจะเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายและทันสมัยในฐานะ Lifestyle Brand ที่ครองใจคนตั้งแต่รุ่นแม่ไปจนถึง Gen Alpha โดยจะทำให้คนทุกเจนเนอเรชันรู้จักและเชื่อมโยงกับแบรนด์เด็กสมบูรณ์ในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะผ่านมิติของสินค้าตัวใดก็ตาม ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1.แตกซับแบรนด์ใหม่: เช่น การเปิดตัวแบรนด์ Chubby Baby สำหรับรุกตลาดของหวานและเครื่องดื่มอย่างเต็มตัว มีกำหนดการเปิดสาขาแรกช่วงเดือน ส.ค.นี้ ณ ย่านเยาวราช ด้วยการดึงเอาคาแรกเตอร์ ‘เด็กอ้วน’ จากโลโก้เดิมมาปรับดีไซน์ให้ดูน่ารัก จิ้มลิ้ม และสนุกสนานขึ้น

เหตุผลที่ไม่ใช้ชื่อ ‘เด็กสมบูรณ์ คาเฟ่’ ทางณิชาภัทร อธิบายว่า เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูสนุกสนานและเข้าถึงง่ายกว่าการใช้ชื่อแบรนด์หลักเพียงอย่างเดียว รวมถึงต้องการป้องกันความสับสนของผู้บริโภคที่อาจคิดว่าเป็นร้านขายของคาวนั่นเอง

โดยร้านแห่งนี้ จะมีขนมหวาน และเครื่องดื่มโซดาสุดแปลก เช่น Soy Sauce Soda และ สไปซี่ศรีราชาโซดา, เต้าหู้สลัชชี่ รวมถึง ‘ไอศกรีมซีอิ๊วดำ’ เมนูไวรัลยอดฮิตซึ่งปัจจุบันกำลังพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบ ‘ไอติมถ้วย’ ที่ในอนาคตมีแผนจะนำไปวางจำหน่ายตามในวงกว้างทั้งโมเดิร์น เทรนด์ และช่องทางอื่น ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า

2.ทดลองสิ่งใหม่: นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ ‘ไม่น่าเข้ากัน’ มาทำให้เข้ากัน เพื่อสร้างความตื่นเต้นในตลาด เช่น ไอติมซีอิ๊วดำ หรือโซดารสชาติต่างๆ ฯลฯ สำหรับสร้างภาพลักษณ์ของการเป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง

นอกจากนี้ ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความเร่งรีบและเทรนด์สุขภาพ เช่น กลุ่มคีโต (Keto) และมีการออกซีอิ้วแบบเม็ด ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว

3. Collaboration: การจับมือกับแบรนด์ข้ามสายพันธุ์ ยกตัวอย่างเสื้อผ้าสตรีทแวร์ยอดนิยมอย่าง  ‘ลงนวมบอยส์’ (Long Nuam Boyz) เพื่อพาแบรนด์แทรกซึมเข้าไปอยู่ในวงการแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของวัยรุ่น

“เดิมลูกค้าหลักของเด็กสมบูรณ์ เป็นกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป วันนี้แบรนด์กำลังรีเซ็ตกลุ่มเป้าหมายใหม่ให้ต่ำกว่า 30 ปี ลงไปถึงกลุ่ม Gen Z, Gen Alpha รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว ผ่านการปรับตัวตามเทรนด์โลก”

เป้าหมายสูงสุดของณิชาภัทร คือ ในอนาคตไม่ว่าจะหยิบแบรนด์เด็กสมบูรณ์ไปไว้ในสินค้าใดก็ตาม ผู้บริโภคต้องรู้สึก ‘สวย เท่ และดูดี’ ไม่อายที่จะใช้หรือสวมใส่ ซึ่งถือเป็นการเดินทางครั้งใหม่ของ ‘เด็กสมบูรณ์’ ในมือทายาทรุ่น 3 ที่ต้องการทลายกรอบเดิมๆ เพื่อให้เด็กสมบูรณ์เติบโตอย่างแข็งแรงในใจของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันเป็นแบรนด์ร้อยปี