ในอดีตเราอาจรู้จัก "บลูพอร์ต หัวหิน" (Bluport Hua Hin) ในฐานะศูนย์การค้าระดับบนที่เน้นเจาะลูกค้าชาวต่างชาติ
แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บลูพอร์ตได้รีโพซิชั่นนิ่งตัวเองครั้งใหญ่ สู่ Lifestyle Destination สำหรับกลุ่มครอบครัว และสายสปอร์ต เพื่อเจาะกลุ่มคนท้องถิ่นมากขึ้น
บทเรียนจากโควิดเมื่อต่างชาติหาย คนท้องถิ่นไม่กล้าเข้าเพราะห้างหรูไป
วจี กลมเกลี้ยง กรรมการบริหาร บริษัท หัวหิน แอสเสท จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารบลูพอร์ต หัวหิน เปิดเผยว่า แม้การท่องเที่ยวหัวหินค่อย ๆ ฟื้นตัว แต่ธุรกิจค้าปลีกไม่สามารถพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป
"บริษัทฯ ได้บทเรียนสำคัญจากช่วงโควิด ที่ลูกค้าต่างชาติหาย ส่วนคนท้องถิ่นมองว่าห้างหรู และเข้าถึงยาก จนทำให้ช่วงนั้นทราฟฟิกตกไปเหลือหลักพันคน/วัน แม้จะจัดอีเวนต์กระตุ้นก็ตาม"
ส่งผลให้บริษัทฯ หันปรับภาพลักษณ์ให้เป็นมิตรและเข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อดึงทั้งคนหัวหินและนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้บริการบ่อยกว่าเดิม

งัดแม็กเนตดึงสายครอบครัว-สปอร์ต-ศิลปะ ดึงคนกลับมาเดิน
กลยุทธ์ของบลูพอร์ต คือการใช้ Experience Marketing เข้ามาใช้ผ่านการปรับผังศูนย์การค้าครั้งใหญ่ โดยลดการพึ่งพาร้านค้าปลีกแบบเดิม แล้วโซนเพิ่มประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ
1.ดึง HarborLand เจาะกลุ่มครอบครัว
บลูพอร์ตฯ ได้นำแบรนด์ HarborLand สนามเด็กเล่นในร่ม เข้าเปิดให้บริการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ใช้บริการคนไทยเพิ่มขึ้น 15-20% โดยเฉพาะครอบครัวจากจังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ที่เดินทางมาช่วงสุดสัปดาห์

2.จุดกระแสสายสปอร์ต ยกสนามกีฬามาไว้ในห้าง
จากกระแสรักสุขภาพและการออกกำลังกายมาแรง ทั้งในกลุ่มคนไทยและต่างชาติ ได้นำบริการด้านกีฬาบางส่วนมาเป็นแม่เหล็กดึงดูดคน เช่น
-การทำสนาม Pickleball
-การดึงแบรนด์ฟิตเนสดังเตรียมเปิดฟิตเนสขนาด 2,000 ตารางเมตร บนชั้น 3
-การดึง Adidas Originals เปิดสาขาใหม่ พื้นที่ 504 ตารางเมตร
-ร้านมัลติแบรนด์กีฬาชื่อดังต่างประเทศ เตรียมมาเปิดสาขาใหม่ในหัวหิน

3.พิพิธภัณฑ์รถคลาสสิกและแกลอรีศิลปะ Museo Auto Classica
ขณะเดียวกัน การเปิด Museo Auto Classica ภายใต้งบลงทุน 30 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ 1,900 ตารางเมตร ประกอบด้วย 2 โซน คือ
-โซนจัดแสดงงานศิลปะ จากศิลปินต่างชาติ ศิลปินไทยท้องถิ่นชื่อดัง
-โซนจัดแสดงรถคลาสสิกหายากราว 40 คัน และสามารถเข้าไปถ่ายรูปบนรถได้
"ปัจจุบันมีคนมาใช้บริการ Museo Auto Classica ราว 300 คน/วัน เป็นคนไทย 30% และคนต่างชาติ 70% จากเดิมประมาณ 100 คน/วัน (ช่วงมีพื้นที่จัดแสดงเพียง 400 ตร.ม.)"

4.เปิดตลาดนัดวินเทจ เจาะคนโลคอล
ขณะเดียวกัน บลูพอร์ต ยังจัด ตลาดวินเทจทุกวันพุธและวันเสาร์ เพื่อดึงคนในพื้นที่กลับมาใช้บริการซ้ำ ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าศูนย์เพิ่มขึ้นมากกว่า 10%
จากทราฟฟิกพันคน/วัน สู่ระดับ 2.5 หมื่นคน/วัน จ่อปั้นโครงการอสังหา 25 ไร่เพิ่ม
จากการปรับโพซิชั่นนิ่งครั้งใหญ่ ทำให้บลูพอร์ต หัวหิน จากมีคนเดินหลักพันคน/วัน ปัจจุบันได้ขยับขึ้นเป็น 18,000 คนต่อวันในวันธรรมดา และเพิ่มเป็น 25,000 คนต่อวันในช่วงสุดสัปดาห์
เช่นเดียวกับ อัตราการเช่าพื้นที่ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากช่วงโควิดราวปี 2564 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดของบลูพอร์ต ต้องปิดพื้นที่ชั้น 2 และ 3 ชั่วคราว และย้ายผู้เช่ามารวมไว้ที่ชั้นล่าง โดยช่วง 3 ปีนี้ฟื้นตัวดีขึ้น ดังนี้
-ปี 2567 อัตราเช่า 63%
-ปี 2568 อัตราเช่าเพิ่มเป็น 75%
-ปัจจุบัน อัตราเช่า 80% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 83% ภายในสิ้นปี 2569 นี้
-ปี 2570 ตั้งเป้าอัตราเช่าแตะ 97% โดยดึงผู้เช่าที่เคยปิดร้านไปกลับมาเปิด (ยังมีติดสัญญาเช่าระยะยาวกันอยู่)
ในระยะยาว บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาโครงการด้านการท่องเที่ยวบนที่ดินที่เหลืออีก 25 ไร่ ด้านหลัง Bluport เพื่อต่อยอดการเติบโตในอนาคต

ประเมินท่องเที่ยวหัวหินได้แรงหนุนนักท่องเที่ยวต่างชาติ-การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
วจี ประเมินว่า ทิศทางระยะถัดไปของหัวหิน ได้รับแรงหนุนการฟื้นตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเกษียณอายุที่เข้ามาพำนักระยะยาว เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ขณะที่ตลาด ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ก็ยังขยายตัวได้ดี
"ที่น่าจับตา คือ ตลาดรัสเซีย ปัจจุบันครองเบอร์ 1 นักท่องเที่ยวในหัวหิน มักมาพักระยะยาวเพื่อหนีหนาว"
ปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันหัวหินในระยะต่อไปคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง มอเตอร์เวย์ M82 และการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงจากกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น
