Strategic Move

Fresh Me จากธุรกิจเด็ก 18 สู่แฟรนไชส์ร้านชานม 100 สาขา จ่อเปิดเพิ่ม 50 แห่ง-ลุย ตปท. ครั้งแรก ปักธงรายได้ 200 ล้านบาท ภายในปี 70

เฟรชมี (1).png

จากเด็กอายุ 18 ปี ที่เริ่มต้มชาขายจากครัวที่บ้าน ด้วยเงินลงทุนหลักหมื่นบาท สู่การสร้าง “Fresh Me” (เฟรชมี) แบรนด์ชานมที่มีมากกว่า 100 สาขา

วันนี้ “แพร - กวิสรา จันทร์สว่าง” ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท เฟรชมี จำกัด กำลังพาแบรนด์ร้านชาสัญชาติไทย สยายปีกสู่ต่างประเทศอีกราย และตั้งเป้ารายได้ทะยานสู่ 200 ล้านบาท ในปีหน้า

จากเด็ก 18 ผู้เป็นชานมเลิฟเวอร์ กับฝันอยากมีธุรกิจทุนตั้งต้นหมื่นบาท

ย้อนกลับไปปี 2555 จุดเริ่มต้นของ Fresh Me ไม่ได้มาจากแผนธุรกิจขนาดใหญ่ แต่เริ่มจากความชอบส่วนตัวของเด็กวัย 18 ปี ที่กำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แพร กวิสรา เล่าว่า ตอนนั้นเธอเป็นคนชอบกินชานมไข่มุกมาก ถึงขั้นดื่มวันละ 3 แก้วจนน้ำหนักขึ้น เมื่อสอบติดธรรมศาสตร์และมีเวลาว่างก่อนเปิดเทอม จึงคิดว่าอยากลองทำธุรกิจของตัวเอง

จากนั้นเริ่มทดลองต้มชาที่บ้าน มีทั้งเงินเก็บของตัวเองและเงินสนับสนุนจากครอบครัว "รวมเงินลงทุนครั้งแรกอยู่ที่หลักหมื่นบาท" ก่อนจะเดินไปเจรจาขอทำเลจากเจ้าของหอพักบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต และเปิดร้าน Fresh Me สาขาแรก

จากเด็กที่อยากลองทำธุรกิจ กลายเป็นนักศึกษาที่ต้องเรียนไปด้วย ขายชาไปด้วย

ส่วนชื่อ Fresh Me เองก็เกิดขึ้นจากแนวคิดง่ายๆ คืออยากให้คนที่ดื่มรู้สึกสดชื่น

แพร-กวิสรา จันทร์สว่าง CEO เฟรชมี.jpg

แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเริ่มเห็นโอกาสเร็วขึ้น คือการลงไปทดสอบตลาดด้วยตัวเอง กวิสรานำชาไปให้เพื่อนและรุ่นพี่ชิมในช่วงกิจกรรมรับน้อง ทำ Market Research ก่อนเปิดร้านจริง ทำให้ได้เห็นว่าสินค้าได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก

หลังจากนั้นไม่นาน Fresh Me ขยายเป็น 4 สาขาในโซนรังสิต และภายในเวลา 1 ปีกว่า เริ่มมีผู้ปกครองที่มารับลูกเห็นร้านขายดี จึงอยากนำแบรนด์ไปเปิดในต่างจังหวัด

กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะจากเดิมที่คิดเพียงว่าอยากเปิดร้านของตัวเอง กวิสราต้องเริ่มศึกษาว่า “แฟรนไชส์” คืออะไร ก่อนพัฒนาระบบสัญญา, SOP, Operation และคู่มือการทำงาน จนกลายเป็น "โมเดลแฟรนไชส์ธุรกิจหลักของ Fresh Me" ในเวลาต่อมา

วันนี้ Fresh Me เดินทางมาถึงปีที่ 14 และมีสาขามากกว่า 100 แห่ง โดยประมาณ 7 สาขาเป็นร้านที่บริษัทลงทุนเอง ส่วนที่เหลือเป็นสาขาแฟรนไชส์

ตัวอย่างโมเดลแฟรนไชส์เฟรชมี.jpg

ตลาดชานมแข่งเดือด แบรนด์ต่างชาติตีตลาด จะรอดต้อง Positioning ชัด

ปัจจุบันตลาดชานมยังคงแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างชาติ ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยน ไม่ได้มี Brand Loyalty สูงเหมือนในอดีต หากมีแบรนด์ใหม่หรือสินค้าที่กำลังเป็นกระแส ก็พร้อมทดลอง ขณะที่การทดลองไม่ได้หมายความว่าจะกลับมาซื้อซ้ำเสมอไป

สำหรับ แพร - กวิสรา นี่ทำให้ธุรกิจเครื่องดื่มมีลักษณะคล้าย “แฟชั่น” มากขึ้น การทำสินค้าหรือรูปแบบร้านหนึ่งแล้วประสบความสำเร็จ จึงไม่สามารถใช้เป็นสูตรสำเร็จได้ตลอดไป

ทำให้ Fresh Me ปรับ Brand Positioning เปลี่ยนจากการพยายามเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม มาเป็นการเลือกให้ชัดว่าแบรนด์ต้องการยืนอยู่ตรงไหน โดยเลือกวางตำแหน่ง Fresh Me เป็นเจาะกลุ่ม Premium Mass พร้อมกำหนดกลุ่มลูกค้าและพื้นที่เป้าหมายให้ชัดขึ้น ขณะเดียวกันต้องมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

เฟรชมีน้ำ.jpg

ขยาย 50 สาขาไทย-ตปท. จ่อแตก 2 แบรนด์ใหม่ ดันเป้ารายได้ 200 ล้านในปี 70

ยุทธศาสตร์ใหญ่ในช่วง 2 ปีนี้ (พ.ศ. 2569 - 2570) ของ Fresh Me จะเน้นไปที่ 2 ด้าน ได้แก่

1.การขยายสาขา 50 แห่ง (รูปแบบแฟรนไชส์ 100%)

เบื้องต้นจะเป็นการขยายในไทย 30 สาขา และต่างประเทศ คือ ลาว 20 สาขา โดยช่วงที่ผ่านมากลุ่มโคลาว (Kolao Group) ได้ซื้อมาสเตอร์แฟรนไชส์ Fresh Me ไปเปิดในลาว ปัจจุบันเร่งขยายไปแล้ว 7 สาขา เหลือขยายต่อีก 13 สาขา

ทั้งนี้ ต้นทุนการขยายสาขา Fresh Me มีค่าแฟรนไชส์อยู่ที่ราว 390,000 บาท หากรวมค่าก่อสร้าง ค่าอุปกรณ์ และการตกแต่ง เบ็ดเสร็จจะอยู่ที่ 700,000 - 1,000,000 บาท/สาขา

นอกจากนี้ Fresh Me ได้ทำการสำรวจตลาด "อินโดนีเซีย" และ "ฟิลิปปินส์" ซึ่งมีวัฒนธรรมการดื่มชาคล้ายไทย แต่มีขนาดใหญ่กว่า และเตรียมเข้าร่วมงานแฟรนไชส์ที่อินโดนีเซียในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อหาโอกาสในการขยายตลาด

สำหรับ แพร - กวิสรา การพา Fresh Me ออกไปต่างประเทศไม่ใช่เพียงเรื่องของการเพิ่มจำนวนสาขา แต่เป็น “ความฝัน” ที่ต้องการเห็นแบรนด์ไทยเติบโตในตลาดต่างประเทศ

LINE_ALBUM_Fresh me_260811_1.jpg

2.เปิด 2 แบรนด์ใหม่เติมพอร์ตฯ (เปิดตัวปลายปี 69)

บริษัทวางเป้าหมายเป็น “House of Favorite Brand” โดยต้องการมีแบรนด์อื่นเข้ามาอยู่ภายใต้เครือ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น จากเดิมที่ Fresh Me โฟกัสลูกค้ากลุ่มเดียว

เบื้องต้น บริษัทเตรียมปั้นแบรนด์ใหม่เอง 2 แบรนด์ ซึ่งเป็นแบรนด์ Specialty Drink และมีแผนเปิดตัวภายในปี 2569 โดยจะเริ่มทดสอบตลาดผ่าน Pop-up ในเดือนกันยายนนี้ พร้อมกันทั้ง 2 แบรนด์

การแตกแบรนด์ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหมากของ Fresh Me ในการลดการพึ่งพารายได้จากแบรนด์เดียว และใช้ความเชี่ยวชาญที่สะสมจากการทำธุรกิจเครื่องดื่มและแฟรนไชส์มาตลอด 14 ปี มาต่อยอดเป็นพอร์ตธุรกิจใหม่

"จากแผนทั้งหมดทั้งหมดทำให้เราวางเป้ารายได้ปี 2569 อยู่ที่ 70 ล้านบาท จากปีที่แล้วอยู่ที่ 60 ล้านบาท เนื่องจากยังมีผลกระทบเรื่องกำลังซื้อชะลอตัวจากเศรษฐกิจ ส่วนเมื่อเปิดทุกแบรนด์เต็มที่ในปี 2570 คาดว่าจะทำรายได้ทะยานถึง 200 ล้านบาท"
LINE_ALBUM_Fresh me_260811_2.jpg

บทเรียน 14 ปี แนะผู้ประกอบการอดทน คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึงเป้าเพราะ "ล้มเลิก" ไม่ใช่ "ล้มเหลว"

แพร กวิสรา สรุปบทเรียนสำคัญในธุรกิจตลอด 14 ปีของ Fresh Me จากการทำธุรกิจมาตั้งแต่อายุ 18 ปี สิ่งสำคัญที่ต้องมี คือ “ความอดทน” เพราะทุกธุรกิจมีปัญหา แม้กระทั่งคนที่ประสบความสำเร็จสูงสุด

"เรามองว่า สิ่งที่ทำให้หลายคนไปไม่ถึงความสำเร็จอาจไม่ใช่เพราะล้มเหลว แต่เป็นเพราะล้มเลิกก่อน แต่หากอดทน เชื่อว่าสักวันจะต้องมีวันของเราแน่นอน"
เฟรชมี.jpg