วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องดังนี้
-รายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% YoY
-EBITDA อยู่ที่ 2,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% YoY
-มีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% YoY
ปัจจุบัน AWC มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 224,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% YoY
-กลุ่ม Hospitality มีรายได้เติบโต 6% และ EBITDA เพิ่มขึ้น 10% จากแรงหนุนของโรงแรมในตลาดนอกกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพัทยา เชียงใหม่ และเกาะสมุย
-กลุ่ม Commercial มีรายได้และ EBITDA เพิ่มขึ้น 14% จากการเติบโตของ Asiatique และธุรกิจค้าปลีก
ด้านผลประกอบการธุรกิจโรงแรม RevPAR รวมทั้งพอร์ตอยู่ที่ 3,272 บาทต่อห้อง เพิ่มขึ้น 5% YoY ขณะที่กลุ่ม Luxury Resorts สามารถทำ RevPAR ได้สูงถึง 14,169 บาทต่อห้อง สะท้อนการขยายตัวของรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ
โดยสัดส่วนรายได้ห้องพักมาจากตลาดไทย 11% จีน 13% สหรัฐฯ 11% สิงคโปร์ 5% สหราชอาณาจักร 5% และอินเดีย 4% ทำให้พอร์ตลูกค้ามีความหลากหลายมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนการจองตรงอยู่ในระดับสูงถึง 70% ผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก อาทิ Marriott, Hilton, IHG, Accor, Melia, Nobu และ Hyatt
สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 ยอดจองห้องพักล่วงหน้า (On-The-Book) เพิ่มขึ้น 30% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการจัดงานระดับโลกในประเทศไทย เช่น การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings ในกรุงเทพฯ และ Tomorrowland ที่พัทยา

5 ปี ลงทุน 1 แสนล้าน ดันพอร์ตโรงแรมแตะ 35 แห่ง
ในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569 - 2573) AWC วางงบลงทุนรวมประมาณ 100,000 ล้านบาท เพื่อขยายทั้งธุรกิจ Hospitality และ Commercial พร้อมเพิ่มขนาดพอร์ตสินทรัพย์และจำนวนโครงการในทำเลศักยภาพ แบ่งเป็น
1.Hospitality (ธุรกิจโรงแรม)
ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนห้องพักจาก 7,250 ห้อง ในปี 2569 ซึ่งประกอบด้วย 25 โรงแรม 17 แบรนด์ เป็น 9,312 ห้อง ในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้น 28% ภายใต้ 35 โรงแรม 21 แบรนด์ โดยมีโครงการใหม่ เช่น Fairmont Bangkok Sukhumvit เข้ามาเสริมพอร์ต
2.Commercial (ธุรกิจค้าปลีก)
ตั้งเป้าขยายพื้นที่จาก 504,000 ตารางเมตรในปี 2569 เป็น 660,000 ตารางเมตรในปี 2573 เพิ่มขึ้น 31% ผ่านโครงการใหม่และการพัฒนาทรัพย์สินเดิม อาทิ ลานนาทีคเชียงใหม่ และ เวิ้งนครเกษมตรงเยาวราช
นอกจากการขยายสินทรัพย์ AWC ยังวางโครงสร้างทางการเงินเพื่อรองรับการลงทุนระยะยาว โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 0.92 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยลดลงจาก 2.54% ในเดือนมีนาคม 2569 มาอยู่ที่ 2.46%
อายุเฉลี่ยของหนี้อยู่ที่ 2.9 ปี และมีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR) 3.85 เท่า โครงสร้างหนี้แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว 55% และอัตราดอกเบี้ยคงที่ 45% พร้อมวงเงินสินเชื่อที่พร้อมใช้สูงถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับงบลงทุน

ปรับแผนตึก 100 ชั้น-เคาะแพลนเคเบิลคาร์ข้ามเจ้าพระยา เชื่อม 11 โครงการ Riverside Journey
ทั้งนี้ AWC บริษัทฯ ได้ปรับแผนบางส่วนของโครงการใหญ่ อาทิ ตึก 100 ชั้นที่สูงที่สุดในไทย จากเดิมจะตั้งไว้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่จากการศึกษาชั้นดินแล้ว ได้ปรับโซนเข้ามาด้านในมากขึ้น รวมถึงปรับลดความสูงของตึกเหลือ 56 ชั้น และให้บลูโดมอยู่ด้านหน้าตึกดังกล่าวแทน
ส่วนตัวเคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา MONA มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท เคาะออกมาเป็นหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ประสบการณ์หลากหลาย เช่น กระเช้าติดแอร์ กระเช้าแบบนั่งห้อยขาได้ และซิปไลน์ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ยังเตรียมเพิ่มเรือเป็น 26 ลำ มีทั้งลำเล็กที่พาสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดวัฒนธรรมท้องถิ่นริมน้ำ รวมไปถึงอาจมี "เรือที่มีห้องพัก" ล่องไปตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาจรดไปยันอ่าวไทย (เป็นแผนในอนาคต)

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญคือการพัฒนา AWC Riverside Journey เชื่อมโยงแลนด์มาร์กและทรัพย์สินสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาของ AWC ให้เป็น Ecosystem เดียวกัน ผ่าน 11 โครงการ มูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ : แลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์และความบันเทิงริมแม่น้ำเจ้าพระยา
2.Jurassic World Experience Bangkok : โซนประสบการณ์ธีมไดโนเสาร์ Jurassic World
3.Avatar: Guardians of Eywa at Blue Dome (Asiatique Destination) โซนประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟธีม Avatar
4.Mona Bangkok : เคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
5.Bangkok Skyride Adventure : เครื่องเล่นชมวิวตัวเมืองและแม่น้ำจากมุมสูง
6.โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล : โครงการโรงแรมระดับอัลตร้าลักชัวรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา

7.The Hotel Plaza Athénée Bangkok (Building/Annex) : ส่วนต่อขยายและอาคารประวัติศาสตร์ริมน้ำของโครงการ Plaza Athénée
8.The Ritz-Carlton Bangkok, The Riverside : โรงแรมและที่พักอาศัยระดับลักชัวรีริมน้ำที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรมจีน
9.The Songwad Scape : พื้นที่สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด "Craft the world to Songwad"
10.The Songwad Lanes : พื้นที่กิจกรรมและย่านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด "Craft Songwad to the world"
11.โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช
โดยจะเชื่อมทั้ง 11 โครงการผ่านระบบการเดินทางที่ประกอบด้วยเรือ EV Boat, รถราง EV Tram และเส้นทางเดินเท้า
แนวคิดดังกล่าวมุ่งเชื่อมต่อพื้นที่อย่าง Asiatique, The Hotel Plaza Athénée, Songwad และ Woeng Nakorn Kasem เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มการเดินทางระหว่างสินทรัพย์ในพอร์ต และสร้างประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ให้เชื่อมต่อกันมากขึ้น
ภาพรวมจึงสะท้อนทิศทางของ AWC ที่ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนห้องพักหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่ใช้การขยายพอร์ตสินทรัพย์ การกระจายฐานนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงธุรกิจใน Ecosystem และการบริหารโครงสร้างเงินทุน เป็นกลไกหลักในการสร้างการเติบโตในช่วง 5 ปีข้างหน้า

เปิดตัว REIT ใหม่ผ่าน 'AWR' มูลค่า 3-5 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ AWC อยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งกองรีท AWR เพื่อเป็นแพลตฟอร์มถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภท Freehold คุณภาพสูง
มุ่งเน้นการถือครองและบริหารสินทรัพย์ที่ดำเนินงานแล้ว (Asset Owner/REIT) เตรียมแผนเสนอขาย IPO หน่วยทรัสต์มูลค่าประมาณ 30,000-50,000 ล้านบาท แก่นักลงทุนไทยและต่างประเทศ ภายในปี 2569 นี้
โดยจะนำ 5 โครงการศักยภาพสูงใน AWC เข้ากองรีท จากนั้นจะทยอยนำเข้าปีละ 2 โครงการ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว