เดอะ สตรีท รัชดา เดินหน้าปรับบทบาทจาก 'ศูนย์การค้า' สู่ “ไลฟ์สไตล์มอลล์ 24 ชั่วโมง” รับพฤติกรรมคนเมืองยุคใหม่ที่เวลาทำงานและการใช้ชีวิตไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงกลางวันอีกต่อไป โดยเฉพาะเทรนด์ Late Night Lifestyle ที่ผู้บริโภคใช้ช่วงค่ำคืนในการกิน ดื่ม ออกกำลังกาย ทำงาน พักผ่อน และพบปะสังสรรค์
พงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนมีรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งกลุ่มที่เลิกงานดึก ทำงานเป็นกะ หรือเลือกใช้ช่วงเวลากลางคืนในการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และพักผ่อน

“เดอะ สตรีท รัชดา จึงพัฒนาร้านค้า ร้านอาหาร และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกในทุกช่วงเวลา”
ทั้งนี้ แนวคิด Lifestyle Mall 24 ชั่วโมง ของเดอะ สตรีท รัชดา ไม่ได้มุ่งเพียงการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่เป็นการจัดองค์ประกอบของร้านค้าและบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตจริง ตั้งแต่มื้อเช้า ช่วงทำงาน หลังเลิกงาน ไปจนถึงช่วงดึก

50% ของร้านค้าเปิดดึก-24 ชั่วโมง
ปัจจุบันร้านค้ากว่า 50% ภายในศูนย์เปิดให้บริการถึงช่วงดึกและตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายยา ซูเปอร์มาร์เก็ต ฟิตเนส บริการขนส่ง พื้นที่ทำงาน และพื้นที่กิจกรรม เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง
โดยร้านรองรับการเปิดในช่วงกลางวัน เย็น และ กลางคืน อาทิ สุกี้ตี๋น้อย, Shakariki432, Sekai No Yamachan, เจ๊แดงสามย่าน, Oishi Ramen, KBBQ, Monami Yakiniku, Let's Relax และ Karaoke Manekineko

ขณะที่ร้านค้าและบริการที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ได้แก่ Choongman Chicken, Little Hongkong, A Ramen, ZZ All Day Restaurant, ก๋วยเตี๋ยวเรือหอมสยาม, Hollys Coffee, Starbucks, KFC, Burger King, Foodland Supermarket, Pharmax24, Jetts Fitness และ Workwize
การมีร้านค้าและบริการที่ครอบคลุมตลอดทั้งวัน ทำให้เดอะ สตรีท รัชดา สามารถรองรับกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีเวลาชีวิตแตกต่างกัน ตั้งแต่คนที่เข้ามารับประทานอาหารช่วงกลางวัน คนทำงานที่แวะมาหลังเลิกงาน ไปจนถึงกลุ่มที่ใช้ชีวิตในช่วงกลางคืน

ดึงกิจกรรมเข้าศูนย์ฯ สร้างทราฟฟิก
นอกจากร้านค้าและบริการแล้ว เดอะ สตรีท รัชดา ยังวางพื้นที่กิจกรรมให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต โดยมี The Street Hall สำหรับการประชุม สัมมนา งานแสดงสินค้า และการแข่งขัน, Volume Livehouse สำหรับคอนเสิร์ตและการแสดงดนตรี และ The Street Arena สำหรับการออกกำลังกายและกิจกรรมด้านกีฬา
ขณะเดียวกันยังมีลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าสำหรับงานอีเวนต์กลางแจ้ง งานเปิดตัวสินค้า และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โดยรองรับผู้เข้าร่วมงานตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันคน
“แนวคิดไลฟ์สไตล์มอลล์ 24 ชั่วโมงของเรา ไม่ได้หมายถึงเพียงการเปิดพื้นที่ตลอดวัน แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของคนเมือง ผ่านความหลากหลายของร้านค้าและบริการที่พร้อมรองรับทุกกิจกรรม ตั้งแต่มื้อเช้า หลังเลิกงาน ไปจนถึงช่วงดึก”
