น่าสนใจมากจริงๆสำหรับมูฟเมนต์ช่วงหลังของ L Catterton กองทุน Private Equity ที่บริหารสินทรัพย์ระดับ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีบริษัทแม่ที่เกี่ยวพันกับอาณาจักรแบรนด์หรูที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง LVMH โดยตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. 2026 เจ้าพ่อ L Catterton เพิ่งปิดดีลประวัติศาสตร์ด้วยการขายบริษัทอาหารเสริมชื่อ Thorne ให้ P&G ฟันกำไรมากกว่า 5 เท่าในเวลาเพียง 3 ปี และอีกไม่กี่วันต่อมา L Catterton ก็เทขายหุ้นรองเท้าแตะสุดฮิต Birkenstock ออกไปอีก 1 พันล้านดอลลาร์
คนทั่วไปอาจมองว่านี่คือการทำกำไรขึ้นมาตามวัฏจักรปกติของกองทุน แต่สำหรับนักวิเคราะห์การตลาดและการลงทุนที่เฝ้าดูความเคลื่อนไหวระดับโลก นี่ไม่ใช่แค่การขายเพื่อรับเงินเข้ากระเป๋า แต่คือการโยกย้ายเงินทุนครั้งใหญ่ ที่กำลังส่งสัญญาณว่า เม็ดเงินแสนล้านกำลังไหลเข้าสู่วงการ "การแพทย์เชิงป้องกันระดับพรีเมียม” และตลาด “ประสบการณ์ฟิตเนสรูปแบบใหม่” ที่มีอนาคตสดใสรออยู่
ก่อนหน้านี้ L Catterton มีชื่อเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ HYROX ว่าได้เจรจาเข้าซื้อกิจการรายการแข่งขันความฟิตระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ตั้งแต่กรกฎาคม 2026 จน L Catterton กลายเป็นที่จับตามอง แม้จะไม่มีการเปิดเผยมูลค่าดีลอย่างเป็นทางการ แต่สื่อยุโรปและวงการการเงินประเมินมูลค่าบริษัทไว้สูงถึง 700 - 1,000 ล้านยูโร (ประมาณ 2.7 - 3.8 หมื่นล้านบาท) ทีเดียว
ทำไมกองทุนที่ขายรองเท้าแตะแฟชั่น ถึงหันมาซื้อลิขสิทธิ์งานวิ่งยกน้ำหนัก?
L Catterton คือ บริษัทไพรเวทอิควิตี้ หรือบริษัทลงทุนนอกตลาดหุ้นที่เน้นธุรกิจสินค้าและบริการอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยหลังก่อตั้งขึ้นในปี 1989 ในชื่อเดิมว่า Catterton Partners จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2016 เมื่อบริษัทได้ประกาศควบรวมกิจการกับ Groupe Arnault บริษัทโฮลดิ้งของครอบครัวมหาเศรษฐี Bernard Arnault และ LVMH อาณาจักรสินค้าหรูระดับโลก
การร่วมทุนในครั้งนี้ทำให้เกิดแบรนด์ใหม่ในชื่อ "L Catterton" โดยตัวอักษร "L" หมายถึง LVMH การจับมือกันทำให้บริษัทมีทั้งเงินทุนที่หนาและเครือข่ายความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกอย่างหาตัวจับยาก ซึ่งจากประวัติที่ผ่านมา กลยุทธ์การลงทุนและกลุ่มเป้าหมายของ L Catterton นั้นต่างจาก LVMH ที่เน้นเฉพาะสินค้าแฟชั่นและแบรนด์หรูระดับไฮเอนด์ เพราะ L Catterton จะเน้นลงทุนในแบรนด์สินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคทั่วไปในตลาดระดับกลางไปจนถึงระดับบน โดยจะมองหาธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เทรนด์การบริโภคยุคใหม่ และคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง อุตสาหกรรมหลักที่เน้นลงทุน ได้แก่ แฟชั่นและไลฟ์สไตล์, สุขภาพ การแพทย์ และฟิตเนส, อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเทคโนโลยีและบริการเพื่อผู้บริโภค
ตัวอย่างกลุ่มแบรนด์ชื่อดังในพอร์ตการลงทุนของ L Catterton คือ
1. Birkenstock แบรนด์รองเท้าแตะเพื่อสุขภาพชื่อดังจากเยอรมนี ที่ L Catterton อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและการขยายสาขาไปทั่วโลก
2. Ganni และ A.P.C ที่เป็นแบรนด์แฟชั่นร่วมสมัยสไตล์มินิมอลยอดนิยม
3. Kapital แบรนด์เดนิมและยีนส์ระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น
4. Thorne แบรนด์วิตามินและอาหารเสริมเกรดการแพทย์ ที่เพิ่งมีข่าวใหญ่ประกาศขายกิจการต่อให้ P&G ไปในมูลค่าสูงถึง 3.8 พันล้านดอลลาร์
5. Hyrox & Peloton ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจฟิตเนส การแข่งขันกีฬา และคอมมูนิตี้ออกกำลังกายที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจน
6. SignatureMD ธุรกิจบริหารจัดการการแพทย์ระดับพรีเมียม ที่เป็นโมเดลระบบสมาชิก เปลี่ยนการเก็บค่าบริการแพทย์จากการจ่ายต่อครั้ง มาเป็นระบบสมาชิกรายปี เพิ่มเวลาในการดูแลคนไข้แต่ละรายให้มากขึ้น
การเปลี่ยนพอร์ตครั้งล่าสุดของ L Catterton นั้นสอดคล้องกับข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ฉบับล่าสุดปี 2026 ที่ระบุว่าเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ทั่วโลกมีมูลค่าทะลุ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว แต่เทรนด์ที่มาแรงที่สุดในปีนี้คือสิ่งที่ GWI เรียกว่า "The Festivalization of Wellness" หรือการเปลี่ยนกิจกรรมสุขภาพให้กลายเป็นเทศกาลที่เน้นการมีส่วนร่วมทางสังคมและการแสดงออกซึ่งตัวตน เรียกว่าอธิบายที่มาของปรากฏการณ์ HYROX ได้พอดี
ในอีกด้าน L Catterton ตัดสินใจซื้อธุรกิจใหม่ตามวิถีการกอบโกยเงินสดจากธุรกิจเก่าของตัวเอง เช่นกรณีของ Thorne HealthTech รายงานระบุว่า Procter & Gamble (P&G) ประกาศเข้าซื้อกิจการ Thorne แบรนด์อาหารเสริมที่อิงวิทยาศาสตร์และเจาะกลุ่มแพทย์ในวันที่ 4 สิงหาคม ด้วยมูลค่าเงินสด 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่ L Catterton เพิ่งจะนำ Thorne ออกจากตลาดหุ้น (Take private) ไปเมื่อปี 2023 ด้วยมูลค่าเพียง 680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การทำกำไรระดับ 5.5 เท่า (550%) ภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี คือเครื่องยืนยันว่า L Catterton รีดมูลค่าของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมออกมาจนหยดสุดท้าย ก่อนจะโยนไม้ต่อให้บริษัท Consumer Goods แบบดั้งเดิมอย่าง P&G รับไปบริหารฐานลูกค้าต่อ
สำหรับกรณีของ Birkenstock วันที่ 13 สิงหาคม L Catterton ดำเนินการผ่านบริษัทในเครือ BK LC Lux MidCo ประกาศขายหุ้น Birkenstock แบบ Secondary Offering ล็อตใหญ่มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี J.P. Morgan เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย ซึ่งนับตั้งแต่พา Birkenstock เข้า IPO เมื่อเดือนตุลาคม 2566 กองทุนนี้ทยอยขายหุ้นมาโดยตลอด พบว่าปี 2024 ขายไป 756 ล้านดอลลาร์, ปี 2025 ขาย 941 ล้านดอลลาร์ แม้บริษัทรองเท้าแตะพื้นไม้ก๊อกแห่งนี้จะประเมินรายได้ปี 2026 สูงถึง 2.4 พันล้านยูโร แต่การถอยฉากจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ชี้ให้เห็นว่า L Catterton ประเมินแล้วว่า อัตราการเติบโตของแบรนด์แฟชั่นแบบกายภาพ ได้ผ่านพ้นจุดพีกของการขยายตัวไปแล้ว
การถอนทุนหลักของ L Catterton ด้วยการขาย Thorne ให้ P&G ในมูลค่า 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั้นเป็นการออกจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่การแข่งขันสูงขึ้นมากและถูกกลืนโดย FMCG ขณะที่การลดสัดส่วนหุ้น Birkenstock ลง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเฉพาะรอบล่าสุด ก็ถือเป็นการนำกระแสเงินสดออกจากธุรกิจแฟชั่นเครื่องแต่งกายที่เติบโตเต็มที่แล้ว ดังนั้นคำถามที่นักการตลาดต้องคิดต่อคือ เมื่อ L Catterton ได้เงินสดกลับเข้ากระเป๋ากว่า 4.8 พันล้านดอลลาร์ภายในเดือนเดียว ทีมบริหาร L Catterton จะเอาเงินก้อนนี้ไปโยนใส่ตะกร้าใบไหนกัน?
ซื้อ "เหงื่อ" และ "ชุมชน"
สำหรับปรากฏการณ์ HYROX ตัวพ่ออย่าง L Catterton มอง HYROX ไม่ใช่แค่ฟิตเนสคลับที่เสี่ยงต่อการถูกยกเลิกสมาชิกในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง แต่ HYROX คือทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลก โดยการแข่งขันที่ประกอบด้วยการวิ่ง 1 กิโลเมตร 8 รอบ สลับกับด่านออกกำลังกาย 8 ฐาน เป็นรูปแบบที่เข้าถึงง่าย แต่ท้าทายพอที่จะทำให้คนยอมจ่ายเงินค่าสมัคร ค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไปแข่ง และค่าสินค้าที่ระลึก
อุตสาหกรรมฟิตเนสคลับอาจมีมูลค่าถึง 142,000 ล้านดอลลาร์ แต่เซกเมนต์ "ฟังก์ชันนัลฟิตเนส" ที่ HYROX ครองตลาดอยู่ มีอัตราการเติบโตระดับ 7-8% ต่อปีอย่างแข็งแกร่ง แน่นอนว่า L Catterton มองเห็นว่าชุมชน หรือ Community คือสินค้าที่ลอกเลียนแบบได้ยากที่สุด เพราะใครอาจก๊อปปี้ลอกแบบผลิตรองเท้าแตะได้ แต่ย่อมไม่สามารถก๊อปปี้ความรู้สึกภูมิใจของคนที่เข้าเส้นชัยงาน HYROX ร่วมกับคนอีกหมื่นคนไม่ได้
ในอีกด้าน การครอบครอง HYROX ยังเป็นเหมือนการครอบครอง Database ของผู้บริโภคสาย Active Lifestyle ที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลกด้วย
ลด Consumer Brand กอดคลินิกหรู
หากการซื้อ HYROX คือการลงทุนในตลาดสุขภาพเชิงรุก อีกดีลที่ซุ่มเงียบแต่ส่งผลสะเทือนถึงโครงสร้างมากที่สุด คือการเข้าซื้อกิจการในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ที่ L Catterton ควักเงินซื้อกิจการ SignatureMD เครือข่ายการแพทย์แบบเฉพาะบุคคล (Concierge Medicine) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ จาก Blue Sea Capital
SignatureMD นั้นไม่ใช่ผู้ผลิตยาวิตามิน แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนให้แพทย์เปลี่ยนรูปแบบคลินิกไปเป็นระบบสมาชิก (Membership-based) คนไข้ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายปี เพื่อแลกกับการได้ตรวจนานขึ้น ไม่ต้องรอคิว และเข้าถึงหมอได้โดยตรง ปัจจุบันมีแพทย์ในเครือข่ายมากกว่า 250 คนใน 35 รัฐแล้ว
นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้นักวิเคราะห์ต้องตั้งคำถาม ว่าทำไมกองทุนที่เก่งเรื่องการขายแบรนด์คอนซูเมอร์ ถึงกระโดดลงมาเล่นในตลาดผู้ให้บริการทางการแพทย์? ซึ่ง คำตอบคือผู้บริโภคระดับบนในปี 2026 เริ่มมีอาการ Over-Optimization Backlash หรือเหนื่อยล้าจากการติดตามข้อมูลสุขภาพผ่านแกดเจ็ตและการกินอาหารเสริมแบบสะเปะสะปะ หลายคนต้องการผู้เชี่ยวชาญมาจัดระเบียบชีวิตให้ การเปลี่ยนผ่านโมเดลการลงทุนในธุรกิจสุขภาพของ Private Equity ยุคเดิม จึงเกิดขึ้นจากการเน้น Consumer Products มาเป็นยุคใหม่ปี 2026 ที่เน้นเรื่องความแข็งแรงและอายุยืน Longevity & Medical Services
รูปแบบธุรกิจหลักในพอร์ตใหม่ของ L Catterton ยังเปลี่ยนจากขายสินค้า เช่น รองเท้า, อาหารเสริมกระปุก มาเป็นการขายระบบสมาชิกและบริการส่วนบุคคล เช่น ซอฟต์แวร์วิเคราะห์สุขภาพ ซึ่งเพิ่มโอกาสการซื้อซ้ำตามพฤติกรรม และจากค่าสมาชิกรายปี อัตราการยกเลิกอาจต่ำมาก
เมื่อนำ SignatureMD มาวางต่อจิ๊กซอว์กับ Tally Health ซึ่งเป็นอีกสตาร์ทอัปด้าน Longevity และ Epigenetic ที่ L Catterton ลงทุนไว้ โลกจะเห็นภาพการสร้างระบบนิเวศแบบครบวงจร ที่ผู้บริโภคอาจจะไปตรวจ DNA กับบริษัทหนึ่ง ไปหาหมอในเครือข่ายคลินิกอีกบริษัทหนึ่ง และไปออกกำลังกายในอีเวนต์ของอีกบริษัทหนึ่ง ทั้งหมดอยู่ภายใต้ร่มเงาของทุนกลุ่มเดียวกัน บนไอเดียที่ว่าการมีสุขภาพที่ดี (Healthspan) ได้กลายเป็นความหรูหราขั้นสูงสุดไปเรียบร้อยแล้ว
แน่นอนว่า นักการตลาดและนักวิเคราะห์สายดั้งเดิมบางรายอาจโต้แย้งว่า การให้ความสำคัญกับธุรกิจบริการ อย่างงานวิ่งหรือคลินิกแพทย์มากเกินไป อาจเป็นความเสี่ยง และ Birkenstock ยังคงทำรายได้เติบโตทะลุเป้าหมายที่ 2.4 พันล้านยูโร ขณะที่สินค้า FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) อย่างวิตามินก็ยังคงมีตลาดที่กว้างใหญ่มหาศาลกว่าการแพทย์เฉพาะกลุ่มหลายร้อยเท่า ซึ่งการที่ P&G ยอมจ่าย 3.8 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ Thorne ก็แปลว่าบริษัทระดับโลกยังเห็นมูลค่ามหาศาลในตลาดขวดอาหารเสริม ดังนั้นการตีความว่า L Catterton หนีจากสินค้าจับต้องได้ อาจเป็นการมองผ่านเลนส์ที่อคติเกินไปก็ได้
ไม่ว่าจะอย่างไร ชัดเจนว่ากองทุนอย่าง L Catterton ไม่ได้มองหาธุรกิจที่มีรายได้มั่นคง แต่จะมองหาธุรกิจที่นักลงทุนคนถัดไปยอมจ่ายแพงกว่า ซึ่งในโลกของตลาดทุนปี 2026 ธุรกิจที่ขายสินค้ารูปธรรม มักจะถูกประเมินมูลค่าในระดับที่จำกัด เพราะต้องแบกรับต้นทุนการผลิต สินค้าคงคลัง และผลกระทบจาก Supply Chain แต่ธุรกิจที่เป็น "แพลตฟอร์มประสบการณ์" หรือ "โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์" นั้นสามารถเติบโตได้โดยมีต้นทุนส่วนเพิ่มที่ต่ำกว่ามาก
สรุปแล้ว L Catterton ย่อมไม่ได้เกลียด Thorne หรือ Birkenstock แต่ L Catterton อาจรู้แล้วว่า การปั้นมูลค่าของคลินิกหมอ (SignatureMD) ให้เติบโต 5 เท่านั้น ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการทำให้ยอดขายรองเท้าแตะเติบโต 5 เท่าในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ดังนั้นความเคลื่อนไหวของ L Catterton ตลอด 8 เดือนแรกของปีนี้ จึงเป็นอีกสัญญาณสำคัญสำหรับธุรกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
ที่มา: Nextmd, Dealroom, Sports Verse, Bloomberg