แม้ตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2526 ตลาดสี่มุมเมองจะมีการพัฒนาต่อเนื่อง โดยปี 2531 ได้สร้าง ‘ลานรถผัก’ แห่งแรกในประเทศไทย และปี 2541 เพิ่มบริการห้องเย็นสำหรับรับฝากผักและผลไม้ ช่วยยืดอายุสินค้าและรักษาคุณภาพวัตถุดิบ
มาถึงปี 2563 ได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่ 350 ไร่ให้กลายเป็นอาณาจักรการค้าส่งยุคใหม่ มีการขยายพื้นที่การค้าเพิ่มขึ้นถึง 70% ที่มีแผงค้าในตลาด 4,500 แผง และมีคนหมุนเวียนในพื้นที่กว่า 70,000 คนต่อวัน
สำหรับการทรานฟอร์มครั้งนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญของตลาดสดในบ้านเรา ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การย้ายหน้าร้าน ด้วยการรวบรวมสินค้ากว่า 10,000 รายการ จากเครือข่ายผู้ค้ากว่า 4,000 ร้าน ครอบคลุมผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารแห้ง บรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์สำหรับธุรกิจอาหารมาไว้บนออนไลน์เท่านั้น
แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์และเชื่อมโยง Eco-system เข้าด้วยกันตั้งแต่ฝั่งผู้ค้าส่งไปจนถึงกลุ่มผู้ซื้อหลักอย่างกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจ HoReCa เพื่อกระตุ้นและสร้างโอกาสเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น ซึ่งเป้าหมายคือ การมียอดขาย 1,200 บาท ภายในปี 2570
‘อนล ภัทรประสิทธิ์’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานดิจิทัล เทคโนโลยี บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง เล่าว่า ปัญหาที่แท้จริงของผู้ประกอบการร้านอาหารไม่ใช่แค่เรื่อง ‘ส่งฟรี’ แต่ต้องการความชัวร์ว่าของจะมาถึงทันเวลาเปิดร้าน พร้อมใช้งานจริง และคุณภาพตรงปกหรือไม่
ดังนั้น สี่มุมเมืองออนไลน์ จึงออกแบบมาเพื่อแก้ pain point ดังกล่าว ด้วยระบบการจัดส่งด่วนแบบ On-Demand ภายในวันเดียว ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล ไปจนถึงเขตเศรษฐกิจ EEC
ผลลัพธ์คือการช่วยลดเวลาในการจัดหาวัตถุดิบของผู้ซื้อได้ถึง 5 เท่า ขณะเดียวกันยังสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านความน่าเชื่อถือ ด้วยระบบคัดสรรเข้มงวด การันตีคุณภาพสินค้าสดใหม่ จนดันให้อัตราการเคลมสินค้าต่ำกว่า 1%
ขณะที่ฝั่งผู้ขาย แพลตฟอร์มนี้จะทำหน้าที่เป็น ‘หน้าร้านแห่งที่ 2’ ที่ช่วยเปิดโอกาสการขายไปยังฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ทั่วประเทศ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายหน้าร้านเดิม ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขยอดขายของผู้ค้าที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มที่มียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20–25% และผู้ค้าบางรายสามารถสร้างยอดขายผ่านช่องทางนี้ได้มากกว่า 40 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ยังเห็นจากยอดขายของสี่มุมเมืองออนไลน์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยรายได้ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 350 ล้านบาทเติบโตกว่า 150% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
ส่วนทั้งปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายไว้ 760 ล้านบาท และวางเป้าหมายต่อเนื่องแตะ 1,200 ล้านบาทภายในปี 2570