นิยมาพร โต๊ะสงวนพันธ์ Executive Vice President สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า “เจริญนคร” ยังคงเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุน หลังการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่และการเติบโตของพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะการมี “ICONSIAM” เป็นแม่เหล็กสำคัญ
ขณะที่ในอนาคตยังมีเมกะโปรเจกต์ใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มความคึกคักให้กับทำเล ส่งผลให้ผู้ซื้อและนักลงทุนมองเห็นโอกาสในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้มากขึ้น
ทั้งนี้ เอพี ร่วมกับ มิตซูบิชิ เอสเตท เดินหน้าโครงการ “RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค” คอนโดมิเนียมระดับแฟลกชิป จำนวน 577 ยูนิต มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท บนที่ดินกว่า 4 ไร่ ตรงข้าม ICONSIAM หลังเปิดพรีเซลมาตั้งแต่ปี 2023 และเตรียมเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการวันที่ 29-30 สิงหาคม 2026
ปัจจุบันโครงการมียอดขายแล้ว 85% และตั้งเป้าหมายยอดขาย 100% ภายในปีนี้ จากทำเลศักยภาพ และการมีซัพพลายคงค้างในพื้นที่น้อย ทำให้ได้รับผลตอบรับดี โดยเฉพาะห้องพักอาศัยขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจนใกล้หมด ขณะที่ห้องที่เหลือส่วนใหญ่เป็นห้องขนาด One Bedroom และ One Bedroom Plus
สำหรับกลุ่มผู้ซื้อมี 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่
1.กลุ่มเรียลดีมานด์ ทั้งคนในพื้นที่เจริญนครและฝั่งธนบุรี ซึ่งซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง
2.กลุ่มนักลงทุน ที่มองเห็นศักยภาพของทำเล ทั้งการซื้อเพื่อปล่อยเช่าและซื้อเก็บไว้ในระยะยาว โดยปัจจัยสำคัญมาจากทำเลที่อยู่ตรงข้าม ICONSIAM รวมถึงการคาดการณ์ว่าการเกิดขึ้นของโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตจะช่วยดึงคนเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ซื้อบางส่วนมองอสังหาริมทรัพย์ในย่านเจริญนครเป็น "สินทรัพย์สำหรับเก็บไว้เป็นมรดก" เนื่องจากมองว่ามูลค่าของทำเลมีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เข้ามาซื้อโครงการจำนวนมาก
ด้านผลตอบแทนจากการลงทุน คาดการณ์ Rental Yield อยู่ที่ประมาณ 5-6% ต่อปี โดยค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน (ในห้องเช่าขนาดเริ่มต้น 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตร.ม.
ขณะที่ กำไรที่ได้รับจากการขายคอนโดในย่านเจริญนคร Capital Gain อยู่ที่ประมาณ 3-5% จากราคาคอนโดมิเนียมในทำเลโดยรอบอยู่ที่ประมาณ 170,000 บาท/ตร.ม.