เมื่อ “การมีบ้าน” กลายเป็นโจทย์ที่คนเมืองยุคใหม่ต้องคิดหนักขึ้น ทั้งราคาที่อยู่อาศัยขยายตัว ภาระค่าใช้จ่ายสูง และความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อบ้าน กดดันการเข้าถึงบ้านของคนกรุง
ยศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. ร่วมกับ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เตรียมจัดงาน BKK Housing Expo ครั้งที่ 2 วันที่ 9–11 ตุลาคม 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เปิดให้ประชาชนเข้ามาเลือกโครงการที่อยู่อาศัยจากผู้ประกอบการ พร้อมข้อมูลสินเชื่อ โดยมีเป้าหมายให้คน กทม. เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ทั่วถึง
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าต่อยอดแพลตฟอร์ม "BKK Housing Matching" จากเดิมที่เน้นข้าราชการและบุคลากร กทม. สู่ ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนทำงานและคนรุ่นใหม่
โดยแพลตฟอร์มนี้ ทำหน้าที่คล้ายงาน Expo แต่ย้ายมาอยู่บนช่องทางออนไลน์ ให้ผู้ประกอบการอสังหานำโครงการที่อยู่อาศัยเข้ามานำเสนอ ขณะที่ผู้ต้องการบ้านสามารถค้นหาและเลือกโครงการที่ตรงกับความต้องการ
ผลการดำเนินงานเริ่มเห็นเป็นรูปธรรม โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 กันยายน 2569 มีผู้ใช้งาน 3,912 ราย ผู้ประกอบการเข้าร่วม 50 บริษัท และมีโครงการที่อยู่อาศัยบนแพลตฟอร์ม 289 โครงการ ขณะที่เกิดรายการจองผ่านแพลตฟอร์มแล้ว 60 ยูนิต แบ่งเป็นยอดจอง 56 ยูนิต และโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 4 ยูนิต
โจทย์ใหญ่คือ “อยากมีบ้าน แต่ยังซื้อไม่ได้”
พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า เมื่อขยายแพลตฟอร์ม BKK Housing Matching สู่ประชาชนทั่วไป สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และ กทม. จึงเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกเข้ามา คือ “เช่า-ออม” เพื่อรองรับกลุ่มคนที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย แต่ยังติดข้อจำกัดด้านความพร้อมทางการเงิน
ยกตัวอย่าง คอนโดนิชโมโน พระรามเก้า ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยเปิดโมเดลเช่าออมบ้าน มีค่าเช่าเริ่มต้นล้านละ 4,500 บาท/เดือน หากพร้อมซื้อบ้านเมื่อไร สามารถนำค่าเช่าที่จ่ายไปเป็นส่วนลดในการกู้ซื้อบ้านในอนาคตในได้
นอกจากค้นหาบ้านตามทำเลและงบประมาณแล้ว ผู้สนใจยังสามารถประเมินความสามารถในการกู้ เพื่อดูว่าตัวเองพร้อมเดินหน้าซื้อหรือไม่ หากยังไม่พร้อม ก็มีทางเลือกในการเริ่มจากการเช่า พร้อมวางแผนการเงินเพื่อเตรียมตัวสู่การเป็นเจ้าของในอนาคต
เปิดอินไซด์อาชีพมั่นคงแบบข้าราชการอาชีพยังกู้บ้านยากขึ้น
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เสนาฯ ได้นำโครงการเข้าร่วมงาน BKK Housing Expo และแพลตฟอร์ม BKK Housing Matching จำนวน 40 โครงการ รวม 10,000 ยูนิต มากกว่าครึ่งเป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ (Ready to Move : RTM)
"รอบก่อนที่ร่วมโครงการ (เฉพาะฝั่งข้าราชการ กทม.) มียอดจอง 20 ยูนิต ทำสัญญาแล้ว 15 ยูนิต รูปแบบ RTM และพรีเซล ทั้งคอนโดและบ้าน"
อย่างไรก็ตาม พบอินไซด์ที่น่าสนใจ คือ เดิมเรามักมีภาพจำว่า กลุ่มข้าราชการ มักกู้ซื้อบ้านง่าย เพราะเป็นอาชีพมั่นคง และมีรายได้ประจำแน่นอน แต่จริง ๆ แล้วกลับไม่ใช่
เนื่องจากกลุ่มข้าราชการมักมีหนี้เยอะ ทำให้อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้รวมในแต่ละเดือน (DSR) เหลือน้อย ไม่เพียงพอจะกู้ซื้อบ้านได้ โดยเฉพาะกลุ่มระดับเงินเดือน 18,000-20,000 บาท ส่วนกลุ่มที่มีแนวโน้มกู้ผ่านและทำยอดขายได้ดีคือกลุ่มระดับเงินเดือน 20,000-25,000 บาท