มหากาพย์การดีลครั้งนี้จบลงได้เมื่อพาราเมาท์ผ่านปราการทางกฎหมายสุดหิน หลังผู้พิพากษาอนุมัติข้อตกลงร่วมกับกลุ่ม 12 รัฐในสหรัฐฯ โดยแลกกับคำมั่นสัญญาว่า จะรักษากำลังการผลิตภาพยนตร์ลงโรงฉายอย่างน้อยปีละ 30 เรื่องต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 ปี เพื่อพยุงอุตสาหกรรมโรงหนังและการันตีความหลากหลายของคอนเทนต์ในตลาด
ล่าสุด David Ellison ซีอีโอแห่งพาราเมาท์ ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า หลังจากสองยักษณ์ใหญ่รวมตัวกันจะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘Skydance Corporation’ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ‘Skydance’ พร้อมเตรียมเปลี่ยนตัวย่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเป็น ‘SKYD’ ทันทีที่กระบวนการควบรวมกิจการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นการปิดฉากมหากาพย์การเจรจาอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนวงการฮอลลีวูดตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
การเลือกใช้ชื่อ ‘Skydance’ เป็นชื่อบริษัทแม่ Ellison อธิบายว่า เพื่อสร้างตัวตนและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับองค์กรใหม่ โดยไม่ไปลดทอนคุณค่าหรือกลบรัศมีของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Paramount หรือ Warner Bros. ที่สั่งสมชื่อเสียงและอยู่ในใจผู้ชมมาหลายชั่วอายุคน
โดย Skydance จะทำหน้าที่เป็นร่มคันใหญ่ที่คุมทั้งสตูดิโอหนัง โทรทัศน์ และสำนักข่าวระดับโลก รวมเอา IP แฟรนไชส์ระดับบล็อกบัสเตอร์อย่าง Mission: Impossible, Harry Potter ฯลฯตลอดจนแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง CBS, CNN, Paramount+ และ HBO Max มาไว้ใต้ชายคาเดียวกัน
ในส่วนของการบริหารภายใน Ellison ได้ดึง Ynon Kreiz อดีตซีอีโอฝีมือดีจาก Mattel มารับตำแหน่งซีอีโอร่วม เพื่อเข้ามากุมบังเหียนการบริหารงานและการรวมโครงสร้างองค์กร ช่วยปลดล็อกให้ Ellison ได้ใช้พลังกับงานสร้างสรรค์และกลยุทธ์ภาพรวมได้อย่างเต็มที่
แต่เส้นทางข้างหน้าก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะสองผู้นำต้องแบกรับโจทย์หินอย่างการลุยแผนลดต้นทุนให้ได้ตามเป้า 6,000 ล้านดอลลาร์ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการภาระหนี้สินรวมของสองฝั่งที่สูงแตะ 80,000 ล้านดอลลาร์
การรวมตัวของสองจักรวาลบันเทิงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในการงัดข้อกับเจ้าตลาดสตรีมมิ่งอย่าง Netflix เท่านั้น แต่ยังทำให้ทั้งแฟนหนังและคนทำงานเบื้องหลังต่างจับตามองกันอย่างตาไม่กระพริบว่า ความเคลื่อนไหวของ Skydance ในครั้งนี้ จะสร้างแรงสั่นสะเทือนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการจ้างงานในฮอลลีวูดไปในรูปแบบใดต่อจากนี้