HEYTEA แบรนด์ชาจีนระดับโลก ประกาศจับมือ LISA หรือ ลิซ่า - ลลิษา มโนบาล เปิดตัวแคมเปญระดับโลกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 โดยนำเมนู Mango Coconut Sticky Rice เครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากข้าวเหนียวมะม่วงไทย วางจำหน่ายในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า และตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ที่เข้าร่วม
โดยการคอลแลบส์ครั้งนี้ไม่ได้จบแค่การใช้คนดังโปรโมตสินค้า แต่ต่อยอดความชื่นชอบที่เกิดขึ้นจริงระหว่างลิซ่ากับแบรนด์ สู่กลยุทธ์ที่เชื่อมเครื่องดื่ม วัฒนธรรมป๊อป และสินค้าสะสมเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนกระแสบนโซเชียลมีเดียให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ
จากลูกค้าตัวจริง สู่พาร์ตเนอร์ระดับโลก
จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปในปี 2568 เมื่อลิซ่าโพสต์ภาพเครื่องดื่มมัทฉะของ HEYTEA ผ่าน Instagram ซึ่งได้รับยอดไลก์มากกว่า 6.7 ล้านครั้ง ก่อนเกิดกระแสอีกครั้งระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต BLACKPINK ที่ลอนดอน เมื่อลิซ่าโพสต์ภาพขณะถือ Cloud Coconut Blue เมนูที่จำหน่ายเฉพาะตลาดต่างประเทศของแบรนด์
ต่อมาในเดือนกันยายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อ HEYTEA เปิดสาขาแรกในไทยที่ CentralWorld ลิซ่ายังเดินทางไปเยี่ยมชม HEYTEA LAB ก่อนเปิดให้บริการ พร้อมทดลองเครื่องดื่มหลายเมนู รวมถึง Mango Coconut Sticky Rice ซึ่งกลายเป็นสินค้าไฮไลต์ของแคมเปญครั้งนี้
จากกระแสที่เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้บริโภค สู่การร่วมมืออย่างเป็นทางการ HEYTEA จึงมีโอกาสต่อยอดความสนใจที่เกิดขึ้นแล้วให้เชื่อมกับสินค้าและการซื้อจริง

เลือก ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ เชื่อมตัวตนลิซ่ากับตลาดโลก
Heytea ระบุว่า Mango Coconut Sticky Rice ไม่ใช่เมนูใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อแคมเปญโดยเฉพาะ แต่เป็นเครื่องดื่มที่ HEYTEA เคยเปิดตัวในจีนเมื่อปี 2564 และนำกลับมาจำหน่ายในรูปแบบเมนูช่วงเวลาจำกัดหลายครั้ง โดยบริษัทระบุว่าได้รับเสียงเรียกร้องจากลูกค้าให้กลับมาจำหน่ายอีก
เครื่องดื่มประกอบด้วยมะม่วง เกล็ดน้ำแข็งปั่นรสกะทิ และข้าวเหนียวมูนที่ใช้ข้าวเหนียวเมล็ดยาวนำเข้าจากประเทศไทย
การเลือกเมนูนี้มาร่วมแคมเปญยังเชื่อมโยงกับตัวตนของลิซ่าในฐานะศิลปินชาวไทย ทำให้แบรนด์สามารถนำรสชาติที่มีแรงบันดาลใจจากไทยไปสื่อสารกับผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ ผ่านสินค้าที่มีฐานความนิยมอยู่แล้ว

ไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่ม แต่ต่อยอดสู่ของสะสม
HEYTEA ออกแบบภาพวาดลิซ่าด้วยลายเส้นเฉพาะของแบรนด์ นำไปใช้กับบรรจุภัณฑ์รุ่นพิเศษและสินค้าที่ระลึก โดยชุดคอลแลบส์ประกอบด้วยเครื่องดื่ม สติกเกอร์ และของสะสมที่เลือกได้ระหว่างเข็มกลัดหรือพวงกุญแจ ซึ่งเริ่มจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคม 2569
กลยุทธ์นี้ขยายโอกาสการขายจากเครื่องดื่มไปสู่สินค้าที่แฟนคลับซื้อเพื่อสะสมและแสดงความชื่นชอบต่อศิลปิน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สินค้าและบรรจุภัณฑ์กลายเป็นเนื้อหาที่ผู้บริโภคนำไปแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดีย

ที่ผ่านมา HEYTEA เคยร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่น ศิลปิน และธุรกิจบันเทิง อาทิ alexanderwang, Sandy Liang, Yayoi Kusama, POP MART และ Wicked โดยใช้สินค้าและงานออกแบบรุ่นพิเศษเชื่อมแบรนด์เข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัย การจับมือกับลิซ่าจึงเป็นการต่อยอดแนวทางดังกล่าวผ่านศิลปินที่มีฐานผู้ติดตามในระดับนานาชาติ
HEYTEA ระบุว่าปัจจุบันมีร้านค้าต่างประเทศมากกว่า 120 สาขา ในเมืองต่างๆ อาทิ นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ลอนดอน โทรอนโต ซิดนีย์ เมลเบิร์น และกรุงเทพฯ
การคอลแลบส์กับลิซ่าจึงเป็นอีกช่องทางที่แบรนด์ใช้เชื่อมการขยายตลาดต่างประเทศเข้ากับวัฒนธรรมป๊อป โดยไม่ได้สื่อสารเฉพาะเรื่องรสชาติ แต่เพิ่มองค์ประกอบด้านศิลปิน งานออกแบบ และสินค้าสะสมเข้ามาในประสบการณ์ของผู้บริโภค