Strategic Move

ปรากฏการณ์ “BNK48” ความสำเร็จบนความน่ารักคาวาอี้

หลังจากที่วงการเพลงทั่วโลกซบเซาไปเป็นเวลากว่าสิบปี ซีดีกลายเป็นสิ่งที่แทบไม่มีมูลค่าทางธุรกิจ ทุกฝ่ายต่างฝากความหวังเอาไว้กับงานจ้างแสดงสดตามอีเว้นต์ต่างๆ หรือคอนเสิร์ตใหญ่สำหรับบรรดาศิลปินใหญ่ๆ เท่านั้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์ที่สามารถสร้างรายได้อย่าง การดาวน์โหลดสตรีมมิง หรือยูทู…

open_bnk48

หลังจากที่วงการเพลงทั่วโลกซบเซาไปเป็นเวลากว่าสิบปี ซีดีกลายเป็นสิ่งที่แทบไม่มีมูลค่าทางธุรกิจ ทุกฝ่ายต่างฝากความหวังเอาไว้กับงานจ้างแสดงสดตามอีเวนต์ต่างๆ หรือคอนเสิร์ตใหญ่สำหรับบรรดาศิลปินใหญ่ๆ เท่านั้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์ที่สามารถสร้างรายได้อย่าง การดาวน์โหลดสตรีมมิง หรือยูทูป ก็ยังเป็นเม็ดเงินที่ไม่มากพอจนเป็นทางออกให้กับวงการดนตรีได้ ไม่มีใครเลยที่จะคาดคิดว่า วงการเพลงจะสามารถทำเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำได้อีก

1_bnk48

จนกระทั่งการมาถึงของเกิร์ลกรุ๊ปนาม “BNK48” เกิร์ลกรุ๊ปที่ถือเป็น “วงน้องสาว” สืบทอดรูปแบบต่อมาจากต้นฉบับในประเทศญี่ปุ่นอย่าง “AKB48” เมื่อปี 2560 ด้วยซิงเกิลแรกคือ “Aitakatta อยากจะได้พบเธอ” 

2_bnk48
3_bnk48

จิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรส อาร์ทิสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีเอ็นเค โฟร์ตี้เอท ออฟฟิศ จำกัด ต้นสังกัดของสาวๆ BNK48 เคยเปิดเผยไว้ว่า ในส่วนของซิงเกิลแรกนั้นมียอดจำหน่ายจากการพรีออร์เดอร์มากกว่า 13,000 แผ่น ขณะที่ซิงเกิลที่สองที่ออกติดตามมาในเวลาเพียงไม่กี่เดือนคือ “Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย” นั้นมียอดเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3 หมื่นแผ่นจากการพรีออร์เดอร์เช่นเดียวกัน ไม่มีวางจำหน่ายตามร้านซีดีโดยสิ้นเชิง

4_bnk48

ขณะที่ มิวสิกวิดีโอเพลงแรกของวงคือ “Koisuru Fortune Cookie คุกกี้เสี่ยงทาย” นั้นสามารถสร้างยอดชมได้สูงถึง 10 ล้านครั้งภายในเวลาเพียง 2 เดือน

แน่นอนว่า หากเทียบกับวงการเพลงยุค “ล้านตลับ” ยอดขายหลักหมื่นคงถือเป็นความล้มเหลว แต่ในยุคที่ยอดซีดีแทบเป็นศูนย์ และเป็นยอดที่ “สั่งก่อน จ่ายก่อน รับของทีหลัง” ทั้งยังไม่ผ่านการหักเปอร์เซ็นต์จากสายส่งหรือร้านค้า ยอดขนาดนี้ถือว่าน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง 

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ “BNK48” ยิ่งน่าจับตาในทางธุรกิจก็คือ กลยุทธ์การตลาดที่เป็นมาตั้งแต่ “AKB48” ที่มองข้ามช็อตไปยังจุดที่ว่า ซีดีเพลง ดีวีดี หรือกระทั่งคอนเสิร์ตนั้นมิใช่ทั้งหมดของการหารายได้จากศิลปิน หากยังมีช่องทางอีกมากมาย ผ่านการบริหารจัดการ “คอนเทนต์” ในมืออย่างรอบด้าน

6_bnk48

ซึ่ง “คอนเทนต์” ที่ว่านี้ก็หมายรวมตั้งแต่ ตัวสมาชิกของวงที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันไป เรื่อยไปจนถึงบรรดาผลิตภัณฑ์ของวง ที่มีมาให้ได้เลือกสั่งซื้อกันอย่างต่อเนื่อง 

7_bnk48
8_bnk48

ไล่มาตั้งแต่ภาพถ่ายสมาชิกวง สติกเกอร์ โปสเตอร์ที่แถมไปกับซีดีซิงเกิล เรื่อยไปจนถึงภาพชุดพิเศษต่างๆ ที่เปิดให้พรีออร์เดอร์ โดยสุ่มเลือกให้กับผู้สั่งซื้อ เข็มกลัด เรื่อยมาจนถึงสมุดภาพที่มีให้เลือก 3 ปก และบัตร Founder มูลค่า 2 หมื่นบาท 

ผลงานของ “BNK48” จึงยกระดับจากการเป็นซีดีเพลงฟังเพียงอย่างเดียว หากกลายเป็นดั่งของสะสมให้เหล่าแฟนคลับ ซึ่งถูกขานว่า “โอตะ” ได้สะสม ไม่ต่างไปจากการ์ดเกม หรือไอเท็มเกม ขณะที่ด้วยรูปแบบการสุ่มเลือกให้กับผู้สั่งซื้อ เช่น เลือกภาพ 3 ใบจากทั้งหมด 84 แบบจากสมาชิกทั้ง 28 คน ส่งผลให้บางคนได้ภาพ 3 แบบ ของสมาชิกเพียงคนเดียว หรือได้ภาพของสมาชิกไม่ซ้ำคนกันเลย ซึ่งอาจจะเป็นภาพของสมาชิกที่ตัวเองชอบหรือไม่ก็ได้ ซึ่งในส่วนนี้ก็ส่งผลให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้ภาพหรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการตามมา 

นอกจากนั้นสมาชิกที่ได้รับความนิยมสูงก็จะมีมูลค่าสูงตามไปด้วย เช่น ภาพประเภทที่เรียกว่า “SSR” ที่ย่อมาจาก “Super Special Rare” ซึ่งจะมีลายเซ็นของสมาชิกที่เป็นหน้าตาของวงอย่าง “เฌอปรางค์ อารีย์กุล” นั้นน่าจะมีมูลค่าเป็นหลักแสนบาทเป็นอย่างน้อย 

ขณะที่ตัว “คอนเทนต์” สำคัญคือ ตัวสมาชิกวงนั้นก็มีการจัดกิจกรรมเพื่อให้เหล่าโอตะได้ชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง โดยใช้สื่อฟรีหรือมีต้นทุนต่ำอย่างโซเชียลมีเดียต่างถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

9_bnk48

ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพบปะแฟนเพลงโดยมีห้องกระจกคือ BNK48 Digital Live Studio หรือ “ตู้ปลา” กั้นกลางระหว่างสมาชิกวงกับเหล่า “โอตะ” โดยสมาชิกของ BNK48 จะสลับสับเปลี่ยนกันมาปรากฏตัวเป็นประจำที่ตู้ปลา ณ ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ โดยมีการถ่ายทอดสดไปยังเฟซบุ๊กเพจของวง 

นอกจากนั้นรวมถึงกิจกรรมออนไลน์รายการแบบไลฟ์ผ่านแอปพลิเคชั่น Voov ซึ่งค่ายและผู้ผลิตแอปฯ จะได้รับส่วนแบ่งจากบรรดาของขวัญที่เหล่าโอตะส่งมาให้ระหว่างการไลฟ์ตามแต่ตกลงกัน ดังที่เคยมีกรณีของ "ชา Lowcostcosplay" เน็ตไอดอลคนดังได้เปย์ของขวัญให้ไข่มุก สมาชิกคนหนึ่งของ BNK48 เป็นเครื่องบิน 10 ลำคิดเป็นค่าใช้จ่ายกว่า 70,000 บาทจนเป็นที่ฮือฮาไปทั่ว 

10_bnk48
11_bnk48

และเมื่อสร้างฐานแฟนเพลงได้มากพอ ต้นสังกัดก็ค่อยๆ ผุดกิจกรรมอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น งานจับมือกับสมาชิกวง ที่สืบทอดมาจากวง “AKB48” ซึ่งจัดไปแล้ว 3 ครั้ง และได้รับความสนใจคับคั่ง เรื่อยไปจนถึงงานคริสต์มาส “BNK48 We Wish You! A Merry Christmas Fan Meet” ที่สามารถโซลด์เอาต์ได้ทั้ง 2 รอบภายใน 3 นาทีเท่านั้น 

12_bnk48

กลยุทธ์ทั้งหมดเป็นความสำเร็จจากการบริหารจัดการศิลปินและการสร้างความน่าสนใจกับตัวศิลปิน ไปจนถึงการหารายได้จากสื่อและสิ่งรอบด้าน ที่เรียกกันว่า “Artist Management” ซึ่งจะครบวงจรของระบบ “AKB48” ทันทีที่เธียร์เตอร์ ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ที่สมาชิก “BNK48” จะมีการแสดงสัปดาห์ละ 3 รอบ ซึ่งจะเริ่มมีการแสดงอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 นี้ รวมทั้งการมาถึงของสมาชิกรุ่นที่สองที่กำลังอยู่ระหว่างการเปิดรับออดิชั่นอยู่ในขณะนี้ 

ทั้งหมดจะเป็นบททดสอบอีกขั้นหนึ่งของวงว่า โมเดลธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานของการบริหารจัดการศิลปินที่มีจุดขายจากความน่ารักและเสน่ห์ของสมาชิกวงนั้นจะมีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจอย่างยั่งยืนและแท้จริงได้หรือไม่

13_bnk48

เรื่องราวตลอดปี 2561 จากนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่า กระแสของ “BNK48” ที่แรงรุกลามไปทั่วทั้งโลกออนไลน์สู่โลกออฟไลน์และสารพัดสื่อตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานี้นั้นไม่ใช่กระแสแบบไฟลามทุ่งที่รอวันเสื่อมถอยหายไปเท่านั้น 

ที่มา : newtv.co.th/news/10561