บริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) บริษัทวิจัยพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคเชิงลึก ในกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค หรือ FMCG นำโดย มร. คาเร็ต อิลิส ผู้อำนวยการด้าน Commercial ได้เปิดเผยข้อมูลวิจัยพบว่า “แนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาในไตรมาสที่ 1 ของปี ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมนักช้อปไทยในกลุ่มสินค้า FMCG ลดต่ำลงต่อเนื่อง
โดยสินค้าในหมวด FMCG ของประเทศไทย มีอัตราการจับจ่ายใช้สอยลดลง มาตั้งแต่ปี 2552 มาจนถึงปี 2559 ได้ลดต่ำลงเหลือในระดับแค่ 1.8 เท่านั้น ถือว่าต่ำสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

การลดต่ำลงยอด FMCG มาจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2005 จนถึง 2559 ปัญหาภาวะเศรษฐกิจซบเซา กลุ่มคนฐานรากที่ประกอบอาชีพเกษตร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ได้รับกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้กำลังซื้อสินค้าลดต่ำลง
เผย 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตกมากสุด
ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการจับจ่ายใช้สอยลดลง 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care) 4.8 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Household) 2.9 3.กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) = 0.3
ชาเขียว นม ครีมเทียม ยอดตกลง 10-20%
ผลการวิจัยยังพบด้วยว่า 40% ของกลุ่มสินค้า FMCG มียอดตกลงอย่างต่อเนื่อง ในอัตรา 10–20% ประกอบไปด้วย 3 กลุ่มหลัก
- สินค้าประเภท ชาพร้อมดื่ม ชาสำเร็จรูป Instant TDF, นมพาสเจอร์ไรส์ UHT TDF, ครีมเทียมสำหรับกาแฟ,
- ผลิตภัณฑ์ใบมีดโกน และโทนเนอร์
- สินค้าประเภทซีเรียล หรือผลิตภัณฑ์จากธัญพืช
3 กลุ่มสินค้าที่ยังเติบโต ความงามยังไปได้
ส่วนกลุ่มสินค้าที่ยังคงเติบโตในอัตรา 10% ขึ้นไป ได้แก่ 1.กระดาษเช็ดหน้า (Facial Tissue) 2.ผลิตภัณฑ์กันแดด ครีมล้างหน้า มาสค์ และ 3.นมถั่วเหลืองสเตอริไลส์ น้ำดื่มบรรจุขวด และ กาแฟพร้อมดื่ม
ช้อปลดลง ทั้งความถี่-ยอดต่อครั้ง-ชนิดสินค้า
ผลวิจัยของกันตาร์ยังพบด้วยว่า พฤติกรรมการจับจ่ายของเหล่านักช้อป มีการเปลี่ยนแปลงสูงมาก เมื่อนำสถิติของไตรมาส 1 ในปี 2557 มาเทียบกับไตรมาส 1 ของปี 2559 มีสถิติลดลงทุกกรณี ทั้งในส่วนของจำนวนกลุ่มสินค้าที่เลือกซื้อของแต่ละครัวเรือน ความถี่ในการออกไปจับจ่าย และช่องทางค้าปลีกที่ไปเลือกซื้อ ตลอดจนการใช้จ่ายแต่ละครั้งในแต่ละช่องทาง โดยภาพรวมยังส่อภาพลบ ลดลงทุกกรณี ทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ดังนี้
แคทิกอรี่ในการช้อปลดลง จาก 43 กลุ่มเหลือ 41 กลุ่ม
ผลวิจัยเปรียบเทียบ กลุ่มสินค้า FMCG ที่มีการเลือกซื้อเฉลี่ยแต่ละครัวเรือน ระหว่างไตรมาส 1 ในปี 2557 กับ ไตรมาส 1 ในปี 2559 มีสถิติลดลง จาก 43 เหลือ 41 กลุ่มสินค้า
ส่วนความถี่ในการออกไปจับจ่ายในช่องทางการขายไฮเปอร์มาร์เก็ต และซูเปอร์มาร์เก็ต จาก 27 ครั้ง ลดลงเหลือ 21 ครั้ง
ช่องทางร้านสะดวกซื้อ จาก 37 ครั้ง เหลือ 36 ครั้ง และช่องทางร้านค้าโชห่วย จาก 133 เหลือ 127 ครั้ง
__IMG_1__ รูปแบบการวิจัย
กันตาร์ใช้วิธีการเก็บข้อมูลจาก “ตะกร้าสินค้า” ของผู้บริโภค ที่มีการจับจ่ายใช้สอยจริง จากครัวเรือนทั้งในเมืองและต่างจังหวัด โดยนำมาประมวลผล ประมวลผลด้วยดัชนี CRP หรือ Consumer Reach Point ซึ่งเป็นอัตราการตัดสินใจเลือกซื้อจริงของสินค้านั้น ๆ เพื่อเป็นตัวแทนแสดงผลของประชากร 22.2 ล้านครัวเรือน