Strategic Move

“แอสเสท เวิรด์” จัดทัพธุรกิจรีเทล ผ่าโมเดลปั้นมิกซ์ยูส “เอเชียทีค-ประตูน้ำ-พัทยา”

กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในมือ “แอสเสท เวิรด์” เครือทีซีซี กรุ๊ป ธุรกิจของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี มีพื้นที่กว่า 6 แสนตร.ม. กลุ่ม Retail and Wholesale มีกว่า 10 โครงการ พื้นที่รวม 3.4 แสน ตร.ม. และกลุ่มอาคารสำนักงาน 4 โครงการ พื้นที่รวม 2.7 แสน ตร.ม.

open_AWC

กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ในมือ “แอสเสท เวิรด์” เครือทีซีซี กรุ๊ป ธุรกิจของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี มีพื้นที่กว่า 6 แสนตร.ม. กลุ่ม Retail and Wholesale มีกว่า 10 โครงการ พื้นที่รวม 3.4 แสนตร.ม. และกลุ่มอาคารสำนักงาน 4 โครงการ พื้นที่รวม 2.7 แสนตร.ม.

4_AWC

พื้นที่รีเทลของ AWC เรียกว่าอยู่ใน “ทำเลทอง” กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ด้วยคอนเซ็ปต์ที่เป็นจุดขาย สถานที่ท่องเที่ยวแนวไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้ช้อปปิ้งมอลล์ คอมมูนิตี้มาร์เก็ต โครงการเด่น เช่น เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, เกตเวย์ แอท บางซื่อ, พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ และโครงการตะวันนา บางกะปิ

1_AWC

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า กลุ่มรีเทลแต่ละโครงการมีเอกลักษณ์ รูปแบบและการสร้างแบรนด์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าหลากหลายทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ช่วงที่ผ่านมากลุ่มรีเทลยังเติบโตได้ 7.9% สูงกว่าจีพีดี ส่วนช้อปปิ้ง อยู่ที่ 5.8% สะท้อนให้เห็นโอกาสการเติบโตของอสังหาฯ ในฝั่งค้าปลีกของ AWC

ปั้นเวิ้งนาครเขษม 2 หมื่นล้าน

ตามแผนธุรกิจชอง AWC เงินที่ระดมทุนจากการ IPO จะนำไปซื้อสินทรัพย์ อาทิ กลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการ โดยทางทีซีซีฯ ให้สิทธิ์ AWC ในการซื้อสินทรัพย์ รวมถึงแปลง เวิ้งนาครเขษม หรือ นครเขษม ซึ่งอยู่เส้นถนนเยาวราช เป็นหนึ่งใน 20 สินทรัพย์ที่จะเข้าไปซื้อ และจะนำมาปรับปรุงโดยยึดหลักการคงความเป็นสถาปัตยกรรมเดิมไว้ และมีจุดไฮไลต์ที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิว คาดว่ามูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท

การขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ Barbell Strategy ถือเป็นการสร้างสมดุลระหว่างโครงการหลากหลายประเภทเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เฟสแรกใช้พื้นที่แล้ว 96%

จึงมีแผนเพิ่มพื้นที่รีเทลอีก 40,000 ตร.ม. รวมถึงจะมีการก่อสร้างโรงแรมแบรนด์ “แมริออท” เพิ่ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวเข้ามา

2_AWC

พร้อมทั้ง “รีแบรนด์” ธุรกิจรีเทลครั้งใหญ่ โดย “เอเชียทีค” จะเป็นแฟลกชิพ แห่งแรก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว ส่วน พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ และ พันทิพย์ พลาซ่า งามวงศ์วาน จะปรับเพื่อรองรับแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง Eat Play Chill และ Shop

3_AWC

ขยายมิกซ์ยูส “ประตูน้ำ”

ขณะเดียวกัน จะมีการแตกซับแบรนด์ไอที “พันธุ์ทิพย์” ไปตามศูนย์การค้าต่างๆ ส่วน พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ ซึ่งเป็นแปลงที่ใหญ่เนื้อที่ 14 ไร่ใจกลางซีบีดี ในอนาคตกำลังศึกษาถึงความคุ้มค่าในที่ดินผืนดังกล่าว ที่จะต้องถูกพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นในระยะ 4 - 5 ปีข้างหน้า ด้วยรูปแบบ “มิกซ์ยูส” ซึ่งจะทำให้เกิดพื้นที่ค้าปลีกกว่า 170,000 ตร.ม. จากปัจจุบันมีประมาณ 69,000 ตร.ม. เน้นเรื่อง F&B and Attractions ส่วน “พันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่” จะยกระดับให้เป็น “เกตเวย์” นางวัลลภา กล่าว

กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง จากโครงการหลากหลายประเภท กว่า 90% บริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเอง (ฟรีโฮลด์) ในระยะ 20 - 30 ปีข้างหน้าทรัพย์สินจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 

อีกโปรเจกต์มิกซ์ยูสที่เตรียมพัฒนาอยู่ที่ “พัทยา” มีอสังหาฯ หลากหลายรูปแบบทั้ง รีเทล โรงแรมที่จะมีมากกว่า 1 อาคาร เป็นแผนพัฒนาต่อเนื่อง 4 - 5 ปี วงเงินลงทุนสูง 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยเปิดในบางส่วนตั้งแต่ปี 2566.

5_AWC

source