เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ทุ่มงบ 1,750 ล้านบาท พัฒนาคลังสินค้าแบบเย็นรองรับการบริการด้านโลจิสติกส์ แบบครบวงจร ตั้งเป้าปี 2568 ทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท
รุกตลาดโลจิสติกส์ 2 แสนล้าน
บริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 จากการ ร่วม ธุรกิจระหว่างบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจอาหารในเมืองไทย และ บริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้ง คัมปะนี (Senko Group Holdings Company) ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในประเทศญี่ปุ่น และมีสาขาอีกหลายประเทศมากกว่า 500 ศูนย์กระจายสินค้าทั่วโลก ทั้งใน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน เอเชียกลาง และอาเซียน
โดยการลงทุนมีสัดส่วน 50:50 เท่าๆ กัน โดยมีเป้าหมายให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น การให้บริการคลังสินค้า (Warehouse) การขนส่ง (Transport) บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้า (Forwarding) และการซื้อขายสินค้า (Trading) ตอบสนองความต้องการกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจ (B2B) และลูกค้ารายย่อย (B2C) ในอนาคต

เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ได้วางจุดยืนเป็นให้บริการ ด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สำหรับธุรกิจอาหาร ล่าสุดได้เปิดคลังเก็บสินค้าแบบเย็นแห่งใหม่ล่าสุด เพื่อรองรับการบริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดยเฉพาะการจัดเก็บและขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold chain logistics)
สำหรับภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในไทย มีมูลค่าประมาณ 200,000 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าด้านธุรกิจขนส่ง 130,000 ล้านบาท และมูลค่าด้านการจัดเก็บคลังสินค้า 70,000 ล้านบาท

ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
“ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมาของเอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยทั้งสองบริษัทได้ใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันทำงาน เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมเข้ามาดูแลด้านโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า และบริการให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีคุณภาพและรวดเร็ว ตอบโจทย์ธุรกิจที่ไม่ถนัดหรือไม่ต้องการบริหารจัดการจัดเก็บสินค้าและขนส่งด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันร้านอาหารในเครือของเอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ปทั้งหมด ใช้บริการของเอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ในการจัดเก็บวัตถุดิบและขนส่งจนถึงสาขาปลายทางทั่วประเทศ”
เป้ารายได้ 1,600 ล้านบาท ในปี 2568
นอกเหนือจากการพัฒนาคลังสินค้าแห้ง (Dry Warehouse) ขนาด 4,000 ตารางเมตรแล้ว ล่าสุด เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ทุ่มงบลงทุนกว่า 1,750 ล้านบาท พัฒนา คลังเก็บสินค้าแบบเย็น (Cold Warehouse) ขนาด 20,000 ตารางเมตร รองรับการเก็บสินค้าได้มากถึง 12,000 พาเลท (Pallet)

ซึ่งนอกจากจะเป็นคลังสินค้าที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้แล้ว ยังนำระบบอัตโนมัติ (ASRS: Automated Storage and Retrieval System ) และระบบการจำแนกสินค้าแบบดิจิทัล (Digital Sorting System) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ความรวดเร็ว ความถูกต้องในการจัดสินค้า และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน โดย คลังเก็บสินค้าแบบเย็น เปิดใช้บริการแล้วอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม
ปัจจุบันลูกค้าของเอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ แบ่งเป็นสัดส่วนลูกค้าชาวไทย 75% และลูกค้าชาวต่างชาติอีก 25% คาดในปีที่ 3 จะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 15% ต่อปี ตั้งเป้าปี 2568 ทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท

เบื้องต้น เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ยังคงเน้นให้บริการลูกค้าในภาคธุรกิจ (B2B) เช่น กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ผลิตอาหาร ธุรกิจนำเข้าและส่งออก รวมถึงห้างค้าปลีกต่างๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และมินิมาร์ท ส่วนในอนาคตเตรียมขยายการให้บริการสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อย (B2C) ในรูปแบบการส่งของสดแบบควบคุมอุณหภูมิ เช่น ผัก เนื้อสัตว์ เครื่องปรุง ส่วนผสมต่างๆ เพื่อการประกอบอาหาร ซึ่งในธุรกิจนี้ยังไม่มีคู่แข่งมากนัก
