AutoX ผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนเป็นหลักประกันและวงเงินหมุนเวียน ภายใต้กลุ่ม SCBX ประกาศเดินหน้าบุกตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียน ภายใต้แบรนด์ เงินไชโย นอกจากนี้ยังชูกลยุทธ์ มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง เพื่อสร้างความรับรู้ในตัวแบรนด์ รวมถึงการให้พนักงานแต่ละสาขาเข้าหาลูกค้าในแต่ละพื้นที่ด้วย
อภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออโต้ เอกซ์ จำกัด ได้กล่าวถึงการเปิดตัวแบรนด์ เงินไชโย ว่าปัจจุบันคนไทยกว่า 95% สามารถที่จะเข้าถึงบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ดีกลับมีคนไทยราวๆ 36 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 55% ของคนไทยไม่สามารถที่จะเข้าถึงสินเชื่อได้ และปัญหายิ่งเพิ่มสูงขึ้นในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงทำให้เกิดการเปิดตัวธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนขึ้นมาในปี 2022 นี้ และเริ่มให้บริการแบบ Soft Launch ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยแบรนด์เงินไชโยได้จุดเด่นไม่ว่าจะเป็น
- สามารถอนุมัติสินเชื่อภายใน 1 ชั่วโมง
- สินเชื่อดังกล่าวไม่มีค่าธรรมเนียม วงเงินได้เต็มตามที่อนุมัติ แถมประกันฟรีในทุกสัญญา และไม่ต้องมีคนค้ำประกัน
- บัตรเงินไชโย จ่ายต้นเท่าไหร่ กดได้เท่านั้น ไม่กดเงินใช้ไม่คิดดอกเบี้ย ไว้กดใช้ยามฉุกเฉินจริงๆ ได้ แต่ถ้าไม่ชำระหนี้บัตรจะถูกปิดการใช้งาน และสามารถกดเงินได้ทุกตู้ ATM ไม่มีค่าธรรมเนียม
- สาขาของเงินไชโย นั้นให้บริการวันเสาร์-อาทิตย์ หรือจะใช้บริการผ่าน Application รวมถึงแชตผ่าน Line หรือให้มาบริการถึงบ้านก็ได้
สำหรับระบบของสาขาเงินไชโยจะแยกออกจากระบบของธนาคารไทยพาณิชย์ และจะปล่อยสินเชื่อมูลค่า 50% ของมูลค่าหลักประกัน เช่น รถจักรยานยนต์มีมูลค่า 20,000 บาท ก็จะปล่อยสินเชื่อแค่ 10,000 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ผู้บริหารของเงินไชโยยังได้กล่าวว่าระบบของเงินไชโยสามารถที่จะผ่อนชำระเป็นรายวันได้อีกด้วย ซึ่งสามารถลดภาระหนี้ของลูกหนี้ลงได้ด้วย
นอกจากนี้เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ เงินไชโย ทาง AutoX ได้นำกลยุทธ์ มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง มาใช้ โดยมีเพลงเพื่อสื่อถึงแบรนด์โดยใช้ภาษาง่ายๆ ดนตรีที่มีจังหวะสนุกครื้นเครงเพื่อที่จะเจาะกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการเดินสายจัดงานคอนเสิร์ตตามจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศ และยังรวมถึงการนำพนักงานที่มีในแต่ละสาขานั้นทำความรู้จักกับคนในพื้นที่ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า
ปัจจุบันลูกค้าของเงินไชโยแบ่งเป็นสินเชื่อรถจักรยานยนต์ 50% สินเชื่อรถยนต์ 25% และสินเชื่อรถเชิงพาณิชย์ 25%
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจหลังจากนี้นั้น ภายในปี 2022 นี้ตั้งเป้าที่จะมีสาขาให้ได้ 1,200 สาขา มียอดสินเชื่อคงค้าง 10,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2025 มีสาขาทั้งหมด 3,000 สาขา มียอดสินเชื่อคงค้าง 70,000 ล้านบาท และตั้งเป้าถึงการนำบริษัทเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2027 ด้วย