นักท่องเที่ยวจีน – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 30 Apr 2024 07:12:47 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ผลสำรวจเผยชาวจีนอยากท่องเที่ยวต่างประเทศแต่ยังไม่ได้จองตั๋วในปีนี้มากถึง 40% มองประเทศไทยทำแคมเปญการตลาดได้ดี https://positioningmag.com/1471162 Thu, 25 Apr 2024 10:55:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1471162 Dragon Trail Research ได้เปิดเผยผลสำรวจชาวจีนเกี่ยวกับมุมมองการท่องเที่ยวในเดือนเมษายนว่า ชาวจีนมากถึง 40% มีแผนที่จะท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ยังไม่มีการจองตั๋วแต่อย่างใด ขณะที่ผู้จองตั๋วและมีการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศมีเพียงแค่ 5% เท่านั้น ขณะเดียวกันก็มองว่าประเทศไทยนั้นทำการตลาดแคมเปญได้ประทับใจ

Dragon Trail Research สำรวจชาวจีนมากถึง 1,015 ราย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นทั้งเมืองใหญ่และเมืองรองทั่วประเทศ และสอบถามโดยตั้งคำถามว่ามีแผนที่จะท่องเที่ยวต่างประเทศในปี 2024 นี้หรือไม่ พบว่า 40% มีแผนที่จะท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ยังไม่มีการจองตั๋วแต่อย่างใด รองลงมาคือไม่แน่ใจว่าปีนี้จะได้ท่องเที่ยวต่างประเทศหรือไม่ 27% ขณะที่ 18% ได้มีการจองตั๋วทริปต่างประเทศแล้ว 10% นั้นไม่มีแผนออกนอกประเทศจีน ที่เหลืออีก 5% ได้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว

ในเรื่องของความปลอดภัยในแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทย ชาวจีนที่ได้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ 39% ไม่แน่ใจในเรื่องความปลอดภัยของประเทศไทย 34% มองว่าไม่ปลอดภัย ที่เหลืออีก 24% เชื่อมั่นว่าปลอดภัย

ประเทศไทยในมุมมองของชาวจีนที่ตอบแบบสอบถามของบริษัทที่ปรึกษาดังกล่าวถือว่าปลอดภัยต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น อียิปต์ เม็กซิโก ด้วยซ้ำ แม้ว่าผลสำรวจในเดือนเมษานี้แสดงให้เห็นว่าชาวจีนเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในความปลอดภัยของประเทศไทยก็ตาม

ขณะที่แผนการเดินทางนอกเหนือจากทวีปเอเชียของชาวจีนที่ตอบแบบสอบถามดังกล่าวนั้นลดลงเหลือ 60% จากเดิมมากถึง 75% ในปี 2023 ที่ผ่านมา โดยทวีปยุโรปยังเป็นเป้าหมายหลักของชาวจีน

ข้อมูลจาก Dragon Trail Research

สิ่งที่ดึงดูดให้ชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศนั้น ในแบบสอบถามมีคำตอบ เช่น วิวทิวทัศน์ที่หลากหลาย วัฒนธรรมที่แตกต่าง ผู้คนของแต่ละท้องถิ่น และอาหารแปลกใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับชาวจีนนั้นกว้างไกลมากขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการใช้จ่ายประเทศนั้น ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 10,000 ถึง 30,000 หยวนต่อทริป ชาวจีนส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสอบถาม 73% มองถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารการกินในต่างแดนเป็นหลัก รองลงมาคือสินค้าของประเทศนั้นๆ ขณะที่สินค้าประเภทเครื่องสำอางหรือเสื้อผ้า เครื่องประดับ เป็นสัดส่วนรองลงมา

แพลตฟอร์มที่ชาวจีนไว้หาข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวส่วนใหญ่คือ Xiaohongshu โดย Dragon Trail Research แนะนำให้แบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทำแคมเปญการตลาดผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นหลักในปี 2024 นี้

นอกจากนี้ในผลสำรวจของ Dragon Trail Research ยังชี้ว่าการทำการตลาดของประเทศไทย ที่เกี่ยวกับด้านท่องเที่ยวนั้นสามารถสร้างความประทับใจให้กับชาวจีนได้ โดยประเทศมีอันดับรองลงมาคือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มัลดีฟ เป็นต้น

]]>
1471162
ข้อมูลเผย จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนอาเซียนช่วงตรุษจีน เกินระดับก่อนการแพร่ระบาดโควิดแล้ว https://positioningmag.com/1463485 Wed, 21 Feb 2024 07:21:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1463485 ข้อมูลจากหลายแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนท่องเที่ยวในอาเซียนช่วงตรุษจีน เกินช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิดแล้ว ขณะที่ปริมาณการจับจ่ายใช้สอยของชาวจีนก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกันแต่ยังไม่พ้นระดับสูงสุดในปี 2019

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ได้เข้ามาท่องเที่ยวรวมกันในทวีปเอเชียในช่วงวันตรุษจีนเกินจำนวนช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิดไปแล้ว และยังรวมถึงปริมาณการใช้จ่าย โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือแม้แต่ไทย

ข้อมูลจาก Trip.com ได้เผยว่า ปริมาณชาวจีนที่ได้จองทริปการเดินทางมายัง สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึงไทย ในช่วงวันที่ 10-17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด ในขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทางด้านข้อมูลการเช่ารถของนักท่องเที่ยวชาวจีนจาก Trip.com ในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2019

การจองห้องพักจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยว LY.com ในช่วงวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในไทยนั้นมีปริมาณการจองเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากนักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะที่สิงคโปร์นั้นเพิ่มขึ้น 9 เท่า

ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายของชาวจีนอ้างอิงข้อมูลจาก Alipay นั้น ในไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมกันเพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด และมากถึง 7 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2023 ที่ผ่านมา แต่ถ้าหากเทียบการใช้จ่ายรวมทั้งหมด ยังคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีน ได้เปิดเผยการเดินทางระหว่างประเทศ จีนมีการเดินทางเข้าและออกประมาณ 13.52 ล้านเที่ยว ซึ่งอยู่ระดับ 90% เมื่อเทียบกับปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด

ปัจจัยสำคัญนั้นมาจากการเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนจากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ที่มีฟรีวีซ่าก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว

ข่าวดีดังกล่าวถือเป็นมาในท่ามกลางความกังวลว่าเศรษฐกิจแดนมังกรอาจพบกับปัญหาเงินฝืด 

]]>
1463485
เกือบเต็มลำ! ผู้โดยสาร “การบินไทย” เส้นทางเข้า-ออก “จีน” เด้งแตะ 90% หลังเปิด “ฟรีวีซ่า” https://positioningmag.com/1446401 Mon, 02 Oct 2023 09:40:23 +0000 https://positioningmag.com/?p=1446401 “การบินไทย” เผยอัตราผู้โดยสารบนเที่ยวบินระหว่างประเทศจีนกับไทยสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ หลังรัฐบาลเปิด “ฟรีวีซ่า” ให้กับนักท่องเที่ยว “จีน” โดยพบว่าอัตราผู้โดยสารขึ้นไปแตะ 90% ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เตรียมเพิ่มจำนวนเที่ยวบินไปกลับจีนรองรับดีมานด์

“กรกฎ ชาตะสิงห์” ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า เที่ยวบินระหว่างประเทศจีนกับไทยมีอัตราผู้โดยสารต่อเที่ยวขึ้นไปมากกว่า 90% ตั้งแต่ที่รัฐบาลประกาศนโยบาย “ฟรีวีซ่า” ชั่วคราวให้กับนักท่องเที่ยวจีน

“เราเห็นการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญของจำนวนชาวจีนที่เดินทางมาไทย” กรกฎกล่าว

ประเทศไทยกำลังตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเพื่อช่วยฟื้นกำลังซื้อในประเทศ โดยรัฐบาลเริ่มออกนโยบายและเปิดโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ที่จะช่วยรองรับนักท่องเที่ยว

ขณะที่การบินไทยนั้นเตรียมแผนให้สอดคล้องกับดีมานด์จากชาวจีนแล้วเช่นกัน โดยเมื่อเดือนก่อนเพิ่งประกาศเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างไทย-จีนขึ้นเป็น 56 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากเดิม 49 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และจะเริ่มเพิ่มจำนวนไฟลท์ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2566 ปัจจุบันการบินไทยมีเที่ยวบินเข้าสู่ 5 เมืองใหญ่ของจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว คุนหมิง และเฉิงตู

สำหรับนโยบาย “ฟรีวีซ่า” ให้กับชาวจีนนั้น เริ่มตั้งแต่ 25 กันยายน 2566 ไปจนถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567 รัฐบาลไทยเลือกกำหนดนโยบายนี้ในช่วงดังกล่าว เพื่อหวังจะดึงนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลวันหยุดสำคัญๆ ตั้งแต่วันชาติจีนในเดือนตุลาคม เทศกาลปีใหม่ช่วงสิ้นปี และเทศกาลตรุษจีนช่วงเดือนมกราคม

กรกฎกล่าวว่า ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2566 มีผู้โดยสารบนไฟลท์การบินไทยที่เข้าออกประเทศจีนในสัดส่วนเพียง 50% ของที่เคยมีในช่วงก่อนเกิดโควิด-19

สายการบินยังมีความมั่นใจต่อการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมายังประเทศไทยในระยะยาว แต่ยังคงชั่งน้ำหนักอยู่ว่าการบินไทยควรจะเพิ่มจำนวนไฟลท์บินเข้าออกจีนขึ้นไปสูงเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 หรือไม่

“เรากำลังประเมินอยู่ว่าจำนวนผู้โดยสารจีนจะเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น เราก็น่าจะกลับไปเพิ่มจำนวนเที่ยวได้เท่ากับเมื่อปี 2562” กรกฎกล่าว

ข่าวการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานใหม่ขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยว โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน ประเทศไทยเริ่มเปิดใช้อาคาร “SAT-1” อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งใช้เม็ดเงินลงทุนไปกว่า 35,000 ล้านบาท

อาคาร SAT-1 จะช่วยรองรับผู้โดยสารเพิ่มได้สูงสุด 15 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันมีสายการบิน 2 สายแรกที่เข้าไปใช้บริการ คือ AirAsia X และ VietJet

“เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีไทย กล่าวในงานพิธีเปิดใช้อาคาร SAT-1 เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า รัฐบาลนี้กำลังผลักดันการท่องเที่ยว เพราะเป็นเครื่องยนต์ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาของประเทศได้ “การท่องเที่ยวสามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับคนไทยได้อย่างรวดเร็ว” เศรษฐากล่าว

Source

]]>
1446401
ผลสำรวจจาก Oliver Wyman เผย เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ทำชนชั้นกลางไม่อยากท่องเที่ยวต่างแดนในช่วงนี้ https://positioningmag.com/1445602 Tue, 26 Sep 2023 09:58:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1445602 ผลสำรวจจากบริษัทที่ปรึกษาชื่อดังอย่าง Oliver Wyman ที่ได้สำรวจชนชั้นกลางจีน พบว่า 54% ไม่อยากท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงระยะอันใกล้นี้ โดยสาเหตุสำคัญนั้นมาจากเรื่องสภาวะเศรษฐกิจในประเทศจีนที่ชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมา

สำนักข่าว Bloomberg รายงานข่าวโดยอ้างอิงผลสำรวจจาก Oliver Wyman บริษัทที่ปรึกษาชื่อดัง ซึ่งทำสำรวจนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เป็นชนชั้นกลาง พบว่าชนชั้นกลางจีนที่เคยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากถึง 54% ไม่อยากท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงระยะอันใกล้นี้

ผู้สำรวจที่เข้าเกณฑ์ของ Oliver Wyman จะต้องมีรายได้ต่อเดือนไม่น้อยกว่า 30,000 หยวน และเคยท่องเที่ยวต่างประเทศก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งผลสำรวจในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 62% นั้นมองว่าไม่อยากเดินทางท่องเที่ยวในระยะอันใกล้นี้

ขณะเดียวกันในปี 2024 นักท่องเที่ยวจีนที่ไม่อยากออกท่องเที่ยวนั้นมีแค่ 9% แต่ผลสำรวจล่าสุดของ Oliver Wyman พบว่านักท่องเที่ยวมากถึง 22% ไม่มีแผนที่อยากท่องเที่ยวในช่วง 3 ปีข้างหน้า ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจในเดือนมิถุนายนซึ่งมีแค่ 6% เท่านั้น

Imke Wouters พาร์ตเนอร์ของ Oliver Wyman ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่จัดทำสำรวจดังกล่าว ได้กล่าวว่า ในขณะที่นักท่องเที่ยวจีนกำลังจะกลับมาอีกครั้งหลังพรมแดนเปิด อาจต้องใช้เวลานานมากกว่าที่เราคาดไว้

ในผลสำรวจเดือนกันยายนยังชี้ว่า ผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 19% ที่กล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ 32% มองว่าความอยากไปท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง เนื่องจากเหตุผลทางด้านสภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลง

แม้ว่าในไตรมาส 2 GDP ของจีนจะโตถึง 6.3% ก็ตาม แต่ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนเองได้ประสบปัญหาสภาวะฟื้นตัวช้ากว่าที่หลายฝ่ายมองไว้ ซึ่งเหตุผลหลักมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจจีนช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาดังกล่าวได้สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวจีนอย่างมาก

นอกจากนี้ชาวจีนที่ได้ตอบแบบสำรวจดังกล่าวถึง 35% ยังต้องการที่จะเที่ยวในประเทศจีนมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจกระทบต่อประเทศที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีน เช่น ประเทศไทย หรือหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจจีนนั่นเอง

]]>
1445602
มองสาเหตุ ‘นักท่องเที่ยวจีน’ ถึงไม่คึกคักอย่างที่หลายคนคิด https://positioningmag.com/1439157 Thu, 27 Jul 2023 01:39:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1439157 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพิ่งปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ของไทยในปี 2566 ลงมาอยู่ที่ 3.5% จากเดิมที่คาดไว้ 3.6% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก นักท่องเที่ยวจีน ยังมาไม่มากเท่าที่หลายประเทศคาดไว้ อะไรทำให้ นักท่องเที่ยวจีนไม่เดินทาง อย่างที่หลายประเทศคาดไว้ ทั้งที่เพิ่งเปิดประเทศ

ตั๋วแพง ขอวีซ่าช้า

หลายคนสันนิษฐานว่านักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากจะหลั่งไหลออกนอกประเทศ หลังจากที่เดินทางไปไหนไม่ได้มา 3 ปีเพราะ COVID-19 แต่กลับกัน นักท่องเที่ยวจีนไม่ได้หลั่งไหลออกนอกประเทศขนาดนั้น โดยข้อมูลจากรอยเตอร์เปิดเผยว่า เมื่อเทียบกับปี 2019 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเยือนประเทศไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ลดลง 60%

Wolfgang Georg Arlt ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Chinese Outbound Tourism Research Institute กล่าวว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ชาวจีนไม่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศก็คือ ไม่มีเที่ยวบินราคาประหยัด และ ระยะเวลารอวีซ่าที่นาน ทำให้การฟื้นตัวขาออกของจีนช้าลง

โดยความจุของสายการบินภายในประเทศในจีนฟื้นตัวเต็มที่แล้ว แต่ความจุของ เที่ยวบินระหว่างประเทศยังน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของระดับก่อนเกิดโรคระบาด โดยลดลงเกือบ 5 ล้านที่นั่ง ตามรายงาน “State of Travel 2023” ของ Skift Research ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“สำหรับวันหยุดที่ผ่านมา เช่น เทศกาลแข่งเรือมังกร ระดับการท่องเที่ยวภายในประเทศได้กลับสู่ระดับปี 2019 แล้ว การเดินทางขาออกกลับมาอยู่ที่ระดับประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนการเดินทางในปี 2019 เท่านั้น”

 

คนจีนรัดเข็มขัด

การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของคนจีนก็น่าผิดหวัง เนื่องจาก นักท่องเที่ยวชาวจีนรัดเข็มขัดมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศกำลังฟื้นตัว โดยจากผลสำรวจพบว่า การเดินทางท่องเที่ยว อยู่ใน อันดับที่ 3 ของรายการค่าใช้จ่ายคนชาวจีนจะ เพิ่มการใช้จ่าย ในปีนี้ โดยตามหลัง การทานอาหารนอกบ้าน และ การออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ

“ชาวจีนมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ” Arlt กล่าว

นอกจากนี้ การว่างงานที่สูงเป็นประวัติการณ์ในหมู่คนหนุ่มสาวชาวจีนก็ยิ่งทำให้ มิลเลนเนียล และ Gen Z ซึ่งถือเป็นกลุ่มหลักในการเดินทางไปต่างประเทศเบรกการใช้จ่ายด้านนี้

Photo : Shutterstock

การเมืองก็มีส่วน

จากการสำรวจในเดือนมิถุนายนโดยบริษัท Morning Consult พบว่า ความสนใจของชาวจีนที่จะไปเยือนยุโรป อเมริกากลาง และแอนตาร์กติกากำลังเพิ่มขึ้น รวมถึงมีแผนจะไปเยือนตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เช่น อียิปต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุด อย่างไรก็ตาม แผนการเดินทางไปที่อื่น โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาได้ลดลงแล้ว

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก ความสัมพันธ์ที่แย่ลงระหว่างจีนและตะวันตก นอกจากนี้ สงครามในยูเครนได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้ สายการบินในอเมริกาเหนือไม่สามารถบินผ่านน่านฟ้าของรัสเซียได้ ซึ่งทำให้ เที่ยวบินระหว่างจีนและอเมริกาเหนือใช้เวลานานขึ้นและมีราคาแพงขึ้น

กลับกัน ความสัมพันธ์ทางการทูตและธุรกิจแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือกับจีน ทำให้ความสนใจของชาวจีนที่จะไปท่องเที่ยวในภูมิภาคนั้น ๆ เพิ่มขึ้น

Photo : Shutterstock

แม้ว่าการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในปัจจุบันจะยังไม่ฟื้นเท่าปี 2019 แต่จจากผลสำรวจในปี 2022 ที่ผ่านมาจะเห็นว่าความต้องการของชาวจีนที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเกือบ สองเท่า โดยเพิ่มขึ้นจาก 28% เป็น 52% ในขณะที่ความสนใจในการ เดินทางเพื่อธุรกิจเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า นอกจากนี้ แผนการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อการศึกษา เพื่อดูครอบครัว และเพื่อการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ขณะที่รายงานจากสิ่ง Skift ก็แสดงให้เห็นว่า 50% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนกล่าวว่า พวกเขาวางแผนที่จะเดินทางไปต่างประเทศในอีก 12 เดือนข้างหน้า ดังนั้น อาจต้องรออีกหน่อยนักท่องเที่ยวของจีนถึงจะกลับไปเท่ากับก่อนการระบาด

Source

]]>
1439157
“เซ็นทรัลพัฒนา” จับมือ “WeChat Pay” อัดโปรฯ ตลอดปี’66 ดึง “นักท่องเที่ยวจีน” ช้อปในศูนย์ฯ https://positioningmag.com/1425878 Sun, 02 Apr 2023 04:00:52 +0000 https://positioningmag.com/?p=1425878
  • ศูนย์การค้า “เซ็นทรัลพัฒนา” จับมือ “WeChat Pay” บริการอี-วอลเล็ตรายใหญ่แดนมังกร จัดโปรโมชันตลอดปี เพื่อกระตุ้นลูกค้าชาวจีนใช้จ่ายผ่านแอปฯ ภายในศูนย์การค้า
  • ตัวอย่างโปรฯ เด็ดปีนี้ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนเรตพิเศษ ครอบคลุมร้านค้ามากกว่า 1,000 ร้าน
  • นับเป็นกลยุทธ์ตอบรับการกลับมาของ “นักท่องเที่ยวจีน” ที่คาดว่าจะเดินทางเข้าประเทศไทยปี 2566 ประมาณ 5-8 ล้านคน

  • “ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมีกลยุทธ์ในการดึงลูกค้านักท่องเที่ยวจีนเข้าสู่ศูนย์การค้า ผ่านแคมเปญร่วมกับพันธมิตร “WeChat Pay” บริการอี-วอลเล็ตรายใหญ่ของประเทศจีน มีฐานผู้ใช้บริการมากกว่า 1,300 ล้านคน เพื่อสร้าง “Customer Journey” ให้ลูกค้าชาวจีนร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

    โดยเริ่มตั้งแต่สร้างการรับรู้ผ่านการทำการตลาดในประเทศจีน จนถึงปลายทางเมื่อนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาประเทศไทย ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน WeChat Pay ได้ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งจะทำให้ลูกค้ารู้สึกสะดวก รวดเร็ว และง่าย ได้รับประสบการณ์ที่ดีในการช้อปปิ้ง

    กลยุทธ์นี้ถือเป็น “Strategic Move” ของ CPN เพราะปีนี้เป็นปีแรกที่จีนเปิดประเทศหลังผ่านสถานการณ์โรคระบาด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีการคาดการณ์ไว้ว่า นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2566 ประมาณ 5-8 ล้านคน หรือคิดเป็น 45-72% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยเมื่อปี 2562 โดยมีสัญญาณที่ดีตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งชาวจีนขึ้นมาติด Top 5 สัญชาตินักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุดเรียบร้อยแล้ว

    ทั้งนี้ เป้าหมายหลักที่ CPN มองว่าจะดึงดูดชาวจีนได้ดีภายใต้แคมเปญนี้ คือกลุ่ม “Tourists Mall” ในเครือ ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลวิลเลจ, เซ็นทรัลพระราม 9, เซ็นทรัลภูเก็ต, เซ็นทรัลพัทยา, เซ็นทรัลเชียงใหม่ และเซ็นทรัลสมุย

    ด้าน “เบ็น หยาง” กรรมการผู้จัดการระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ WeChat Pay กล่าวว่า ความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายเริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี และเห็นได้ชัดว่าในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาแคมเปญได้ผลตอบรับที่ดี การใช้งาน WeChat Pay ภายในศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัลพัฒนาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยการใช้งานทั้งประเทศถึง 50% โดยเฉพาะ “เซ็นทรัลเวิลด์” นั้นมียอดการใช้จ่ายสูงที่สุด

    เบ็นมองว่า ยอดใช้จ่ายที่สูงภายในศูนย์ฯ ของเครือ CPN เป็นเพราะศูนย์การค้าเครือนี้เป็นที่รู้จักดีของนักท่องเที่ยวชาวจีน ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือในหัวเมืองการท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ดังนั้น จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น WeChat Pay จะทำการตลาดอย่างเข้มข้นร่วมกับ CPN ตลอดปี 2566 โดยจะมีโปรโมชันสุดพิเศษ เช่น การมอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินเรตพิเศษสุดให้กับร้านค้าในศูนย์การค้ารวมมากกว่า 1,000 ร้าน เป็นต้น

    สำหรับ WeChat Pay เป็นบริการ Mobile Payment ภายในเครือธุรกิจไอทียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง บริษัท เทนเซ็นต์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด จำกัด และเป็นบริการที่แตกไลน์มาจาก WeChat แอปพลิเคชันแชตที่ครองตลาดใหญ่ที่สุดในจีน ปัจจุบัน WeChat Pay ให้บริการครอบคลุม 68 ประเทศ รองรับ 26 สกุลเงิน จึงเป็นบริการที่อำนวยความสะดวกให้ชาวจีนเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้ด้วย

    ]]>
    1425878
    ตั๋วเครื่องบินแพงทำพิษ! นักท่องเที่ยว “จีน” เดินทางเข้า “ยุโรป” ช่วงหน้าร้อนนี้น้อยกว่าคาด https://positioningmag.com/1424040 Mon, 20 Mar 2023 13:48:11 +0000 https://positioningmag.com/?p=1424040 ภาคท่องเที่ยว “ยุโรป” กุมขมับ นักท่องเที่ยว “จีน” จองทัวร์-โรงแรมเข้ายุโรปช่วงไฮซีซันหน้าร้อนนี้น้อยกว่าที่คาด เหตุเพราะค่าตั๋วเครื่องบินแพง เที่ยวบินน้อย คนจีนไม่พร้อมจ่าย เร่งหาตลาดทดแทนจากฝั่งสหรัฐฯ

    บริษัททัวร์หลายแห่งในยุโรปต้องผิดหวังกับจำนวนการจองทริปของนักท่องเที่ยวจีนที่น้อยกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบนที่มักจะจองทริปมูลค่าตั้งแต่ 1,500-3,000 ยูโรต่อคนต่อทริป (ประมาณ 55,000-110,000 บาท) นักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่ได้ตบเท้ากันกลับเข้ายุโรปทันทีที่จีนเปิดประเทศอย่างที่เคยคาดหวังกันไว้

    การจองไฟลท์บินจากจีนเข้าสู่ยุโรประหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคมคิดเป็นสัดส่วนเพียง 32% ของที่เคยมีในปีก่อนเกิดโควิด-19 ตามข้อมูลของบริษัทข้อมูลด้านการท่องเที่ยว ForwardKeys ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้การจองน้อยกว่าที่เคยมาก เพราะสายการบินจีนเองก็ยังไม่กลับมาบินได้ครบทุกเส้นทางเหมือนเดิม

    “ยังเหลือเส้นทางอีกยาวไกลกว่าเราจะกลับไปฟื้นตัวได้เต็มที่” Olivier Ponti ผู้บริหารที่ ForwardKeys กล่าว

    “สายการบินของจีนพยายามทำทุกอย่างที่พวกเขาทำได้แล้ว เพื่อที่จะกลับมาทำการบินทุกเส้นทาง แต่จะกลับมาได้ก็ต้องมีพนักงาน ต้องขอสล็อตการบิน ต้องกลับมามีระดับการบริการให้ได้เท่าเดิมก่อน” Ponti กล่าว

    ก่อนจะเกิดโรคระบาดขึ้น นักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นสัดส่วน 10% ของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป (non-EU) ที่เดินทางเข้ามาทวีปยุโรป และเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่โตสูงมาก ในทศวรรษปี 2010-2019 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้ายุโรปโตถึง 350% โดยมีแรงดึงดูดที่ทำให้ชาวจีนอยากมาท่องเที่ยวที่ยุโรปมากขึ้นทุกทีคือ แหล่งช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรี และร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง

    อย่างไรก็ตาม หลังผ่านโรคระบาดไป สิ่งที่ยังบล็อกไว้ไม่ให้คนจีนกลับมาท่องเที่ยวยุโรปได้เต็มที่ มีทั้งปัจจัยเรื่องคิวทำพาสปอร์ตที่ยาวเป็นหางว่าว ความเข้มงวดในการให้วีซ่า และเที่ยวบินจีน-ยุโรปที่น้อยลงมาก เมื่อเที่ยวบินน้อย ค่าตั๋วเครื่องบินจึงพุ่งสูง บางกรณีแพงกว่าก่อนเกิดโรคระบาดถึง 80% ปัจจัยเรื่องราคานี้ทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหญ่เลือกที่จะเที่ยวใกล้บ้านไว้ก่อน

    “ไทย” เป็นหนึ่งในประเทศรับอานิสงส์เมื่อคนจีนไม่สะดวกบินไกลด้วยค่าตั๋วที่แพงขึ้น (Photo : Shutterstock)

    ด้วยการเก็บเงินในช่วงโรคระบาดที่แสนยากลำบาก ทำให้คนจีนพยายามจะใช้เงินให้คุ้มค่า เข็มทิศการท่องเที่ยวของชาวจีนจึงเบนไปที่ “ฮ่องกง” “มาเก๊า” และ “ประเทศไทย” มากกว่า ยิ่งในกลุ่มชาวจีนที่ไม่ได้ร่ำรวยมาก แผนการเที่ยวยุโรปนับว่าพับไปได้เลย

    บริษัททัวร์จึงจำเป็นต้องมองหาตลาดทดแทนโดยด่วน โดยเป้าหมายแรกคือ “ชาวอเมริกัน” เพราะค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าน่าจะช่วยจูงใจให้ชาวอเมริกันสนใจเที่ยวยุโรป ราคาสินค้าและบริการต่างๆ จะให้ความรู้สึกว่า ‘ถูกกว่า’ ที่คนอเมริกันใช้จ่ายในบ้านเกิด โดยเฉพาะสินค้าลักชัวรี นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอเมริกันเข้าสู่เมืองใหญ่ในยุโรป เช่น ลอนดอน ปารีส น่าจะสูงกว่าปี 2019 ได้

    อย่างไรก็ตาม บริษัททัวร์ต่างๆ ก็ยังไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา โดยหวังว่าในช่วงครึ่งปีหลังการให้วีซ่าแก่คนจีนจะผ่อนคลายความสะดวกมากขึ้น มีไฟลท์บินให้เลือกมากขึ้น

    บริษัทห้างร้านในยุโรปเองก็เริ่มมีแคมเปญเพื่อกลับมาเชื่อมสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวจีนแล้ว เช่น Harrods ห้างฯ ดังของอังกฤษ ออกสติ๊กเกอร์ของแบรนด์ใน WeChat แล้วเพื่อดึงคนจีน

    หรืออย่าง Bicester Village เอาท์เลตจำหน่ายสินค้าแบรนด์ดีไซเนอร์ใกล้กับเมือง Oxford ก็ทำตลาดผ่าน WeChat ช่วยวางแผนช้อปปิ้ง และเปิดบริการระบบชำระเงินของจีนด้วย

    กระทั่ง Kessler ผู้ให้บริการ Jungfrau Railways รถไฟที่จะพาผู้มาเยือนขึ้นสู่ยอดเขาจุงเฟรา ยอดเขาที่สูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ก็ทำแคมเปญดึงคนจีนด้วยการเชิญ “Lang Lang” (หลาง หล่าง) นักเปียโนชาวจีนชื่อดังขึ้นมาเล่นเปียโนโชว์บนยอดเขา เพื่อจะดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมา ไม่เฉพาะชาวจีน แต่ยังรวมถึงอเมริกัน เกาหลีใต้ และอินเดีย ซึ่งเป็นแฟนคลับของ Lang Lang

    Kessler เองก็เชื่อว่า สถานการณ์ภาคท่องเที่ยวในยุโรปจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้

    Source

    ]]>
    1424040
    อัปเดตพฤติกรรม ‘นักท่องเที่ยวจีน’ หลังโควิดเน้นท่องเที่ยวเชิง ‘ธรรมชาติ’ ต้องการความเป็นส่วนตัว https://positioningmag.com/1423365 Wed, 15 Mar 2023 11:06:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1423365 หลังจาก จีน ผ่อนคลายนโยบายควบคุมการระบาดของ COVID-19 มากขึ้น สิ่งที่ประชาชนชาวจีนโหยหาที่สุดคงไม่พ้น การเที่ยว หลังจากต้องอยู่แต่ในประเทศนาน 3 ปี อย่างไรก็ตาม การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนจากนี้ก็ไม่เหมือนเดิม แต่เน้นที่การท่องเที่ยวกับธรรมชาติมากขึ้นและเดินทางเป็นครอบครัว

    เน้นสัมผัสธรรมชาติและไปเป็นครอบครัว

    ตามข้อมูลของ สถาบันวิจัยการท่องเที่ยวขาออกของจีน ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีนที่เปลี่ยนไปว่า เมืองสำคัญ ๆ ในยุโรป เช่น เวนิส ปารีส และมาดริด ไม่ใช่ตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวจีนอีกต่อไป

    โดยหลังจากที่เดินทางไปต่างประเทศไม่ได้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจากเน้นไปแลนด์มาร์กท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ไปสู่ ​​การท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติมากขึ้นและเน้นกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น เช่น การตั้งแคมป์ นอกจากนี้ ยังเน้นการเดินทางเป็น ครอบครัว

    “ในช่วง 3 ปีของการปิดประเทศ ทุกคนต้องเดินทางในประเทศ รวมถึงคนรวยด้วย ซึ่งช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ นี่จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ Wolfgang Georg Arlt ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ COTRI กล่าว

    ภาพจาก Shutterstock

    ยังใช้บริการกรุ๊ปทัวร์แต่ไปแบบกรุ๊ปเล็ก

    นักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่ (55%) ยังเลือกจองการเดินทางต่างประเทศ ผ่านบริษัททัวร์ แต่การท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ใหญ่ ๆ แบบเดิมจะลดน้อยลง เพราะ คนจีนต้องการความเป็นส่วนตัวและความเป็นอิสระมากขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวแบบ private group ซึ่งเริ่มได้รับความนิยมในหมู่ชาวจีนตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด จะยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นไปอีก

    เนื่องจากการแพร่ระบาด บริษัททัวร์หลายแห่งได้ปิดตัวลงหรือลดความจุลง นี่ถือเป็นโอกาสสำหรับน้องใหม่ที่กำลังเข้ามาในตลาดทัวร์ แต่ต้องสร้างความแตกต่างโดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวอย่างที่ระบุไปในข้างต้น ว่านักท่องเที่ยวจีนไม่ได้สนใจจะไปที่แลนด์มาร์กสำคัญ ๆ อีกต่อไป เขาต้องการความแตกต่าง และเขาไม่อยากไปที่ท่องเที่ยวซ้ำ ๆ ซึ่งจะยิ่งช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนหน้าใหม่

    “ทัวร์แบบกลุ่มจะยังคงเป็นตัวเลือกแรกของพวกเขา แต่เขาอยากไปเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ใช่แลนด์มาร์กสำคัญ ๆ อีกต่อไป เช่น นักท่องเที่ยวชาวจีนอายุน้อยอาจชอบไปร้านกาแฟท้องถิ่นที่พวกเขาเห็นในโซเชียลมีเดียมากกว่า” ไซเมียน ชิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาองค์กรของ Fliggy กล่าว

    Photo : Shutterstock

    ต้องสู้กับท่องเที่ยวภายในประเทศ

    ในปี 2562 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศเกือบ 170 ล้านครั้ง ตามรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน และจากการศึกษาของเว็บไซต์ Ctrip.com แพลตฟอร์มจองการเดินทางของจีนพบว่า เฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก มีการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวต่างประเทศทะลุ 127.5 พันล้านดอลลาร์

    ส่วนในปี 2566 นี้ คาดว่าการเดินทางออกนอกประเทศของจีนจะฟื้นตัวประมาณ 2 ใน 3 เมื่อเทียบกับปี 2562 หรือมีการข้ามพรมแดนจากจีนประมาณ 110 ล้านครั้ง อย่างไรก็ตาม การเดินทางในช่วงต้นปียังไม่ฟื้นตัวมากนัก เนื่องจากสายการบินที่ปิดไปนานทำให้ยังไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะในส่วนของ นักบิน ส่งผลให้ในช่วงวัน 6-12 ก.พ. มีเที่ยวบินระหว่างประเทศจากจีนเติบโตเพียง 9% เมื่อเทียบกับปี 2562

    อย่างไรก็ตาม ในจีนเองก็พยายามจะดึงให้คนจีนท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้มีการปรับปรุงคุณภาพและข้อเสนอที่หลากหลายของการเดินทางภายในประเทศ ดังนั้น การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่กับประเทศอื่น ๆ แต่ต้องแข่งขันกับตลาดในประเทศด้วย โดยกลุ่มโรงแรม Accor ประมาณการว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนราว 3 ใน 4 จะยังคงอยู่ในประเทศ เพราะขีดความสามารถในการเดินทางระหว่างประเทศยังไม่อยู่ในระดับเดียวกันกับปี 2019

    ปัจจุบัน ประเทศไทยถือเป็นปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวจีน โดยนับตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์มีนักท่องเที่ยวชาวจีนราว 180,000 คน และคาดว่าตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวจีนมากถึง 15 ล้านคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด

    Source

    ]]>
    1423365
    บูมอีสาน! “ยูดี ทาวน์” อัดงบ 40 ล้านจัดสงกรานต์ “EDM” ปี’66 กรุยทางดึงจีนสายมูเที่ยว “อุดร” https://positioningmag.com/1422060 Tue, 07 Mar 2023 07:32:22 +0000 https://positioningmag.com/?p=1422060 สายแดนซ์เตรียมพร้อม “ยูดี ทาวน์” เตรียมจัดใหญ่ UDON SONGKRAN FESTIVAL 2023 จัดปาร์ตี้ดนตรี “EDM” รับช่วง “สงกรานต์” ใหญ่ที่สุดที่เคยจัดในภาคอีสาน คาดการณ์ปี’66 ท่องเที่ยว “อุดร” ฟื้นตัวได้เท่าก่อนโควิด-19 ลุ้นดึงนักท่องเที่ยวจีน “สายมู” ทัวร์ริมโขง-ไหว้พระขอพร

    “ยูดี ทาวน์” ศูนย์การค้าท้องถิ่นแห่งอุดรธานี เตรียมกลับมาจัดเทศกาลสงกรานต์ครั้งใหม่ใหญ่กว่าเดิมในงาน UDON SONGKRAN FESTIVAL 2023 ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2566 บนพื้นที่ลานเดอะแลนด์ ขนาด 12,000 ตร.ม. พร้อมอุโมงค์น้ำขนาดยักษ์

    ไฮไลต์งานนี้คือเทศกาลดนตรี EDM Party ที่จะจัด 4 คืนต่อเนื่อง (13-16 เม.ย. 66 เวลา 17:00-24:00 น.) พร้อมเชิญศิลปิน-ดีเจทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 40 ราย เปิดรายชื่อดีเจระดับโลกที่จะมาแสดงในงาน เช่น Mike William จากเนเธอร์แลนด์, Gammer จากสหราชอาณาจักร, Bonka จากโคลัมเบีย ส่วนของไทยจะมีวงหมอลำอินเตอร์ฯ Paradise Bangkok ร่วมแสดง

    ยูดี ทาวน์
    ยูดี ทาวน์ อุดรธานี

     

    ปาร์ตี้ EDM ต้อนรับชาวอีสานกลับบ้าน-เศรษฐีชาวลาว

    “อภิชา วีรชาติยานุกูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด รุ่นสองของกลุ่มยูดี ทาวน์ กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่าเป็นการกลับมาในรอบ 3 ปี โดยงานดนตรี EDM ทางยูดี ทาวน์มีการจัดครั้งแรกเมื่อปี 2559 เริ่มจากงานขนาดเล็ก ก่อนจะขยายใหญ่ขึ้นทุกปีจนถึงปี 2562 ที่จัดครั้งสุดท้ายก่อนต้องหยุดจัดอีเวนต์ใหญ่เพราะโควิด-19

    งานครั้งนี้ใช้งบลงทุนไป 30-40 ล้านบาท จัดใหญ่กว่าเมื่อปี 2562 ถึง 2 เท่า และคาดว่าจะมีทราฟฟิกเฉพาะในงานนี้รวม 5 วัน 100,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 20,000 คน

    ตัวอย่าง headliner งาน

    ราคาตั๋วในงานจะมีตั้งแต่ระดับสูงสุด VVIP First Class ราคาเหมา 4 วัน 100,000 บาทต่อโต๊ะ 6 ท่าน ซึ่งจะได้สิทธิ Private Dry Zone ทางเข้าส่วนตัว ห้องน้ำส่วนตัว แพ็กเกจเครื่องดื่ม ฯลฯ ไปจนถึงตั๋วโซน GA ผู้ชมทั่วไป ราคา 400 บาทต่อวันต่อคน

    อภิชากล่าวว่า บริษัทคาดหวังรายได้ขั้นต่ำ 30 ล้านบาทจากงานนี้ และหากขายตั๋วได้เต็มอัตราน่าจะทำรายได้ได้ถึง 100 ล้านบาท

    “เป้าหมายของงานนี้จะเป็นคนวัย 20 ปีขึ้นไป ตอบโจทย์ชาวอุดรและชาวอีสานที่จะกลับมาเยี่ยมบ้านจากการไปทำงานที่กรุงเทพฯ และคนอีสานก็ต้องการเทศกาล EDM แบบนี้เหมือนกัน รวมไปถึงชาวลาวที่มีกำลังซื้อสูง สนใจเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์” อภิชากล่าว

    ยูดี ทาวน์ สงกรานต์
    งานสงกรานต์ที่ยูดี ทาวน์ รอบปี 2562

    งานครั้งนี้ยังมีการจัดพื้นที่ให้กับกลุ่ม VVIP แพ็กเกจทั้งหมดประมาณ 20% ของพื้นที่ เพิ่มขึ้นจากครั้งล่าสุดในปี 2562 ที่กันไว้ 10% ของพื้นที่ เพราะจากงานครั้งก่อนพบว่า แพ็กเกจระดับนี้ขายหมดเร็วมาก ไม่เหลือพอที่จะขายหน้างาน สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายมีกำลังซื้อและต้องการโต๊ะแบบ VVIP เพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์ของตน

    อีเวนต์ใหญ่รับสงกรานต์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวในช่วงหลังโควิด-19 ของยูดี ทาวน์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เริ่มสั่งอาหารและสินค้าทางเดลิเวอรีมากขึ้น ทำให้ทราฟฟิกเข้าศูนย์ฯ ลดลงเหลือ 8,000 คนต่อวัน จากก่อนโควิด-19 มีลูกค้าเฉลี่ย 10,000 คนต่อวัน

    แม้ยอดขายของร้านค้าเช่าจะไม่ต่ำลงเพราะลูกค้าเพียงหันมาซื้อผ่านเดลิเวอรี แต่ศูนย์ฯ จะต้องปรับมามีอีเวนต์มากขึ้น และมีการตกแต่งใหม่บ่อยขึ้นเพื่อดึงให้คนมาใช้ชีวิต ถ่ายรูป มีความบันเทิงนอกบ้าน โดยอภิชากล่าวว่าจากนี้ยูดี ทาวน์จะมีอีเวนต์ใหญ่ทุกๆ 2 เดือน และมีพันธมิตรสำคัญคือ “ไทยเบฟเวอเรจ” และ “เป๊ปซี่” ที่จะสร้างสีสันผ่านคอนเสิร์ตหมุนเวียนเข้ามาต่อเนื่อง

     

    ท่องเที่ยวฟื้นปีนี้ หวังปีหน้าดึง “จีน” ทัวร์ทำบุญ

    ด้าน “ธนกร วีรชาติยานุกูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด รุ่นหนึ่งผู้ก่อตั้งศูนย์ฯ เปิดภาพรวมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี จากสถิติผู้โดยสารเข้าออกทางเครื่องบินเมื่อปี 2565 มีผู้โดยสาร 1.77 ล้านคน ปี 2566 นี้เป็นไปได้ว่าจะมีผู้โดยสารทางเครื่องบินกลับไปเท่าปี 2562 คืออยู่ที่ 2.8 ล้านคนต่อปี เนื่องจากเที่ยวบินเข้าออกอุดรธานีเพิ่มขึ้นเกือบจะเท่ากับปีก่อนโควิด-19 แล้ว

    (จากซ้าย) อภิชา วีรชาติยานุกูล, ภาสกร วีรชาติยานุกูล, ธนกร วีรชาติยานุกูล

    ธนกรกล่าวถึงจุดยุทธศาสตร์ของอุดรธานีว่า เป็นจังหวัดศูนย์กลางการเดินทางไปหนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม หนองคาย เวียงจันทน์ ได้สะดวก และมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งเชิงธรรมชาติ/วัฒนธรรม เช่น ทะเลบัวแดง บ้านเชียง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวสายธรรมะ ไหว้พระทำบุญ อุดรธานีและทัวร์ภาคอีสานมีความโดดเด่นมาก เชื่อว่าจะเป็นจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ต่อเนื่อง

    นอกจากนักท่องเที่ยวไทยแล้ว ภาคอีสานยังคาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเพิ่มขึ้นในอนาคต หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เริ่มโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวริมโขง ตั้งแต่หนองคาย อุดรธานี ไล่ไปจนถึงนครพนม และชาวจีนเริ่มแสดงความสนใจ เนื่องจากชาวจีนบางกลุ่มก็มีความเชื่อในทางวัตถุมงคล การไหว้พระทำบุญ เช่นเดียวกับคนไทย เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการทำการตลาด อาจจะยังไม่เห็นชัดเจนในปีนี้ แต่ปี 2567 น่าจะเห็นชาวจีนเที่ยวอีสานมากขึ้น

     

    โรงแรมเติบโต วางแผนเปิดแห่งที่สองเพิ่ม

    “ภาสกร วีรชาติยานุกูล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด รุ่นสองที่เข้ามาช่วยบริหารงานโรงแรมโมโค (MOCO) และศูนย์ประชุมนานาชาติมลฑาทิพย์ กล่าวว่า โรงแรมโมโคซึ่งเป็นบูทีคระดับ 4 ดาว ขนาด 68 ห้อง หลังเปิดมาเกือบ 2 ปี ปัจจุบันมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 60% และคาดว่าปีนี้น่าจะขยับเป็น 70-80% ได้ หลังการท่องเที่ยวฟื้นตัว เที่ยวบินกลับมาเปิดบินเต็มที่

    ส่วนศูนย์ประชุมฯ มลฑาทิพย์ก็เริ่มกลับมาคึกคัก มีงานอีเวนต์ แต่งงาน จัดประชุม ทุกวัน ขณะนี้อยู่ระหว่างกระตุ้นตลาดเพิ่ม

    ธนกรกล่าวต่อถึงแผนอนาคตของกลุ่มยูดี ทาวน์ ยังเหลือที่ดินอีก 2 แปลง แปลงละ 4 ไร่ รวมถึงที่ดินใกล้เคียงกับโรงแรมโมโคที่สามารถปรับการใช้งานได้ ที่ดินเหล่านี้กำลังวางแผนว่าอาจจะเปิดเป็นโรงแรมระดับกลาง ราคาห้องพักคืนละ 1,500-2,000 บาท คาดว่าจะก่อสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น 2 อาคาร รวม 140 ห้อง ใช้งบลงทุนราว 200 ล้านบาท แต่จังหวะการลงทุนอาจใช้เวลาอีก 2-3 ปีในการตัดสินใจ

    ]]>
    1422060
    ‘กรุงเทพ-ภูเก็ต’ ติด Top 5 ปลายทางที่ ‘นักท่องเที่ยวจีน’ ไปมากที่สุดช่วง ‘ตรุษจีน’ https://positioningmag.com/1416947 Fri, 27 Jan 2023 04:45:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1416947 นับตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป จีนได้ยกเลิกข้อบังคับที่ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศต้องเข้ารับการกักตัว หลังจากที่ช่วงสิ้นปี 2565 ทางการได้ลดมาตรการควบคุมโควิดภายในประเทศเกือบทั้งหมด และแน่นอนว่า Top 10 ประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนอยากไปก็คือ ประเทศไทย

    ซึ่งในช่วงวัน ตรุษจีน หรือ วันปีใหม่จีน ซึ่งคนจีนจะหยุดยาวประมาณ 7-15 วันเลยทีเดียว โดยทางเว็บไซต์ Trip.com ก็ได้เก็บข้อมูล การจองเที่ยวบิน บนแพลตฟอร์มในช่วง 4 วันแรกของวันตรุษจีน โดยพบว่า 5 ปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมากที่สุดในช่วงตรุษจีน ได้แก่

    • ฮ่องกง
    • มาเก๊า
    • กรุงเทพมหานคร
    • สิงคโปร์
    • ภูเก็ต

    ที่น่าสนใจคือ ปลายทางอย่าง ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็น Top 10 ปลายทางยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนกลับไม่ได้ติด Top 5 ในช่วงตรุษจีน ซึ่งเป็นผลมาจากข้อจำกัดชั่วคราวสำหรับผู้เดินทางจากจีน ซึ่งรวมถึงการจำกัดวีซ่าและการกักตัวบุคคลที่ติดเชื้อโควิด ต่างจากสิงคโปร์และประเทศไทยที่ยกเลิกแผนการกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด

    ส่อง 10 ประเทศที่ ‘ชาวจีน’ ค้นหามากที่สุดหลังรัฐบาล ‘เปิดประเทศ’ ยกเลิกมาตรการกักตัว

    ทั้งนี้ Trip.com ยังได้เปิดเผยว่า การจองเที่ยวบินสำหรับการเดินทางจากแผ่นดินใหญ่ไปยังจุดหมายปลายทางในต่างประเทศในช่วง 4 วันแรกของวันหยุดได้ เพิ่มขึ้น 4 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

    Source

    ]]>
    1416947