ละคร – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 28 Sep 2020 12:06:32 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ฟ้าหลังฝน GDH วางเกม “ทำหนังสลับซีรีส์” สู่โกอินเตอร์ หวัง “บุพเพฯ 2” ดึงคนไทยหวนดูหนังโรง https://positioningmag.com/1298788 Mon, 28 Sep 2020 10:43:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1298788 อุตสาหกรรมหนังไทยเหมือนโดนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อต้องเจอ COVID-19 ทำให้กระเเสหนังไทยยิ่งซบเซาลงไปอีก เจออุปสรรคทั้งต้องเลื่อนฉายในโรงภาพยนตร์ ยกเลิกการถ่ายทำ รวมถึงเงินทุนที่ค่อยๆ หมดไป

เเม้หลังคลายล็อกดาวน์เเล้ว ผู้คนจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ เริ่มกลับมาดูหนังในโรงกันมากขึ้นหลังจากที่โหยหามานาน เเต่การฟื้นตัวของทั้งวงการในยามนี้ ก็ถือว่ายากลำบากมากทีเดียว

เมื่อพูดถึงค่ายหนังที่ครองใจชาวไทย ส่งหนังทำเงินเข้าฉายเป็นประจำ หนึ่งในนั้นต้องมี GDH รวมอยู่ด้วยอย่างเเน่นอน โดยปีที่ผ่านมาได้ส่งหนัง 3 เรื่อง ติดท็อปทำรายได้สูงสุดของปี 2019 ทิ้งห่างหนังไทยเรื่องอื่นไปหลายเท่า

ดังนั้น ทิศทาง กลยุทธ์เเละการปรับตัวของ GDH ในช่วงต่อไปนี้ จึงมีผลต่ออุตฯหนังไทย เเละมีความน่าสนใจไม่น้อย

ตลาดหนังไทย…เหนื่อยหนัก

ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ อุตสาหกรรมหนังในไทยทำรายได้ไปแค่ 580 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา มีรายได้ถึงกว่า 3,000 ล้านบาท ในจำนวน 580 ล้านบาทนี้ เป็นรายได้จากหนังไทยเพียง 120 ล้านบาท ซึ่งไม่มีหนังเรื่องไหนเลยที่มีรายได้เเตะ 50 ล้านบาท” 

จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด หรือ GDH ให้สัมภาษณ์กับ Positioning พร้อมเล่าย้อนกลับไปถึงช่วงระบาดหนักว่า ตามปกติบริษัทจะทำหนังออกมาสู่ตลาดปีละ 2-3 เรื่อง โดยปีก่อนมีหนังฉาย 3 เรื่อง ส่วนปีนี้ตั้งใจทำหนัง 2 เรื่อง และละคร 1 เรื่อง แต่พอเจอสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เเผนธุรกิจเเละไทม์ไลน์ต่าง ๆ ที่วางไว้ต้องเปลี่ยนไป

จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GDH

ในปี 2019 หนังของ GDH อย่างตุ๊ดซี่ส์ & เดอะเฟคเป็นหนังไทยที่ทำเงินสูงสุด ด้วยรายได้ 141 ล้านบาท รองลงมาคือเรื่อง “Friend Zone ระวังสิ้นสุดทางเพื่อนอยู่ที่ 134 ล้านบาท และฮาวทูทิ้งทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอมีรายได้ที่ 57 ล้านบาท

ภาพรวม “หนังไทยตลอดปี 2019 ไม่ค่อยสดใสนัก มีออกฉายราว 40 เรื่อง ทำรายได้รวมทั้งหมดประมาณ 711 ล้านบาท ลดลง 14% เฉลี่ยต่อเรื่องทำรายได้เพียง 15 ล้านบาทเท่านั้น จากปี 2018 อยู่ที่ 18-19 ล้านบาท เเละที่น่าตกใจคือ มีหนังไทยกว่า 17 เรื่องที่ทำรายได้น้อยกว่า 1 ล้านบาทยิ่งพอมาเจอวิกฤต COVID-19 ไปอีกในปีนี้อาการยิ่งสาหัส

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร GDH มองว่ายังมีความหวังโดยปี 2020 บริษัทจะฉายหนังเพียงเรื่องเดียวในช่วงปลายปี วันที่ 3 .. นี้ คือ  อ้ายคนหล่อลวง” นำทีมนักเเสดงชื่อดังอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก และ แบงค์ ธิติ ฯลฯ

แน่นอนว่าปีนี้คงไม่ได้เท่ากับปีที่แล้ว แต่คาดหวังกับ อ้ายคนหล่อลวงไว้สูงเหมือนกัน โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 80 ล้านบาท

ขณะที่บรรยากาศของคนดูหนัง หลังวิกฤต COVID-19 นั้นยังมีความกังวลอยู่บ้าง โดยช่วงตั้งเเต่เดือนส.ค.เป็นต้นมา ก็เริ่มมีหนังต่างประเทศเข้ามา อย่าง TENET, Peninsula เเละมู่หลาน ก็เริ่มมีตัวเลขให้เห็นบ้าง เเต่ภาพรวมยังถือว่า “อาการหนัก” โดยจบปีนี้คาดว่าภาพรวมอุตสาหกรรมหนังไทยน่าจะมีรายได้ราว 1,000 ล้านบาทเท่านั้น

“เราหวังว่า ปี 2021 อุตสาหกรรมหนังในไทยจะกลับมาคึกคักแน่นอน และจะมีหนังไทยไม่ต่ำกว่า 45-50 เรื่องเข้าฉาย” 

บรรยากาศของโรงหนังในไทย เมื่อช่วงที่มีมาตรการป้องกัน COVID-19

ฉลาดเกมส์โกง…ช่วยชีวิต

“โชคดีจริงๆ ที่มีละครฉลาดเกมส์โกงมาช่วย เพราะในช่วงที่ผ่านมาไม่มีหนังฉาย ถ่ายทำไม่ได้ แต่ยังคงมีรายจ่ายต่าง ๆ ไม่งั้น GDH คงเครียดกว่านี้” 

จินา เล่าต่อว่า ละครเรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” ได้รายได้จาก ช่องONE และ WeTV รวมถึงสามารถขายในต่างประเทศทั้งจีน และประเทศอื่นๆ รวมได้มาทั้งหมด ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 60 ล้านบาท) 

นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ ซีรีส์ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ การฉายในโรงภาพยนตร์
และการฉายบนเเอปพลิเคชันเเละเเพลตฟอร์ม OTT ต่างๆ เช่น WeTV, Netflix, LINE TV, AIS Play, True ID ฯลฯ และช่องทางโทรทัศน์ต่างๆ

“ต้องยกเครดิตให้ WeTV ที่จุดประกายเราให้เราทำละครต่อยอดความสำเร็จจากหนังทำให้เรามีเงินล่วงหน้าได้” 

“คาดว่าปีนี้รายได้รวมของ GDH จะอยู่ที่ 345 ล้านบาท ถือว่าไม่ขาดทุน เเต่จะมีกำไรไม่เท่าปีก่อน เพราะเราได้ฉายหนังเเค่เรื่องเดียว เเละละครอีก 1 เรื่อง เทียบกับปีก่อนเรามีหนังทำเงินถึง 3 เรื่อง ดังนั้นถ้าทำได้สามร้อยกว่าล้านก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว”

ทั้งนี้ GDH ด้วยรายได้รวมอยู่ที่ 471.29 ล้านบาท ในปี 2019 เติบโตจากปี 2018 ประมาณ 12% โดยการทำหนังเรื่องหนึ่งของ GDH มีต้นทุนราว 45-50 ล้านบาท แบ่งเป็นทุนสร้าง 20-30 ล้าน ส่วนที่เหลือคืองบสำหรับทำการตลาด

เเผนต่อไป GDH : ทำหนังสลับซีรีส์ ต่อยอด OTT โกอินเตอร์ 

เเม้ความสำเร็จของละครละครเรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” จะช่วยอุ้มบริษัทไว้ได้ในช่วงวิกฤต เเต่ GDH ยังคงยืนหยัดที่จะทำหนัง “ยังไงหัวใจของ GDH ก็คือทำหนัง เเละเราจะทำหนังต่อไป” 

โดยทิศทางต่อไปของ GDH จะเน้นการ “ผสม” มากขึ้น อาจจะทำเป็นละครหรือซีรีส์สลับกัน เเละมีหลักเป็นการทำหนัง เพราะ “การทำหนังยังไปได้ไกลกว่า” ยกตัวอย่างหนังเรื่องฉลาดเกมส์โกง ที่สามารถทำ Box Office ในจีนได้ถึง 1,200 ล้านบาท หรือหนังเรื่อง Friend Zone ก็ทำรายได้ดีเช่นกัน 

“ต่อไปนี้ถ้ามีดีลกับจีนอีก เราจะไม่ขายขาดเเบบฉลาดเกมส์โกงเเล้ว เพราะเรารู้ตลาดเเล้วว่าทำเงินได้ ก็คงจะเป็นข้อตกลงที่เป็นดีลร่วมกันมากกว่า” 

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือการ “ต่อยอดคอนเทนต์” เพราะหากทำหนังดี หนังทำเงินได้ขึ้นมาเเล้ว ก็สามารถไปอยู่ต่อในเเพลตฟอร์ม OTT เจ้าต่างๆ ได้อีกช่องทาง เเละวนกลับมาสร้างเป็นสะครเเละซีรีส์ได้อีก “การได้ไปฉายบนเเพลตฟอร์ม OTT คือการปูทางที่หนังของ GDH จะออกสู่สายตาชาวต่างชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางของเราที่ต้องการโกอินเตอร์ ขยายไปทั้งเอเชีย ยุโรปเเละตลาดอเมริกา”  

ขณะที่กระเส “ซีรีส์วาย” ที่กำลังฮอตฮิตในปัจจุบันเเละมีผู้ผลิตคอนเทนต์หลายเจ้ากระโจนเข้าตลาดนี้ GDH มองว่าจะยังคงเป็นเทรนด์ไปอีกสักระยะ เเละจะไม่หายไปง่ายๆ ด้วยการมีฐานเเฟนคลับที่เหนียวเเน่น มีกลุ่มผู้ชมชัดเจนเเละกำลังขยายไปหลายช่วงวัย มีกำลังซื้อสูง ซึ่งบริษัทในเครือของ GDH อย่าง “นาดาว บางกอก” ก็มีการลุยตลาดนี้ต่อไป โดยในส่วนของ GDH นั้นยังไม่ไม่เเผนที่จะทำหนังหรือซีรีส์เเนวนี้ในช่วงนี้ เเต่เเย้มว่า “มีโอกาสที่จะทำในอนาคต” 

“บุพเพฯ 2” หวังสูง…ดึงคนไทยดูหนังโรง 

สำหรับโปรเจกต์ ปี 2021 ของ GDH จะมีอยู่ 4 เรื่องด้วยกัน เริ่มจาก…

1.“โกสต์แล็บ…ฉีกกฎทดลองผี” จากผู้กำกับกอล์ฟ ปวีณ ที่ได้ ต่อ ธนภพ, ไอซ์ พาริส มารับบทนำ ซึ่งตามเดิมต้องถ่ายทำและฉายในปีนี้ เเต่ต้องเลื่อนเพราะสถานการณ์ COVID-19

2. “ร่างทรง” หนังสยองขวัญที่ร่วมทุนกับค่ายหนังเกาหลี  Showbox Crop ฝีมือผู้กำกับ “โต้ง บรรจง” ที่ได้ผู้กำกับชื่อดังอย่าง “นา ฮงจิน” มาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์ด้วย

3. “W” หนังที่ร่วมทุนกับ นาดาว บางกอกบริษัทในเครือของ GDH นับเป็นหนังเรื่องเเรกของนาดาวฯ โดยมีปิง เกรียงไกร เป็นผู้กำกับ และ ย้ง ทรงยศ เป็นโปรดิวเซอร์

4. “บุพเพสันนิวาส 2” โปรเจกต์ใหญ่ที่สุดของปี ที่ร่วมทุนกับบรอดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่น ได้ปิง อดิสรณ์ ผู้กำกับเดียวกับรถไฟฟ้ามาหานะเธอ มากำกับให้ พร้อมนักแสดงนำคู่ขวัญจากจอทีวีอย่าง “โป๊ป-เบลล่า” ซึ่งคาดว่าจะออกฉายในช่วงปลายปี 2021

บุพเพสันนิวาส 2 เราใช้เงินลงทุนไปกว่า 80 ล้านบาท เเละตั้งเป้ารายได้ไว้สูงถึง 200 ล้านบาท เรื่องราวจะต่างกับละครทีวี เพราะจะเล่าไปข้างหน้า อารมณ์คล้ายกับการเล่าเรื่องในหนังพี่มากพระโขนง ขึ้นอยู่กับคนทำหนังว่าจะหยิบจับมุมไหนมาต่อยอด เรื่องนี้ก็ถือว่าตั้งความหวังไว้สูง ลงทุนมาก คิดว่าคนน่าจะกลับมาดูหนังกันเเล้ว ก็คิดว่าจะตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 200 ล้านบาท” 

จากโปรเจกต์หนังใหม่ทั้ง 4 เรื่องนี้ ซีอีโอของ GDH คาดว่าบริษัทจะรายได้สูงเกิน 500 ล้านบาท เพราะมีจำนวนหนังที่มากกว่าปกติ บวกกับยังมีรายได้จากนำคอนเทนต์ไปฉายกับแพลตฟอร์ม OTT เเละค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ ด้วย

Key Success : ไม่หยุดนิ่ง นำไปต่อยอดได้ 

เเม้วิกฤต COVID-19 จะหนักหนาเอาการ เเต่ไม่ใช่วิกฤตรุนเเรงที่สุดของ GDH โดยจินาเล่าย้อนไปถึงสมัย
“น้ำท่วมใหญ่ ปี 2011” ที่ครั้งนั้น ภาพยนตร์เรื่อง “ท็อป ซีเคร็ต วัยรุ่นพันล้าน” เข้าฉาย หนังโปรโมตไปหมดแล้ว คนไม่ไปดูหนังในโรง เพราะคนต้องกลับไปดูเเลบ้านตัวเอง ออฟฟิศของบริษัทเองก็ยังต้องทำกระสอบทรายกั้นน้ำกัน วิกฤตครั้งนั้นจึงถือว่าเเรงที่สุด

โดยครั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีก อย่างกรณี “โรคระบาดระบาดรอบ 2” ผู้บริหาร GDH มองว่า คนทำหนังคงต้องฉายที่โรงก่อน ต้องใช้วิธี ‘รัดเข็มขัด’ เพราะถ้าเกิดขึ้นจริงก็คงถ่ายหนังไม่ได้อีก รายได้หายเเต่รายได้เท่าเดิม การเอาหนังที่ตั้งใจจะฉายในโรงหนัง ไปฉายออนไลน์ ก็ต้องเจออุปสรรคหลายอย่าง

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เสน่ห์ของการดูหนังในโรงคือการได้ดูจากจอใหญ่ๆ เสียงดีๆ มีบรรยากาศไปเที่ยวกับเพื่อน ไปเดต แต่ว่าเด็กสมัยนี้ดูในมือถือ ดูไปอาจจะทำสิ่งอื่นไปด้วย

“สิ่งที่ทำให้เรายังอยู่ได้ คือ การไม่อยู่กับที่ ต้องก้าวไปข้างหน้า สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดี เพราะถ้าของมันดี ยังไงคนก็ดู โดยสิ่งที่เราต้องพัฒนาต่อไปคือ การต่อยอด เพราะถ้าเราทำแบบเดิม คนก็ดูจะน้อยลง ต้องทำในวิถีทางใหม่ กล้าลอง กล้าทำ ต้องออกไปโกอินเตอร์ให้ได้…” 

อุตสาหกรรม “หนังไทย” จะกลับมาฟื้นได้หรือไม่…ปีหน้าต้องลุ้นกัน

 

]]>
1298788
เม็ดเงินโฆษณาละคร 2 หมื่นล้าน “ทีวีดิจิทัล” เปิดศึกชิงเค้กไพรม์ไทม์ครึ่งปีหลัง https://positioningmag.com/1234800 Sat, 15 Jun 2019 13:46:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1234800 ปัจจุบันอุตสาหกรรมโฆษณาสื่อทีวียังครองสัดส่วนสูงสุดกว่า 50% มีเดียเอเยนซี MI ประเมินมูลค่าอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้อยู่ที่ 90,422 ล้านบาท เติบโตราว 1.49% เปรียบเทียบปี 2561 และทีวี มีส่วนแบ่งสูงสุด แม้จะอยู่ในภาวะถดถอยมาตั้งแต่ยุคทีวีดิจิทัลก็ตาม  

ภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ สายงานการวางแผนและกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI กล่าวว่า ข้อมูลที่ประเมินโดย MI ปี 2562 เม็ดโฆษณาสื่อทีวี มีสัดส่วน 51% หรือมูลค่าเกือบ 50,000 ล้านบาท

หากวิเคราะห์เฉพาะเม็ดเงินโฆษณาทีวี คอนเทนต์ที่ครองงบสูงสุดคือ “ละคร” สัดส่วน 40% นั่นหมายถึงมูลค่าราว 20,000 ล้านบาท รองลงมาคือ ข่าว 30% วาไรตี้และอื่นๆ อีก 30%

โฟกัสเฉพาะ “ละคร” ก็ต้องบอกว่า ทีวีดิจิทัล กลุ่มผู้นำเรตติ้งละคร อย่าง ช่อง 3 ช่อง 7 ช่องวัน รายได้จากละครคิดเป็นสัดส่วนราว 50% ละครที่อยู่ในช่วงไพรม์ไทม์ 20.00 น. ของทุกช่อง จะมีราคาโฆษณา Rate Card (ราคาเสนอขายยังไม่หักส่วนลด) สูงสุดของสถานี

“ช่อง7-ช่อง3-วัน” กลุ่มท็อปละคร ช่องใหม่ “เหนื่อย”

ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของสถานีทีวี ที่เริ่มตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป ถือเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวไทย หรือผู้ชมที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ใช้เวลาดูทีวีมากที่สุด โดยเฉพาะละคร ทำให้ราคาโฆษณาในช่วงนี้มีอัตราสูงสุดของสถานี

ภวัต บอกว่าสถานการณ์ของทีวีดิจิทัล 15 ช่องที่ตัดสินใจไปต่อโดยไม่คืนใบอนุญาต หลายช่องเริ่มใส่เม็ดเงินลงทุนคอนเทนต์ โดยมุ่งไปที่ “ละคร” มากขึ้น เพราะเป็นรายการที่คนได้นิยมดูมากที่สุด แต่ละครก็มี “เจ้าตลาด” อยู่แล้ว คือ ช่อง 7 ช่อง 3 ตั้งแต่ยุคฟรีทีวี แอนะล็อก มาในยุคทีวีดิจิทัล “ช่องวัน” ที่มีผู้ผลิตละคร ในนาม เอ็กแซ็กท์และซีเนริโอ ตั้งแต่ยุคผลิตละครให้ช่อง 5 ก็ก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำละครเช่นกัน

วันนี้ในกลุ่มผู้นำเรตติ้งละคร ช่อง 7 ช่อง 3 เอง ก็เหนื่อย แม้จะมีฐานผู้ชมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องจะมีเรตติ้งดี ก็ต้องลุ้นกันแบบเรื่องต่อเรื่อง บางเรื่องนักแสดงดัง ก็ไม่ได้การันตีว่าละครจะดัง

แต่ทั้งช่อง 3 และช่อง 7 ที่ทำละครมากว่า 30 ปี สะสมฐานคนดูประจำ และนักแสดงในสังกัดที่มีจำนวนมากก็ยังเป็น 2 ช่อง ที่มีแต้มต่อละครดีกว่าช่องใหม่ๆ หากละครมีนักแสดงนำที่คนไทยชื่นชอบ อย่าง ช่อง 7 หากมี เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ หรือ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ส่วนช่อง 3 มี ณเดชน์ คูกิมิยะ หรือ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ หากมีชื่อนักแสดงชื่อดังเหล่านี้ “ละคร” ก็จะเรียกความสนใจจากลูกค้าและเอเยนซีได้ก่อน หลังจากออนแอร์แล้วก็ต้องมาลุ้นกระแสจากผู้ชมอีกครั้งว่าจะได้รับความสนใจหรือไม่

“คอนเทนต์ละครวันนี้ ต้องบอกว่าแข่งขันกันเหนื่อย ทั้งช่องผู้นำเดิมและช่องใหม่ยิ่งเหนื่อยมากขึ้นไปอีก”

 “ช่อง 3” เข็นฟอร์มยักษ์ลงจอ เปิดคุยทำตลาดทุกรูปแบบ

ในกลุ่มผู้นำละครเรตติ้งสูง ก็ต้องยกให้ช่อง 7 และ ช่อง 3 ที่ครองตำแหน่งนี้ตั้งแต่ยุคแอนะล็อก มาถึงทีวีดิจิทัล

สำหรับช่อง 3 ที่ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ทั้งการแต่งตั้งแม่ทัพคนใหม่นอกตระกูลมาลีนนท์เป็นครั้งแรก โดยได้มืออาชีพ “อริยะ พนมยงค์” มานั่งตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ในเดือน เม.ย. 2562 จากนั้นวันที่ 10 พ.ค. 2562 ตัดสินใจคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือ ช่อง 13 และช่อง 28 เพื่อกลับมาทุ่มเทให้ช่อง 3 หรือ ช่อง 33 กลับมาผงาดอีกครั้งในอุตสาหกรรมทีวีรวมทั้งผลประกอบการต้องกลับมา “กำไร”

อริยะ พนมยงค์

คอนเทนต์ไฮไลต์ทำรายได้สูงสุดของช่อง 3 ก็ยังเป็น “ละคร” ไพรม์ไทม์ โดยได้เปิดผังละครใหม่ครึ่งปีหลัง 13 เรื่อง คือ ลิขิตรักข้ามดวงดาว ร้อยเล่ห์มารยา ผมอาถรรพ์ เขาวานให้หนูเป็นสายลับ Teeใครที่มัน แก้วกลางดง ลิขิตแห่งจันทร์ ด้ายแดง เพลิงรักเพลิงแค้น ฟ้าฝากรัก พยากรณ์ซ่อนรัก ทิวาซ่อนดาว และลับลวงใจ

นอกจากนี้ยังมี รายการวาไรตี้ 6 รายการ อาทิ รายการเลขระทึกโลก รายการ The Lift 5 ล้านสะท้านฟ้า รายการ Hollywood Game Night Thailand S 3 รายการ The Red Ribbon ไฮโซโบว์เยอะ และรายการแข่งขันวอลเลย์บอล FIVB NATIONS LEAGUE 2019

อริยะ ย้ำว่าหลังมาร่วมงานกับช่อง 3 เกือบ 2 เดือน เห็นแล้วว่าธุรกิจคอนเทนต์ยังมีโอกาสรออยู่ข้างหน้า สิ่งที่เชื่อได้ในวันนี้ คือ “ทีวีไม่หายไปไหน” เพียงแต่ผู้ชมไปย้ายไปดูในช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่คอนเทนต์ 85 – 90% ที่บริโภคผ่านออนไลน์มาจากทีวี จึงมั่นใจว่า “ทีวี” ยังไปต่อได้ ปัจจุบันช่อง 3 มีคอนเทนต์ละครที่คนติดตามดูทั่วประเทศ การทำงานจึงต้องไปทั้ง 2 แพลตฟอร์ม ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ด้วยบทบาทการเป็น Entertainment & Content Platform

การตัดสินค้าคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ก็เพื่อต้องการทุ่มเทกับช่อง 3 ธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุดของบีอีซี เพื่อทำให้ช่อง 3 กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิม ทำงานหลังจากนี้จะใกล้ชิดกับลูกค้าและเอเยนซีมากขึ้น ด้วยการนำเสนอ Solution การสื่อสารและทำตลาดที่ต้องเป็นมากกว่าการขายโฆษณาแบบ CPRP แต่ต้องไปมากกว่านั้น

ครึ่งปีหลังได้เปิดตัวไลน์อัพละคร 13 เรื่อง จากผู้จัดและนักแสดงชื่อดัง ที่ถือเป็น Core Asset และหัวใจสำคัญของช่อง 3 วันนี้ทั้งลูกค้าและเอเยนซีที่สนใจเรื่องใดสามารถเลือกเรื่องที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และเริ่มวางแผนทำงานร่วมกันตั้งแต่วันนี้ ทั้งรูปแบบ Tie in, กิจกรรม, แคมเปญออนไลน์ “สิ่งที่จะเห็นหลังจากนี้ ช่อง 3 จะเริ่มเปลี่ยนแปลงในเชิงรุก”

“ช่องวัน” ปั้นแบรนด์ “ละคร” ฮิตซีรีส์ “เรือน”

เป็นอีกช่องทีวีดิจิทัลที่มี “ละคร” เป็นคอนเทนต์นำ สำหรับ “ช่องวัน” เพราะมีทีมผลิตเดิมของ เอ็กแซ็กท์และซีเนริโอ” ที่ดูแลโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ และเป็น ซีอีโอ ช่องวัน ปัจจุบัน

ช่องวันใช้กลยุทธ์ปูพรมคอนเทนต์ “ละคร” 3 ช่วงหลัก คือ ละคร 19.00 น. จับกลุ่มครอบครัว ละคร 20.00 น. กลุ่มแมส เนื้อเรื่องมีความหวือหวาขึ้น และละคร 21.20 น. ระดับ น.13 เจาะนิชมาร์เก็ต คนกรุงเทพฯ ที่เพิ่งเดินทางกลับถึงบ้านและกลุ่มเมือง การใส่เส้นละครในช่วงไพรม์ไทม์ต่อเนื่องตั้งแต่ 19.00 – 22.30 น. เพื่อดึงคนดูให้อยู่ยาวกับช่อง ตั้งแต่เดือนมี.ค. – พ.ค. เรตติ้งไพรม์ไทม์ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 รองจากช่อง 7 และ ช่อง 3

นิพนธ์ ผิวเณร

นิพนธ์ ผิวเณร ผู้บริหารด้านการผลิตคอนเทนต์ ช่องวัน 31 กล่าวว่าครึ่งปีหลังยังมีละครใหม่ลงจอต่อเนื่องในทั้ง 3 ช่วงหลัก ไม่ว่าจะเป็น เรือนไหมมัจจุราช สงครามนักปั้น 2 เสียงเอื้อนสะเทือนดาว ภูตพิศวาส ฤกษ์สังหาร รักย้อนเวลา

ละครไฮไลต์ที่เป็นแบรนดิ้งชัดเจนของช่องวัน ก็คือ ละครแนว “พีเรียด” ที่มี Gadget หรือการใช้สัตว์และสิ่งของ เป็นตัวเดินเรื่องคลี่ปม ไม่ว่าจะเป็น ยาพิษ งูพิษ ตะขาบ พิณ ในกลุ่มซีรีส์ “เรือน” ที่ออนแอร์ไปแล้ว 3 ซีรีส์ ปีละเรื่อง

  • เรือนเสน่หา Gadget คือ บึ้ง
  • เรือนร้อยรัก Gadget คือ กิ่งเหมยในกองไฟ สมุนไพร คางคก
  • เรือนเบญจพิษ Gadget คือ 5 สัตว์พิษ งูพิษ แมงป่อง ตะขาบ คางคก แมงมุมพิษ
  • เรือนมัจจุราช กำหนดออนแอร์ปลายไตรมาส 3 ปีนี้ Gadget จะมีทั้งสัตว์และสิ่งของ เหมือนเดิมแต่การใช้จะล้ำกว่าทุกภาคออกแนว พีเรียดไทยผสมเคล็ดวิชาหนังจีนกำลังภายใน ต่อสู้แนว Avengers

“วันนี้จะทำคอนเทนต์เรียบๆ ง่ายๆ คงไม่ได้อีกแล้ว แต่ต้องใส่ Creativity ในคอนเทนต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมอยู่ตลอดเวลา ทั้งหมดเป็นเรื่องของครีเอทีฟล้วนๆ การทำละครแม้พล็อตเรื่องจะดูง่ายแต่ต้องนำเสนอแบบมีลีลาในการคลี่บท เพราะเมื่อคอนเทนต์เดาง่าย พรีเซนเทชั่นต้องไม่ง่าย ถ้าเป็นเรื่องเดิม ก็ต้องพรีเซนต์ในมุมใหม่ แต่หากเป็นเรื่องใหม่ก็สามารถพรีเซนต์แบบเดิมได้ ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต้องใหม่เสมอ”  

ที่ผ่านมาละคร ซีรีส์ “เรือน” ของช่องวัน มีการตอบรับที่ดีจากผู้ชม ต่างจากละครพีเรียดทั่วไปที่เดินเรื่องเนิบๆ แต่ซีรีส์เรือนจะตื่นเต้น มีความ Fantasy วันนี้มีความชัดเจนว่าละคร “เรือน” ของช่องวัน มีแบรนด์ชัดเจน ที่ผู้ชมจดจำได้ว่าเป็นลายเซ็นของช่องวัน

“ในโลกยุคใหม่ของคอนเทนต์ เราทำอะไรแบบเดิมไม่ได้ แม้หน้าหนังเป็นพีเรียด แต่ต้องมีคอนเทนต์ที่คาดเดาไม่ได้ วันนี้ผู้ชมดูละครจากหลายแพลตฟอร์ม ทั้งทีวี ออนไลน์ ที่มีละคร ออริจินัล คอนเทนต์เช่นกัน ดังนั้นคอนเทนต์ต้องทำงานหนักกว่าเดิม คือทำให้ผู้ชมอยู่กับหน้าจอไม่เปลี่ยนไปไหน”

ดังนั้นการรับรู้เกี่ยวกับคอนเทนต์ด้วยรูปแบบเดิมๆ คือ มีพระเอก นางเอก ผู้ร้าย “ไม่พอ” แต่ต้องทำให้ติดด้วยกิมมิกต่างๆ เพื่อดึงให้คนดู Stay tuned กับสถานี หากหาสิ่งเหล่านี้เจอก็คือ “ผู้ชนะ” ในเกมคอนเทนต์ แต่หากหาไม่เจอทำอย่างไรก็ไม่ชนะ เพราะดาราและโปรดักชั่นวันนี้เท่ากันหมด

ซีรีส์ “เรือน” ถือเป็นแบรนด์ละครของช่องวัน ที่ต้องมีปีละ 1 เรื่อง ซึ่งได้รับความสนใจจากเอเยนซีจองโฆษณาเต็ม!! เพราะเชื่อมั่นในแบรนด์ละครช่องวัน ถือเป็น “แบรนดิ้ง โปรเจกต์” ที่ต่างจากละครช่องอื่นๆ ความแตกต่างของสถานีทีวี คือ การเป็นคอนเทนต์ โปรวายเดอร์ ที่มี Creative House เป็นของตัวเอง มีคนเขียนบท ผู้กำกับ ครีเอทีฟที่เซ็นสัญญากับช่อง ซึ่งแตกต่างจากระบบ “ผู้จัดละคร” เพราะคอนเทนต์จะอยู่ที่ผู้จัดนำมาเสนอช่อง

“ก้าวต่อไปของซีรีส์แบรนด์เรือน เป็นเรื่องที่คิดและทำยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้องหนีตัวเองให้ได้ เพื่อไม่ทำเรื่องซ้ำเดิม ละครภาคต่อที่จะไปต่อได้ ธีมต้องชัดเจนว่าจะบอกอะไรให้อะไรกับคนดู ต้องมีศิลปะบนเชิงพาณิชย์ ต้องผสมผสานกันอย่างลงตัว”

 “พีพีทีวี” ของแจมละคร

หลังสร้างคอนเทนต์ในฝั่งกีฬาและวาไรตี้ ระดับ “เวิลด์คลาส” ให้เป็นที่รู้จักแล้ว ศึกทีวีดิจิทัลครึ่งปีหลัง “พีพีทีวี” ขอลงสนามแข่ง “ละคร” อีกราย หวังขยายฐานคนดู “ขยับเรตติ้ง” ให้อยู่ในอันดับท็อป 3 – 5

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี กล่าวว่า ปีนี้ยังคงใช้เม็ดเงินลงทุนคอนเทนต์กว่า 1,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่ผ่านมา เพิ่มรายการใหม่ๆ ลงผังในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะเชื่อว่าจะเป็น “โอกาส” ขยายฐานคนดูและเรตติ้งได้

ช่วงครึ่งปีหลังนี้ “พีพีทีวี” ตั้งความหวังไว้กับ “ละคร” จะเป็นหนึ่งในคอนเทนต์สำคัญช่วย “พลิก” เกมให้ “พีพีทีวี” ขยายฐานไปยังกลุ่มคนดูทั่วประเทศ และช่วยเพิ่มเรตติ้งผังรายการวันพุธ-พฤหัส-ศุกร์ ที่ยังมีเรตติ้งต่ำอยู่ เมื่อเทียบรายการวันจันทร์ ที่มีเดอะ วอยซ์ วันอังคาร กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน และเสาร์อาทิตย์ รายการฟุตบอล มีเรตติ้งแข็งแรงกว่า

ละครเรื่องแรก “มนตรามหาเสน่ห์” ผลิตโดย ผู้จัด หกสี่เอี่ยว ออนแอร์ ช่วงไพรม์ไทม์เวลา 20.15 น. เริ่มวันที่ 19 มิ.ย. เป็นต้นไป และยังอยู่ระหว่างผลิตอีก 10 เรื่อง เน้นความหลากหลาย และหากละครไปได้ดี ก็มีโอกาสขยายเวลาออกอากาศเพิ่มขึ้นด้วย

จุดแข็งของพีพีทีวียังอยู่ที่รายการฟุตบอลและต่อไปจะเป็น “ละคร” ที่จะลงทุนรูปแบบเดียวกับช่องใหญ่ มีทั้งทีมงาน ดาราดังและดาราที่ช่องปั้นขึ้น โดยเซ็นสัญญาเข้าสังกัดแล้ว เช่น ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล และ อุษามณี ไวทยานนท์ รวมทั้งผู้จัดละครอีกหลายราย เช่น กันตนา, หนุ่ม-อรรถพร ธีมากร, ศรัณยู วงษ์กระจ่าง เชื่อว่า พีพีทีวี จะสร้างความแตกต่างและเป็นช่องทางเลือกได้

ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์

ครึ่งปีหลัง “ช่อง7” อัด “ซีรีส์-วาไรตี้”

เรตติ้งเบอร์ 1 ทีวีดิจิทัล “ช่อง 7” จัดผังละครทั้งปี 2562 ไว้กว่า 30 เรื่อง ครึ่งปีหลังยังมีหมัดเด็ดของพระเอกซุปตาร์ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” กับละครเรื่อง ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ ที่เริ่มตอนแรกวันที่ 16 มิ.ย. นี้ ส่วน “ยอดรักนักรบ” ต้องมารอลุ้นว่าจะทันออนแอร์ปีนี้หรือไม่

ส่วนคอนเทนท์แม่เหล็กทั้งรายการวาไรตี้ ซีรีส์ดัง ครึ่งปีหลังขนมาลงจอเพียบ ทั้งรายการทำอาหารระดับโลก “THE NEXT IRON CHEF ศึกค้นหาเชฟกระทะเหล็ก” รายการใหม่ “World Star ดาวคู่ดาว” ซีรีส์เกาหลี “วิมานวาดฝัน” (SKY CASTLE) ซีรีส์ที่ได้รับกระแสตอบรับท่วมท้นของเกาหลีใต้ รายการสู้เพื่อฝัน (BATTLE OF DREAMS) ค้นหาบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่ ทุนสร้างกว่า 100 ล้านบาท

สถานการณ์การแข่งขัน “ทีวีดิจิทัล” ครึ่งปีหลัง คงต้องจับตาดูช่อง “ผู้นำ” เรตติ้งว่า ละครที่เตรียมไว้ จะสร้างกระแสได้ตามเป้าหมายหรือไม่ และละครของช่องผู้ท้าชิง มีลุ้นขึ้นมาเป็นตัวเลือกดึงผู้ชมได้หรือไม่ ท่ามกลางเม็ดเงินโฆษณาทีวีปีนี้ที่ยังอยู่ในอาการซึมๆ.

ข่าวเกี่ยวเนื่อง

]]>
1234800
กีฬา-วาไรตี้มีแล้ว ครึ่งปีหลังต้องรบด้วย “ละคร” กลยุทธ์ “พีพีทีวี” ยุคแลนด์สเคปทีวีเปลี่ยน https://positioningmag.com/1233216 Wed, 05 Jun 2019 15:01:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1233216 ต้องนับเป็นความพยายามอีกครั้งของ “พีพีทีวี” หลังมาตรการคืนช่องจ่ายเงินชดเชย ส่งผลให้ “แลนด์สเคป” ทีวีดิจิทัลเปลี่ยนไป เหลือผู้เล่น 15 ราย จาก 22 ราย

เมื่อพีพีทีวีภายใต้การนำของสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พีพีทีวี เลือก “อยู่ต่อ” ครั้งนี้จึงต้องจัดหนัก ในการปรับเปลี่ยน “กลยุทธ์” จากช่องที่เคยเด่นเรื่อง “กีฬา” มาสู่ ช่อง “วาไรตี้” เต็มรูปแบบ โดยเติมคอนเทนต์บันเทิง เพื่อขยายฐานคนดู “ขยับเรตติ้ง” ให้อยู่ในอันดับ Top 3 – 5

สุรินทร์ มองว่า จากนี้ทุกช่องยังแข่งขันเหมือนเดิม แต่โจทย์ใหญ่ทีวีรอบนี้อยู่ที่แลนด์สเคปของทีวีและเม็ดเงินโฆษณาเปลี่ยน เม็ดเงินโฆษณาลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากเจ้าของสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นผู้ซื้อโฆษณารายสำคัญ ใช้เงินโฆษณาทีวีลดลง เพราะไม่มีการออกสินค้าใหม่ และบางส่วนหันไปโฆษณาบนออนไลน์ ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาหายไป 20 – 30% ทีวีดิจิทัลหลายช่องยังต้องระวังค่าใช้จ่าย อาจหยุดขยายหรือเพิ่มรายการ

ตรงกันข้ามกับ พีพีทีวี ของหมอเสริฐ หรือ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของไทย ยังคงใช้เม็ดเงินลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับที่ผ่านมา เพิ่มรายการใหม่ๆ มาลงผังในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะเชื่อว่าจะเป็น “โอกาส” ของช่องทุนหนาอย่างพีพีทีวี ที่จะขยายฐานคนดู และเรตติ้ง ในขณะที่ช่องอื่นๆ อาจต้องชะลอการลงทุน หรือลดต้นทุน

พีพีทีวี ตั้งความหวังไว้กับ “ละคร” จะเป็นหนึ่งในคอนเทนต์สำคัญที่ช่วย “พลิก” เกมให้กับ “พีพีทีวี” ในการขยายฐานไปยังกลุ่มคนดูทั่วประเทศ และยังช่วย “ปิด” จุดอ่อน ให้กับผังรายการวันพุธ-พฤหัส-ศุกร์ ที่ยังมีเรตติ้งต่ำอยู่ เมื่อเทียบรายการในวันจันทร์ ที่มีเดอะ วอยซ์ –วันอังคาร กิ๊กดู๋ สงครามเพลงเงินล้าน และเสาร์อาทิตย์ รายการฟุตบอล มีเรตติ้งแข็งแรงกว่า

โดยละครเรื่องแรก “มนตรามหาเสน่ห์” ผลิตโดย ผู้จัด หกสี่เอี่ยว ออนแอร์ ช่วงไพรม์ไทม์เวลา 20.15 เริ่มวันที่ 19 มิถุนายน เป็นต้นไป ยังอยู่ระหว่างผลิต 10 เรื่อง เน้นความหลากหลาย และหากไปได้ดี ก็มีโอกาสขยายเวลาออกอากาศเพิ่มขึ้นด้วย

“ละครที่เราผลิตรอบนี้ ไม่เหมือนกับที่พีพีทีวีเคยทำมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะมีความพร้อมเรื่องของทีมงาน สร้างความมั่นใจให้กับดารา โดยเซ็นสัญญาเข้าสังกัดแล้ว เช่น ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล และ ขวัญ อุษามณี รวมทั้งผู้จัดละครอีกหลายราย เช่น กันตนา, หนุ่ม-อรรถพร ธีมากร, ศรัณยู วงษ์กระจ่าง”

สุรินทร์ บอกด้วยว่า รายการวาไรตี้ ไม่ได้เพิ่มฐานคนดูอย่างที่ควรจะเป็น เช่น รายการกิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน ที่ดึงมาจากช่อง 7 โดยหวังจะเป็น “แม่เหล็ก” สำคัญที่ใช้ขยายฐานคนดูไปทั่วประเทศ แต่กลับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ แม้จะทำเรตติ้งอันดับ 2 ให้กับช่อง แต่คนดูยังเป็นคนกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ตามโปรไฟล์ของช่อง แต่เชื่อว่า “ละคร” จะขยายฐานคนดูไปสู่แมสได้

สำหรับพีพีทีวี “กีฬา” ยังเป็น “จุดแข็ง” ทำเรตติ้งอันดับ 1 ให้กับช่อง โดยเฉพาะฐานคนดูผู้ชาย ครึ่งปีหลังจึงเพิ่ม คือ รายการแข่งขันชกมวยระดับโลก “ท็อปแรงค์” (Top Rank Boxing) ออนแอร์ 8 โมงเช้า วันที่ 16 มิถุนายน และถ่ายทอดสดแข่งขันฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี “Merlion Cup 2019”

รวมถึงถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง ครั้งที่ 8 จากประเทศฝรั่งเศส มีทีมฟุตบอลหญิงชาติไทยผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกเป็นปีที่ 2 ถ่ายทอด 7 นัด และถ่ายทอดสดฟุตบอลอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่น อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนคลับ ถ่ายทอดสดติดต่อกันมา 3 ปีแล้ว

“ส่วนรายการถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้านั้น จะคว้ามาได้หรือไม่นั้น อยู่ที่ราคาเป็นเงื่อนไขสำคัญ ต้องใกล้เคียงกับของเดิม แต่เราก็เติมคอนเทนต์กีฬามาตลอด อย่างเดือนนี้ก็มีรายการมวย เทนนิส และฟุตบอลลีกอื่นๆ เข้ามาเพิ่ม”

ถ่ายทอดสด มิสยูนิเวร์ส ไทยแลนด์ ปี 2562 ซึ่งได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด รอบชุดว่ายน้ำ รอบพรีลิมมินารี (Preliminary) และรอบตัดสิน (Final) โดยเจรจาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเป็นปีต่อปี

พลากร สมสุวรรรณ กรรมการรองผู้อำนวยการใหญ่ สายรายการและการตลาด สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี บอกว่า ครึ่งปีหลังจะเพิ่มรายการข่าว และรายการข่าวบันเทิง Pop News Daily ลงผัง

ส่วนรายการ “วาไรตี้” จะลง Food Truck Battle รายการผสมระหว่างการทำอาหารและขายอาหารบนรถ Food Truck โดยมีนักร้องไทย-เกาหลีมาแข่งขัน

รายการ Garage Story เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในโรงจอดรถหลากหลายสไตล์ รวมทั้งแพลตฟอร์มจากประเทศอังกฤษมาผลิตเวอร์ชั่นไทย “The Great Thai Bake off” เป็นรายการค้นหานักอบขนมคนแรกของไทยและเอเชีย ออนแอร์ต้นเดือนกรกฎาคม

รวมทั้งซีรีส์เกาหลี ที่จะออนแอร์ต่อจากละครในวันพุธ และพฤหัส เพื่อหวังดรึงคนดูให้อยู่กับช่องนานที่สุด

ประเมินจุดอ่อน-จุดแข็ง

สุรินทร์ ยอมรับว่า จุดอ่อนของพีพีทีวียังเข้าถึงผู้ชมไม่ทั่วถึง จึงต้องออกแคมเปญ “ละครช่อง 36 สนุกเข้มเต็มจอ” ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ สื่อนอกบ้าน สื่อออนไลน์ รวมทั้งการทำกิจกรรม on ground นำ ดารา นักแสดง พิธีกรข่าว ไปทำกิจกรรมร่วมกับผู้ชมทั่วประเทศ

“พีพีทีวี ยังเป็นช่องทางเลือกที่คนสวนใหญ่คิดว่าไม่มีอะไร เพราะคนยังติดละครช่อง 3 ช่อง 7 และบางส่วนหันไปดูออนไลน์ แต่จริงๆ แล้วความสนุกยังอยู่ที่ตัวทีวี”

จุดแข็งของพีพีทีวียังอยู่ที่รายการฟุตบอล และต่อไปจะเป็น “ละคร” ที่จะลงทุนในรูปแบบเดียวกับช่องใหญ่ มีทั้งทีมงาน ดาราดังและดาราที่ช่องปั้นขึ้น และรายการใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา เชื่อว่าจะทำให้พีพีทีวีสร้างความแตกต่างได้มากขึ้นเรื่อยๆ

ที่จริงแล้ว ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา พีพีทีวีภายใต้การนำของสุรินทร์ พยายามทุ่มเม็ดเงินเพื่อปรับจุดยืน เพื่อขยายฐานคนดูมาตลอด และที่ปรับใหญ่ คือ การเป็น “เวิลด์คลาส เอ็นเตอร์เทนเมนต์” และก่อนหน้านี้คือการดึงรายการดังจากช่องอื่นมาเพื่อดึงคนดูในกลุ่มแมส แต่ก็มีหลายรายการยังไม่ถึงเป้าหมาย

“King of Games เรียลลิตี้เกมโชว์ ที่คาดหวังจะเจาะวัยรุ่นที่ชื่นชอบเกม ก็ยังไม่ “ปัง” อย่างที่คิด รวมทั้งรายการข่าวเรตติ้งก็ยังไม่ดีนัก ยกเว้นข่าวเข้มข่าวค่ำ ทำเรตติ้งได้เมื่อเทียบกับช่องอื่นๆ“

สุรินทร์ มองว่า จากนี้ไป โอกาสในการ “ซื้อ” รายการดีๆ ในราคา “ถูกลง” จะมีมากขึ้น เพราะคนซื้อหายากขึ้น ดังนั้นรายการแพงๆ ที่เคยซื้อมาแต่ทำเรตติ้งไม่ดีก็จะยกเลิก ไปซื้อรายการอื่นๆ แทน

“เราไม่คิดเหมือนช่องอื่นๆ เขาจะคุยเรื่องลดต้นทุน แต่เราคุยเรื่องทำอย่างไรจะได้รายการดีๆ เข้ามาและสร้างการเติบโตของรายได้

แม้พีพีทีวีจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงฐานดูได้รวดเร็ว แต่ด้วยคอนเทนต์รายการที่นำมาลง ทำให้ครึ่งปีแรกรายได้เติบโต 60% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานที่ต่ำ และยังขาดทุนกำไร แต่ภายในสิ้นปี รายได้จะเติบโตเท่าตัว หรือ 100%

เป้าหมายของสุรินทร์ คือ การนำพาพีพีทีวีขึ้นไปอยู่ในอันดับท็อป 3-5 ของทีวีดิจิทัล เพราะเรตติ้งไม่หนีกัน ยกเว้นอันดับ 1 และ 2 ที่เรตติ้งยังห่างไกล

“ผมเชื่อว่า ทีวีไม่เหมือนสินค้าอื่น คนดูทีวีไม่มีความผูกพัน เพราะเขาดูความบันเทิง ถ้าเรามีรายการบันเทิงที่เขาถูกใจ ก็สามารถดึงผู้ชมมาอยู่กับเราได้ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาเติบโต”

]]>
1233216
ช่อง 3 ส่งละคร 11 เรื่องลงผังครึ่งปีแรก หวังสู้ศึกเรตติ้ง https://positioningmag.com/1213943 Wed, 13 Feb 2019 11:57:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1213943 หลังจากทีวีดิจิทัลช่องต่างๆ ทยอยประกาศแผนปี 2562 ล่าสุดเป็นคิวช่อง 3 เปิดผังรายการ และละครครึ่งปีแรก ในงาน “เปิดวิกบิ๊ก 3 ติดมันส์” 2019 ด้วยละคร 11 เรื่อง

ช่วงแรก นำเสนอรูปแบบของ Showcase เปิดตัวละคร 3 เรื่องหลัก เรื่องแรก “กรงกรรม” นำแสดงโดย “เบลล่า-ราณี แคมเปญ” และ “เจมส์-จิรายุ” ร่วมกับ “ใหม่-เจริญปุระ”

ตามมาด้วย เรื่อง “รัก จัง เอย” นำแสดงโดย “แต้ว-ณฐพร” และ “เต๋อ-ฉันทวิชช์” เป็นของค่ายมหานิยมชมชอบ ซึ่งประเดิมการเป็นผู้จัดของนก-สินชัย เปล่งพานิช

ปิดท้าย “ซีรีส์ลูกผู้ชาย ภูผา-เพชร-ปัทม์” จากผู้จัด 3 ราย ภูผา ของผู้จัด ก้อง ปิยะ และ ชุ ชุดาภา จากบริษัท โซนิกซ์ บูม เพชร ของผู้จัด นก จริยา บริษัท เมกเกอร์เจ กรุ๊ป และ ปัทม์ ของผู้จัด เอิน ณิธิภัทร์ จากบริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น ที่ได้เหล่านักแสดงเลือดใหม่หลายชีวิต

จากนั้นเป็นช่วงที่ทัพนักแสดงจากละครครึ่งปีแรกทั้งหมดของช่อง 3 ทั้ง 11 เรื่อง ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง, กลิ่นกาสะลอง, หนี้รักในกรงไฟ, วัยแสบสาแหรกขาดโครงการ 2, เพลิงนาคา, สัตยาธิษฐาน, เพลิงพรางเทียน, แรงเงา 2, กรงกรรม, รัก จัง เอย และซีรีส์ลูกผู้ชายทั้ง 3 เรื่อง ภูผา, เพชร และ ปัทม์  ออกมาเดินพาเหรด เพื่อนำเข้าสู่งานปาร์ตี้ในช่วงที่ 2 ต่อไป

ช่วงนี้ มีทั้ง Show พิเศษในคอนเซ็ปต์ Ball FIVB ที่จะนำเพลง “เซตแล้วตบ” พร้อมกับนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติบนเวที เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำกีฬาวอลเลย์บอล กับกระแสตบช่วยชาติกันอีกครั้ง

ตามมาด้วยการเปิดตัวรายการข่าว พร้อมกับการเปิดตัวทีมข่าวและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ซึ่งในปีนี้ช่อง 3 ใช้กลยุทธ์รุกคอนเทนต์ข่าวแบบจัดเต็มตลอดทั้งวัน

งานนี้ ช่อง 3 หวังเต็มที่ว่า ละครทั้ง 11 เรื่องที่นำมาลงจอ จะช่วยดึงเรตติ้งคนดู และรายได้ให้กลับคืนมา.

]]>
1213943
ละครปัง! ช่อง 7 โกยเรตติ้ง ม.ค.ทิ้งห่างช่อง 3 https://positioningmag.com/1212169 Mon, 04 Feb 2019 14:23:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1212169 หลังจาก “ทีวีดิจิทัล” ในกลุ่มผู้นำประกาศแผนปี 2562 ด้วยการขนทัพละคร วาไรตี้ ข่าว ลงจอกันตั้งแต่ต้นปีแบบไม่มีใครยอมใคร ในศึกแย่งชิงเรตติ้งผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณา 7 หมื่นล้านบาท ในอุตสาหกรรมทีวี

คราวนี้มาดูสรุปตัวเลขเรตติ้ง “ทีวีดิจิทัล” เดือนมกราคม 2562 กันว่าใครทำผลงานไปได้มากน้อยแค่ไหน โดยสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ (วส.) สำนักงาน กสทช. รายงานเรตติ้ง 10 อันดับแรก คือ ช่อง 7 (7HD) ช่อง 3 (3HD) โมโน 29 เวิร์คพอยท์ทีวี  ไทยรัฐทีวี ช่อง One ช่อง 8 ช่อง 3SD อมรินทร์ทีวี และ นาว 26 ตามลำดับ

ในเดือนมกราคม 2562 ช่องรายการที่เรตติ้งสูงสุด 10 อันดับแรก ยังเป็นกลุ่มช่องรายการเหมือนเดือนธันวาคม 2561 แต่มีเพียง 2 ช่อง ได้แก่ ช่อง 7 และไทยรัฐทีวี ที่มีเรตติ้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ย้อนตัวเลขสิ้นปี 2561 ช่อง 7 มีเรตติ้งเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 1.827 เฉพาะเดือนธันวาคม 2561 เรตติ้งช่อง 7 อยู่ที่ 1.876 ส่วนเดือนมกราคม เรตติ้งขยับไปที่ 1.942 หรือมีเรตติ้งเพิ่มขึ้น 0.066

ส่งผลให้เรตติ้งเฉลี่ยของช่อง 7 เดือนมกราคม 2562 นำห่างช่อง 3 ที่มีเรตติ้งลดลงจากเดือนธันวาคม ช่อง 7 เรตติ้งจากละครเย็นเรื่อง พ่อตาปิ่นโต ตอนหลานข้าใครอย่าแตะ มีเรตติ้งเฉลี่ย 6.433 ส่วนละครค่ำหลังข่าวก็ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน โดยเรื่องจ้าวสมิง มีเรตติ้งเฉลี่ยทั้งเรื่อง 6.333 และเรื่องสารวัตรใหญ่ที่กำลังออกอากาศมีเรตติ้งเฉลี่ยเดือนมกราคม 7.352

นอกจากนี้ การถ่ายทอดสดฟุตบอลเอเอฟซี เอเชี่ยนคัพ 2019 และเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ก็ได้รับความนิยมจากฐานคนดูทั่วประเทศ

บ่วงนฤมิต

ฟากช่อง 3 ผู้นำเรตติ้งอันดับ 2 เจอกระแสดราม่า ”แมท ภีรนีย์” ที่เปิดตัวคบหวานใจ ”สงกรานต์ เตชะณรงค์” เข้าไปเต็มๆ ตั้งแต่ต้นปี ทำให้ละคร ”บ่วงนฤมิต” ซึ่งนำแสดงโดย “แมท ภีรนีย์” ที่ออกอากาศในเดือนมกราคม เรตติ้งไม่เปรี้ยง จนถูกตัดเนื้อหาเหลือ 9 ตอนจบ

ละครบ่วงนฤมิต โดยเริ่มออนแอร์วันที่ 2 มกราคม และจบวันที่ 30 มกราคม 2562 เรตติ้งทั่วประเทศต่ำสุดอยู่ที่ 1.5 และสูงสุดที่ 2.1 ถือเป็นละครค่ำเรตติ้งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เรื่องหนึ่งของช่อง 3 ก็ว่าได้

เมื่อละครไพรม์ไทม์เรตติ้งเข็นไม่ขึ้น จึงส่งผลให้เดือนมกราคม ช่อง 3 ทำเรตติ้งไปได้เพียง 1.072 ต่ำกว่าเดือนธันวาคมที่ 1.108 หลังจากนี้ช่อง 3 คงต้องไปรอลุ้นละครเรื่องใหม่ ”ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง” ที่เปิดตัวตอนแรกด้วยเรตติ้ง 4 มีสิทธิ์ลุ้นว่าจะตามรอยโกยเรตติ้งถล่มถลายแบบ ”บุพเพสันนิวาส” หรือไม่

อีกช่องที่ทำเรตติ้งเพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2562 คือ ไทยรัฐทีวี มีเรตติ้ง 0.501 เพิ่มขึ้น 0.088 จากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้เรตติ้งเฉลี่ยของช่องในเดือนมกราคม ขยับจากอันดับ 7 ขึ้นสู่ อันดับ 5 ทิ้งห่างช่องวัน และช่อง 8 ได้อีกครั้ง โดยรายการที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วประเทศคือ “ไทยรัฐนิวส์โชว์” โดยเฉพาะช่วงที่มีการถ่ายทอดสดพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 มกราคม 2561 มีเรตติ้งสูงถึง 3.091.

]]>
1212169
ต้องบู๊เท่านั้นถึงเอาอยู่ ช่อง 7 จัดละครบู๊เป็นชุด เตรียมส่ง “เพชรพระอุมา” ชิงเรตติ้ง สู้ศึกทีวีดิจิทัล https://positioningmag.com/1210400 Sun, 27 Jan 2019 23:07:17 +0000 https://positioningmag.com/?p=1210400 เป็นอีกปีที่สมรภูมิทีวีดิจิทัลยังคงแข่งขันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร

ช่องเบอร์ใหญ่อย่างช่อง 7 ต้องเจอคู่แข่งหน้ามากหน้าหลายตาที่เข้ามาแย่งชิงเค้กโฆษณาก้อนเดิม แม้ว่า ช่อง 7 ยังเป็นเบอร์ 1 ครองเม็ดเงินโฆษณาเป็นอันดับแรกก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่า ช่อง 7 ต้องเผชิญภาวะยากลำบากมากขึ้น ไม่ว่าจะโดนดึงรายการดังที่อยู่คู่กับช่องมาเป็นเวลานานอย่างกิ๊กดู๋จนทำให้ช่อง 7 ต้องแก้ลำด้วยการถอนออกจากผังรายการทันที

ไม่ทันข้ามปี ช่อง 7 รีบชิงประกาศผังรายการใหม่ทันที เพื่อให้รู้ว่าช่อง 7 ยังมีขุมกำลังอยู่ โดยเฉพาะการเน้นย้ำผังละครที่มีละครแนวบู๊ สู้กันสนั่นจอ เป็นพระเอกในการฟันเรตติ้ง รวมถึงการเดินหน้าละครเพชรพระอุมาจากนวนิยายชื่อดัง 

เพชรพระอุมา” นวนิยายแนวผจญภัยในตำนาน ของพนมเทียนที่มีความยาวมากที่สุดของไทย ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี โดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน .. 2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน .. 2535 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน จำนวนทั้งหมด 48 เล่ม เป็นเรื่องที่มีผู้รอคอยอยากจะเห็นตัวเอกของเรื่อง ทั้ง รพินทร์ ไพรวัลย์, แงซาย และ คุณหญิงดาริน ออกมาโลดแล่นในทีวีมากที่สุด 

ช่อง 7 ได้ซื้อลิขสิทธิ์ “เพชรพระอุมามาไว้ในมือนานแล้ว ตั้งแต่ยุคทีวีแอนะล็อก ตัดหน้าช่อง 3 ที่มีการเข้าไปเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ก่อนหน้านี้ แต่ช่อง7 ก็ยังไม่ตัดสินใจสร้างเป็นละคร เสียที จนล่าสุดมีข่าวว่า ช่อง 7 ตัดสินใจให้ค่ายโคลีเซี่ยม เป็นผู้ผลิตละครฟอร์มยักษ์เรื่องนี้แล้ว

ช่อง 7 มีผู้ผลิตละครบู๊ในช่องหลากหลายค่าย นอกจากโคลีเซียมแล้ว ยังมีทั้งค่าย ฉลอง ภักดีวิจิตร, ค่าย 9 บีเวอร์ ของ โอลิเวอร์ บีเวอร์ ผู้สร้างเล็บครุฑ, ค่ายป๊าสั่งย่าสอน ของกลุ่มกันตนา ที่สร้างละครสารวัตรใหญ่ แต่ช่อง 7 ก็ตัดสินใจให้กับกลุ่มโคลีเซียม เพราะเห็นจากผลงานละครล่าสุดจ้าวสมิงที่ช่วยฟื้นเรตติ้งของช่องในช่วงไตรมาสุดท้ายของปีที่แล้วมาได้ 

เมื่อปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่ละครช่วงหลังข่าวของช่อง 7 เผชิญสภาพเรตติ้งลดต่ำลง ไม่มีละครเรื่องใดทำเรตติ้ง 2 หลักได้เลย ละครเรื่องที่ทำเรตติ้งสูงสุดคือสัมปทานหัวใจที่มีเวียร์ศุกลวัฒน์ นำแสดง ได้เรตติ้งเฉลี่ยทั้งเรื่อง 7.627 ส่วนเรื่องที่ทำเรตติ้งต่ำสุด ที่จบในปี 2561 คือพ่อมดเจ้าเสน่ห์เรตติ้งเฉลี่ย 3.60 เท่านั้น 

ส่วนละครที่มีเรตติ้งรองลงมา ส่วนใหญ่เป็นละครบู๊จ้าวสมิงละครที่กลับมาฟื้นเรตติ้งช่วงละครหลังข่าวช่อง 7 ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาถึงต้นปีนี้ ให้กลับมาคึกคักต่อไปได้จ้าวสมิงทำเรตติ้งเฉลี่ยไว้ 6.35 

นอกจากละครหลังข่าว 2 ทุ่มแล้ว เมื่อปลายปีช่อง 7 ยังจัดละครบู๊แนวตลาดต่างจังหวัดลงผังช่วงละครเย็นพ่อตาปืนโต ตอนหลานข้าใครอย่าแตะของค่ายอาฉลองฉลอง ภักดีวิจิตรมาลงเรียกเรตติ้ง ในปลายเดือนธันวาคม เรียกเรตติ้งกระฉูด เรตติ้งเฉลี่ยเกิน 6 แต่กลยุทธ์การจัดวางละครเย็นชุดนี้ของช่อง 7 ยังตั้งใจจัดมาชนกับละครอังกอร์ของช่อง 3 ผลิตโดยค่าย อาหลอง จูเนียร์ ของลูกชายอาหลอง ที่ช่อง 3 วางแผนมารีรันในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยช่อง 7 ยอมเลื่อนตอนจบของไฮโซสะออนมาออนแอร์ชนกันวันที่ 20 ธันวาคม 

อังกอร์ เป็นละครบู๊นอกสายตา ที่สามารถสร้างเรตติ้งมาเป็นอันดับ 2 ของช่อง 3 ในปีนี้ ด้วยเรตติ้งเฉลี่ย 5.311 จนช่อง 3 นำมารีรันอีกครั้ง 

สำหรับในปีนี้ แนวละครช่อง 7 เกือบครึ่งเป็นละครแนวบู๊ มีตั้งแต่บู๊สนั่น ถึงใจคอละครแอคชั่น เช่น มังกรเจ้าพระยา, ร้อยป่า และ สารวัตรใหญ่ ที่กำลังออกอากาศ และบู๊ รักโรแมนติก ดราม่า ในอีกหลายๆ เรื่อง เนื่องจากเห็นแนวโน้มแล้วว่า ละครบู๊ จะสามารถตรึงผู้ชมให้อยู่กับช่องได้อยู่หมัดมากกว่าแนวละครอื่นๆ ที่หลายๆ ช่องสามารถผลิตออกมาแข่งขันได้ อีกทั้งยังเป็นแนวคอนเทนต์ที่ตรงใจฐานผู้ชมช่อง 7 โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด 

จากการเปิดตัวละครของทั้งช่องวันในเดือนมกราคมนี้ ส่วนใหญ่เป็นละครหลากหลายแนว ไม่ได้เน้นละครบู๊มากนัก ส่วนของช่อง 3 ที่จะมีการจัดงานเปิดตัวละครใหม่ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ก็ไม่ได้เน้นที่ละครบู๊ แนวแมสเช่นดียวกับช่อง 7 

ไม่ใช่ว่าช่อง 7 จะมีแค่แนวบู๊เท่านั้น ปีนี้ยังขยายแนวละครออกมาหลากหลายมากขึ้น ทั้งพีเรียด ดราม่า รักโรแมนติก เพื่อหวังดึงฐานผู้ชมพื้นที่ในเมืองด้วยเช่นกัน มีกลยุทธ์การจัดละครชิงผู้ชมตัดหน้าคู่แข่งในตลาดคนเมือง เช่น วางบ่วงสไบละครพีเรียด สยองขวัญ จากนิยายดังของภาคินัยผู้แต่งคนเดียวกับละครนางชฎา” ที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมาก ลงตัดหน้าละครทองเอก หมอยา ท่าโฉลงละครพีเรียดคอมเมดี้ แนวเดียวกับพ่อมากพระโขนงที่จะเริ่มออนแอร์ 31 มกราคมนี้ เป็นละครที่ช่อง 3 คาดหวังว่าจะติดตลาดโกยความนิยมได้สูงในปีนี้

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์หลักของช่อง  7 ก็ยังคงยืนหยัดกับละครบู๊ นอกจากเพชรพระอุมา” แล้ว ช่อง 7 ยังมีสต๊อกลิขสิทธิ์นิยายของพนมเทียนอีกชุดใหญ่ และลิขสิทธิ์ละครบู๊เรื่องอื่นๆ อีกมาก ที่ช่อง 7 เชื่อว่าตลาดนี้ ยังคงทำให้ช่อง 7 ยืนหนึ่ง แบบยืนหยัดได้ยาวๆ.

]]>
1210400
ละคร 10 เรื่อง พีพีทีวีเตรียมลงจอ https://positioningmag.com/1209697 Tue, 22 Jan 2019 12:01:53 +0000 https://positioningmag.com/?p=1209697 1209697 กระแสเท “แมท ภีรนีย์” สะเทือนถึงดวงดาว https://positioningmag.com/1209245 Sun, 20 Jan 2019 23:07:55 +0000 https://positioningmag.com/?p=1209245 ยังเป็นกระแสข่าวฮอตไม่เลิก เมื่อทุกการขยับทุกย่างก้าวของ “แมท ภีรนีย์” ล้วนเป็นข่าว ยิ่งการแสดงออกถึงความมั่นใจอย่างสุดขั้วของเธอ ทำให้ล่าสุด กองละคร “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” ของค่ายบรอดคาสต์ ช่อง 3 ต้องออกมาอ้อนคนดูให้เป็นกำลังใจให้นักแสดงและทีมงานละครเรื่องนี้ แต่ก็ยังโดนคนเข้าไปถล่ม ที่พุ่งเป้าไปที่ลงที่ “แมท ภีรนีย์” กันอย่างหนัก

กระแสข่าวที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดความน่ากังวลกับผลงานละครใหม่ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ว่า จะเกิดผลกระทบต่อเนื่องจากกระแสข่าวต่อไปหรือไม่ เมื่อกองละครยังคงเดินหน้าถ่ายทำกันอย่างต่อเนื่อง มีกำหนดปิดกล้องละครในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยช่อง 3 วางแผนไว้ออกอากาศในช่วงกลางปีนี้

“ลิขิตรักข้ามดวงดาว” ละครฟอร์มยักษ์ ที่มาพร้อมอุปสรรคที่ต้องก้าวข้ามให้ได้ 

ความจริงแล้วละคร “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” หรือ My Love From Another Star ซีรีส์เกาหลีสุดฮิต ที่ค่ายบรอดคาสต์ซื้อลิขสิทธิ์เกาหลี ก็มีเรื่องราวอุปสรรคมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มซื้อลิขสิทธิ์ การวางตัวนักแสดง ผู้กำกับ ฉาก

ภาพจาก : http://www.ch3thailand.com

ละครเรื่องนี้มีการวางตัว “ณเดชน์ คูกิมิยะ” นักแสดงคิวทองตัวท็อปของช่องเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ในบทของ “อชิระ” หรือ โทมินจุน ในเวอร์ชั่นเกาหลี ในบทของ มนุษย์ต่างดาวตกยานที่อาศัยอยู่บนโลกมานานรอวันกลับดาวตัวเอง แต่ระหว่างช่วงเวลาที่เขารอคอยการจากโลกใบนี้ไป กลับต้องมาเจอความป่วนของ ฟ้ารดา หรือ ชอนซงอี ในบทซุปตาร์ตัวแม่ สาวสวยข้างห้อง จนเกิดความรักสุดโรแมนติก

โดยที่บทของ ฟ้ารดา ก็ได้มีการวางตัว “แมท ภีรนีย์” ไว้ ซึ่งถือเป็นละครฟอร์มยักษ์เรื่องแรกในชีวิตการแสดงของ “แมท” จากที่แสดงมา 18 เรื่อง ถึงขนาดที่ว่า “แมท” ปฏิเสธไม่รับละครเรื่องอื่น เพื่อเคลียร์คิวทั้งหมดสำหรับแสดงเรื่องนี้เลยทีเดียว

เมื่อได้คิวนักแสดง วางตัวผู้กำกับ ทีมงานเรียบร้อย ละครเรื่องนี้มีการบวงสรวงครั้งแรกเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2560 โดยมี “ปุ๊ก –พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์” เป็นผู้กำกับ ซึ่งเคยมีผลงานการกำกับละคร “ซ่อนรักกามเทพ” ให้กับค่ายบรอดคาสต์มาแล้ว ผลงานสร้างชื่อของปุ๊ก คือ ภาพยนตร์ “ไอ้ฟัก”

ละครเปิดกล้องในปลายเดือนพฤศจิกายน 2560 มีการถ่ายฉากสำคัญ ฉากใหญ่นอกสถานที่ไปหลายฉาก เพื่อรอการสร้างฉากในสถานที่ ที่เป็นฉากคอนโดที่พัก ที่โรงถ่ายหนองแขม ที่ว่ากันว่า ทุ่มทุนเป็นหลักสิบล้านเพื่อให้เหมือนต้นฉบับซีรีส์เกาหลีกันเลยทีเดียว

การถ่ายทำในช่วงแรก ว่ากันว่า เป็นไปอย่างเคร่งเครียดกันทั้งกอง ทั้งๆ ที่เป็นละครโรแมนติกดราม่าปนคอมเมดี้ ถ่ายทำกันไปไม่นาน ได้ประมาณ 10% ก็ต้องหยุดถ่ายทำ พร้อมกับข่าวการลาออกยกทีมผู้กำกับ เนื่องจาก ปุ๊ก-พันธุ์ธัมม์ ไปรับตำแหน่งผู้ดูแลคอนเทนต์ละคร ของช่องจีเอ็มเอ็ม 25 แทน “พี่ฉอด-สายทิพย์” ซึ่งต้องโยกไปทำบริษัทผลิตคอนเทนต์

เมื่อเปลี่ยนผู้กำกับคนใหม่ “ใหม่-ภวัต พนังคศิริ ที่เพิ่งประสบความสำเร็จจากละคร “บุพเพสันนิวาส” มารับหน้าที่แทน ละครต้องเริ่มกันใหม่หมด มีการปรับเปลี่ยนตัวนักแสดง เนื่องจากคิวนักแสดงรวน มีการบวงสรวงกันใหม่ เป็นรอบที่ 2 เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2561

เนื่องจาก “ใหม่-ภวัต” ต้องกำกับละครซ้อนกันถึง 2 เรื่องคู่กับ “เพลิงรัก เพลิงแค้น” ที่เปิดกล้องมาตั้งแต่กรกฎาคม 2560 ทำให้การถ่ายทำล่าช้าทั้ง 2 เรื่อง เนื่องจากผู้กำกับต้องทำงาน 2 เรื่องในเวลาเดียวกัน

อุปสรรคการถ่ายทำมีมาเป็นระยะตามประสาละครฟอร์มยักษ์ แม้นักแสดงหลักเทคิวลงเรื่องเดียว แต่ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับกรณีมรสุมข่าว “แมท” ที่โหมกระหน่ำอยู่ทุกวันนี้

Case study พฤติกรรมดารา กระทบรายได้ช่อง

เดิมทีละคร “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” เป็นเรื่องที่ช่อง 3 คาดหวังหนักมากว่าจะเป็นหนึ่งในละครที่สร้างผลงาน เรตติ้งเปรี้ยงที่สุดเรื่องหนึ่งเมื่อออกอากาศ แต่ช่อง 3 และทางบรอดคาสต์ ผู้จัด กำลังต้อง “ร้อนๆ หนาว” จากดราม่า “แมท ภีรนีย์”

หลังจากกรณีดราม่าไม่ปลื้ม “แมท ภีรนีย์” ที่ประกาศคบหาสงกรานต์ เตชะณรงค์ พ่อหม้ายป้ายแดงจนกลายเป็นกระแสต่อเนื่อง หลังจากค่ายบรอดคาสท์ โพสต์ไอจี ฝากติดตามชม #ลิขิตรักข้ามดวงดาว ต้องเจอกระแสคนดูคอมเมนต์ไม่ดูละคร “ลิขิตรักข้ามดวงดาว” หากไม่เปลี่ยนตัวนักแสดง แต่ดูเหมือนว่าคงเป็นไปได้ยากแล้ว เพราะละครถ่ายทำล่าช้ามาเกิน 1 ปี ลงทุนไปมากกว่า 50 ล้านบาท งบประมาณเริ่มบานปลายมากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวอย่างกรณีละคร “บ่วงนฤมิต” ที่กำลังออนแอร์ผ่านมา 6 ตอน กลายเป็นละครหลังข่าว 2 ทุ่ม ที่มีเรตติ้งต่ำที่สุดของช่อง 3

หากเป็นไปตามแผนงานเดิม ละครเรื่องนี้คาดว่าจะออนแอร์ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้ ซึ่งต้องมีเตรียมแผนงานก่อนละครออนแอร์ ตั้งแต่การขายงานให้เอเจนซี่โฆษณา การทำแผนประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมต่างๆ

ถ้าตัว “แมท ภีรนีย์” ยังเป็นกระแสทางลบในสังคม โอกาสที่ขายโฆษณาล่วงหน้ากับกลุ่มเอเจนซี่น่าจะเป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะมี “ณเดชน์” เป็นแม่เหล็กก็ตาม และณเดชน์อาจจะเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้ามากมาย แต่เมื่อมาลงละครกับนักแสดงที่มีกระแสแอนตี้สูง เจ้าของสินค้า อาจจะต้องลังเลใจ รวมถึงการทำประชาสัมพันธ์เปิดตัวละคร เป็นโจทย์ใหญ่ของทีมงานอาจทำได้ยากกว่าปกติ จะหวังพึ่งพลังระดับซุปตาร์ของณเดชน์ไว้คนเดียวคงเอาไม่อยู่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจจะไปซ้ำเติมสถานการณ์การเงิน ผลประกอบการของช่อง 3 ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงรุ่งโรจน์เหมือนในอดีต จากการแข่งขันของวงการทีวีสูงมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

กรณี “แมท ภีรนีย์” สะท้อนชัดเจนว่าการสร้างงานละครเรื่องหนึ่ง ก่อนที่ผลงานจะออนแอร์ ทุกองค์ประกอบของงานล้วนมีความสำคัญ ยิ่งเป็นละครฟอร์มใหญ่ ความคาดหวังกดดันสูง หากพลาดเพียงจุดเดียว ส่งผลกระทบมากมายและอาจลุกลามเป็นโดมิโนต่อเนื่อง พลาดเพียงเรื่องเดียวก็อาจสะเทือนไปทั้งช่องเช่นนี้ บทเรียนนี้ น่าจะเป็นกรณีศึกษากันต่อไป.

]]>
1209245
สมรภูมิทีวีปี 62 เริ่มแล้ว ช่อง 3-7-วัน จัดหนักจัดเต็ม ส่งละครชุดใหญ่ลงจอ หวังชิงงบโฆษณาช่วงขาขึ้นเดือน ก.พ. https://positioningmag.com/1207897 Sun, 13 Jan 2019 02:57:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1207897 หลังจากผ่านช่วงใช้งบโฆษณาน้อยที่สุดของปี เดือนธันวาคมต่อเนื่องมายังเดือนมกราคมเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว ถึงเวลาที่แต่ละช่องต้องจัดของหนัก หวังชิงส่วนแบ่งโฆษณาที่เริ่มฟื้นตัวประจำปีกันแล้ว 

จากข้อมูลของนีลเส็น มูลค่างบโฆษณาในปี 2561 ที่มีมูลค่ารวมทุกช่อง 67,936 ล้านบาท พบว่าเดือนมกราคมของปีที่แล้ว เป็นเดือนที่มีมูลค่าโฆษณาน้อยที่สุดของปี เป็นมูลค่า 4,527 ล้านบาท หลังจากนั้นงบโฆษณาจึงเริ่มกระเตื้องขึ้นในเดือนถัดๆ ไป จนไปสูงสุดในเดือนมิถุนายน มีมูลค่าโฆษณารวมทุกช่องอยู่ที่ 6,344 ล้านบาท 

ช่อง 3 ประกาศขยับก่อน ต้อนรับเดือนโฆษณาเริ่มเข้า โดยการประกาศจัดละครชุดใหญ่ นำทีมโดยทองเอก หมอยา ท่าโฉลงละครพีเรียดคอมเมดี้ สายฮา เน้นๆ มาแนวพี่มาก พระโขนง เวอร์ชั่นละครทีวีที่ได้ มาริโอ้ เมาเร่อ และ คิมเบอร์รี่ นำแสดง ลงจอ 6 กุมภาพันธ์ เป็นละครความหวังแห่งปีของช่อง 3 คาดหวังลึกๆ กันว่าจะสร้างกระแสฮือฮาได้เหมือนกับปีที่แล้ว ที่ช่อง 3 วางบุพเพสันนิวาสลงจอในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จนกลายเป็นละครสร้างเรตติ้งสูงสุดในยุคทีวีดิจิทัลมาแล้ว

นอกจากนี้ ยังเตรียมวางละครดราม่าแรง สะท้อนสังคมกงกรรมที่ได้เบลล่า ราณี” มาแสดงเป็นโสเภณีเป็นครั้งแรก ลงจอต่อจากตุ๊กตาผี” และซีรีส์ลูกผู้ชาย ภูผา เพชร ปัทม์ ชุดละครเปิดตัวนักแสดงรุ่นใหม่ของช่อง 3 เป็นซีรีส์ 3 ตอนต่อเนื่องกัน ลงยาวศุกร์อาทิตย์

ในขณะที่ช่อง 7 ใช้กลยุทธ์ปรับแผนการประกาศละครชุดใหม่ลงช้ากว่าช่อง 3 เพื่อหวังวางละครประกบช่อง 3 เต็มที่

 เริ่มด้วยละครดราม่านางร้ายนำแสดงโดยนาว ทิสานาฏ มาประกบละครผีตุ๊กตาผี” ช่อง 3 โดยนางร้าย” เริ่ม 15 มกราคม 

บ่วงสไบ

จัดพีเรียดชนพีเรียดด้วยละครผี สยองขวัญบ่วงสไบจากนิยายดังของภาคินัยนำแสดงโดยนิววงศกร และ กรีนอัษฎาพร มาชนกับทองเอก หมอยา ท่าโฉลงช่อง 

ส่วนศุกร์อาทิตย์ ช่อง 7 จัดละครบู๊สนั่นสารวัตรใหญ่ นวนิยายดังจากบทประพันธ์ของ พล...วสิษฐ เดชกุญชร ได้กันกันตพงศ์และเปรี้ยวทัศนียาเป็นดารานำ มาลงประกบกับซีรีส์ลูกผู้ชาย” 

พร้อมทั้งยังมีข่าวว่าช่อง 7 เตรียมวางพชรมนตราละครแนวลึกลับ สยองขวัญ ได้พระเอกเบอร์หนึ่งของช่อง 7 “เวียร์ศุกลวัฒน์และโบว์เมลดาลงออนแอร์ต่อในล็อตต่อไปอีกด้วย  

ละครรักไม่ลืม

สำหรับช่องวัน ที่ประกาศมาแล้ว ละครศุกร์เสาร์เรื่องใหม่รักไม่ลืมมาแทนหน้ากากแก้ว”   

กลยุทธ์ลด cost  จัดละครรีรัน ละครดอง ช่วงงบโฆษณาน้อย  

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 ในเดือนธันวาคม เป็นช่วงที่หลายช่องจัดละครรีรันลงชุดใหญ่ นำโดยช่อง 3 จัดละครรีรันชุดใหญ่ในช่วงปลายปีถึง 2 เรื่องลิขิตรัก The Crown Princess” และอังกอร์ เพื่อประหยัดงบในเดือนงบโฆษณาน้อย แม้จะโดนกระแสโจมตียกใหญ่แต่ผลปรากฏว่า ละครรีรันกลับทำเรตติ้งดีกว่าละครใหม่ของเดือนโดยเฉพาะอังกอร์ทำเรตติ้งตอนจบสูงถึง 4.166  

ส่วนช่องวัน และช่อง 8 ก็จัดรีรันละครช่วง มาราธอน โดยช่องวัน รีรันทั้งละครเก่าและละครใหม่พรหมไม่ได้ลิขิต, สงครามนักปั้น และ หน้ากากแก้ว แต่ช่อง 8 เลือกละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่องในปี 2561 “สาปกระสือ” มาจัดลงรีรัน

ในขณะที่ช่อง 7 โชว์ป๋า ยืนหนึ่งมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ด้วยการวางพ่อตาปืนโต ตอนหลานข้าใครอย่าแตะเป็นละครเย็น ของค่ายฉลอง ภักดีวิจิตร มาชนกับละครของค่ายอาหลอง จูเนียร์อังกอร์ที่ช่อง 3 จัดมารีรัน ด้วยความตั้งใจให้ละครของผู้จัดกลุ่มเดียวกันพ่อลูก แต่ต่างช่องมาชนกันเอง ผลลัพธ์ ละครช่อง 7 ฟันเรตติ้งนำโด่งตามคาด และจัดละครบู๊จ้าวสมิง กวาดเรตติ้งช่วงศุกร์อาทิตย์ยาวต่อเนื่องถึงช่วงปีใหม่

แต่ที่น่าคิดตามคือ จัดละครฟอร์มใหญ่ลงผังในช่วงโฆษณามาน้อย ได้เรตติ้งแต่อาจจะไม่ได้เงิน จะถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

พอมาถึงเดือนมกราคม ที่โฆษณายังไม่เข้ามากนัก ช่อง 3 จึงจัดละคร ดองอย่างบ่วงนฤมิตที่ค้างสต๊อกอยู่นานกว่า 2 ปี แถมโดนกระแสดราม่าข่าวของแมท ภีรนีย์ทำเรตติ้งเฉลี่ยจากการออกอากาศไปได้ 4 ตอน ได้แค่เพียง 1.768 เท่านั้น คาดว่าเรตติ้งเฉลี่ยช่อง 3 ในช่วงเดือนมกราคมนี้ น่าจะเป็นช่วงที่มีเรตติ้งต่ำสุดของช่องตามความเบาบางของเรตติ้งละครหลังข่าว 2 ทุ่ม ที่คาดหวังไว้กับละครตุ๊กตาผีเป็นเรื่องหลัก

ผลของเรตติ้งประจำสัปดาห์ช่วงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 – 6 มกราคม 2562 สัปดาห์แรกของเดือนมกราคม เรตติ้งเฉลี่ยช่อง 7 = 1.849 นำโด่งทุกช่อง ในขณะที่ช่อง 3 ได้ 1.085 ในอันดับ 2 โดยมีช่องโมโนได้พลังหนังดังต่างประเทศ ทำเรตติ้งตามติด ด้วยเรตติ้งเฉลี่ย 0.957

เมื่อเข้าสู่ช่วงแย่งชิงส่วนแบ่งงบโฆษณากันเต็มที่ เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป หน้าจอทีวีจึงกลับมาคึกคักร้อนระอุอีกครั้ง ผู้ชมได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ จากคอนเทนต์หลากหลายให้เลือก จะมีละครเรื่องไหนจะเข้าวิน เป็นกระแส Talk of the town ได้หรือไม่ รอติดตาม.

]]>
1207897
ช่อง 7 เอาจริง อัดละคร 30 กว่าเรื่องลงผัง ดึงนุ่น วรนุช–อัม พัชราภา ลงจอ หวังเรียกเรตติ้งปี 62 https://positioningmag.com/1204299 Thu, 20 Dec 2018 12:42:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1204299 ต้องนับเป็นช่วงส่งท้ายปี ที่ช่อง 7 ต้องออกมาประกาศผังรายการในปี 2562 กันแบบจัดเต็ม หลังจากประกาศเพิ่มเวลาข่าว เติมรายการวาไรตี้ทั้งในและต่างประเทศ คราวนี้มาถึงคิวละครคอนเทนต์ “ไฮไลต์” ของช่อง 7 ที่ประกาศว่าปีหน้าจะส่งละครลงจอกว่า 30 เรื่อง ทั้งแนว แอ็กชั่น ดราม่า โรแมนติก คอมเมดี้

นอกจากพระเอกดังเจ้าประจำของช่อง อย่าง เวียร์ศุกลวัฒน์, อ๋อมอรรคพันธ์ พอร์ชศรัณย์ ที่ลงจอคนละ 2-3 เรื่องแล้ว งานนี้ ช่อง 7 ยังได้ดึงเอา นุ่นวรนุช กลับมาร่วมงานอีกครั้ง กับละครพีเรียด เพลิงเสน่หา ปะทะบทบาทกับ เคลลี่ ธนะพัฒน์ เจี๊ยบโสภิตนภา ร่วมด้วยพระเอกนางเอกดาวรุ่ง โดนัทภัทรพลฒ์ และ ปูเป้เกศรินทร์

รวมถึงยังมีละครเรื่องใหม่ ของนางเอกซุปตาร์ อั้มพัชราภา ที่จะออนแอร์ปีหน้าเช่นกัน เรียกว่าจัดเต็มดาราแบบเต็มพิกัด 

พระเอกของช่อง เวียร์ศุกลวัฒน์ ประกบกับ 4 นางเอก จากละคร 3 เรื่อง 3 รส ได้แก่

พชรมนตรา แนวอาถรรพ์ ลึกลับ พบ โบว์เมลดา และ ฮาน่า ลีวิส และเปลี่ยนมาประกบคู่สร้างเสียงหัวเราะกับ เซฟฟานี ในละครคอมเมดี้น่ารัก ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์ และพาแฟนๆ ฟินไปกับการโคจรมาพบกันอีกครั้งกับคู่จิ้นในจอ ฐิสาวริฎฐิสา ในละครโรแมนติกแอ็กชั่น ยอดรักนักรบ 

ต่อกันที่ อ๋อมอรรคพันธ์ พร้อมเสิร์ฟความมันจากละคร 2 เรื่อง 2 อารมณ์ อย่างละครฟอร์มยักษ์ในตำนาน อินทรีแดง จากบทประพันธ์ของ เศก ดุสิต ปะทะฝีมือกับ  อ๊อฟชนะพล และ โบว์เมลดา และเชือดเฉือนอารมณ์กับ เกรซกาญจน์เกล้า นุสบา ปุณณกันต์ ใน เรือมนุษย์ บทประพันธ์ชั้นครูจากปลายปากกาของ กฤษณา อโศกสิน ต่อด้วยพระเอกมากฝีมือ พอร์ชศรัณย์ กับบทใหม่ ฝาแฝด 2 บุคลิก ปะทะฝีมือกับ เกรซกาญจน์เกล้า และนางเอกน้องใหม่สายดราม่า พระพายรมิดา พร้อมนักแสดงเจ้าบทบาท ดวงดาว จารุจินดา กับบทประมุขผู้เฉียบขาด ผู้กุมชะตาของทุกชีวิต ใน สวยซ่อนคม

ด้านแฟนๆ ของนางเอกสาว มินพีชญา พลิกบทบาทครั้งสำคัญกับบทบาทฝาแฝดที่ต่างกันสุดขั้ว ในละคร สองนรี ประกบคู่ ธันวา และ เกรทสพล ต่อด้วยละครสุดเข้มข้นจากนางเอกมากฝีมือ ยุ้ยจีรนันท์ กับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญในบท เดือนดารา หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ประชันฝีมือกับ บิ๊กเอ็มกฤตฤทธิ์ ตูนพิมพ์ปวีณ์ เอกรังสิโรจน์ ในวิมานมนตรา และเซอร์ไพรส์แฟนละครกับการกลับมาอีกครั้งของ นุ่นวรนุช กับละครพีเรียดสุดแซ่บ เพลิงเสน่หา ปะทะบทบาทกับ เคลลี่ ธนะพัฒน์ เจี๊ยบโสภิตนภา ร่วมด้วยพระเอกนางเอกดาวรุ่ง โดนัทภัทรพลฒ์ และ ปูเป้เกศรินทร์

ต่อกันด้วยซีรีส์ฟอร์มใหญ่ สุภาพบุรุษจอมโจรพบการพลิกบทบาทของ ไมค์ภัทรเดช กับบทพระเอกฝาแฝด 2 เรื่อง ดวงใจขบถประชันกับ หลุยส์ เฮส แคทซอนญ่า และเรื่องมธุรสโลกันตร์ พบ มุกมุกดา น้ำรพีภัทร และ 2 นักแสดงรุ่นใหม่ ยูโรยศวรรธน์ มินนี่ภัณฑิรา ตามมาด้วยผลงานชิ้นล่าสุดของ ฉลอง ภักดีวิจิตร มังกรเจ้าพระยา ประชันบทบาทระหว่าง 2 หนุ่ม 2 รุ่น จิณณ์ จิณณะ และ เอกรังสิโรจน์

ต่อด้วยแอ็กชั่นหลากสไตล์ ประเดิมต้นปีด้วยละครแอ็กชั่นดราม่าน้ำดี ที่ได้พระเอกสายบู๊เอสกันตพงษ์ พบ เปรี้ยวทัศนียา ในสารวัตรใหญ่ และประกบนางเอกสายบู๊  ฮาน่า ลีวิส ในละครแอ็กชั่นไซไฟ กุหลาบเกราะเพชร ต่อกันที่ละครแอ็กชั่นเข้มข้นจากนิยายสุดคลาสสิกของ พนมเทียน เรื่อง พรายพิฆาต นำโดย อ๊อฟชนะพล บูมกิตตน์ก้อง ปะทะนางเอกมากฝีมือ ทับทิมอัญรินทร์ และ เกรซพัชร์สิตา สร้างความสนุกกันต่อกับพระเอกมาดเข้ม บิ๊กเอ็มกฤตฤทธิ์ พบ เปรี้ยวทัศนียา ในละครเพลงแอ็กชั่น เพลงรักเพลงปืนต่อด้วยบทบาท เสือ กลิ่นสัก 

ในละคร ร้อยป่า ซึ่งถูกถ่ายทอดจากนวนิยายชื่อดังเรื่องราวของผู้พิทักษ์ป่า ประกบนางเอก ปูเป้เกศรินทร์ และเตรียมพบกับมหากาพย์แห่งความคงกระพันใน ตะกรุดโทน ที่ได้พระเอกดาวรุ่ง เข้มหัสวีร์ โคจรมาพบกับ เนยปภาดา และอีกหนึ่งบทบาทในละครดราม่าแอ็กชั่น หัวใจลูกผู้ชาย ประกบคู่กับนางเอกมากฝีมือ นาวทิสานาฏ

ต่อความสนุกกับดราม่าครบรส ที่มีให้ชมอย่างต่อเนื่อง ทั้ง นางร้าย การพบกันครั้งแรกของ บูมกิตตน์ก้อง และ นาวทิสานาฏ และ หลุยส์ เฮส พบ ขวัญอุษามณี ใน ไฟหิมะ ต่อด้วยคู่ขวัญ ธันวาแซมมี่ ในละคร หลงเงาจันทร์และตามติดกันต่อกับนวนิยายชุด เบญจมรณา ในเรื่องบ่วงสไบ พบ นิววงศกร ประชันกับ 2 นางเอกเจ้าบทบาท กรีนอัษฎาพร ทับทิมอัญรินทร์ และ พรายสังคีต การพบกันครั้งแรกของพระนางสายฝีมือ แบงค์อาทิตย์ พิมพิมประภา และการกลับมาของพระเอกขวัญใจแฟนๆ หนุ่มศรราม และละครดราม่าสืบสวน รอยอาฆาต การพบกันของ ออยธนา และ ฐิสาวริฏฐิสา จากนั้นปรับอารมณ์ มากรี๊ดสลบกับการกลับมาเจอกันอีกครั้งของคู่จิ้นชวนฟิน มิกค์ ทองระย้า และ โบว์เมลดา ในละครโรแมนติก มนตร์กาลบันดาลรัก

นอกจากนี้ ช่อง 7HD ยังมีผลงานละครอีกมากมายที่จะมาสร้างสีสันและความสุขครบรสให้กับแฟนละครตลอดปี 2562 อาทิ ขิงก็รา ข่าก็แรง เด็กเสเพล มาดามบ้านนา สะใภ้นางรำ เจ้าสาวแก้ขัด ปิศาจหรรษา กาเหว่า จันทร์กระจ่างที่กลางทุ่ง เจ้าสัวมั่วนิ่ม สี่ไม้คาน และอีกมากมาย.

]]>
1204299