ต้องบู๊เท่านั้นถึงเอาอยู่ ช่อง 7 จัดละครบู๊เป็นชุด เตรียมส่ง “เพชรพระอุมา” ชิงเรตติ้ง สู้ศึกทีวีดิจิทัล


by Admin
28-01-2019 06:07:17

เป็นอีกปีที่สมรภูมิทีวีดิจิทัลยังคงแข่งขันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร

ช่องเบอร์ใหญ่อย่างช่อง 7 ต้องเจอคู่แข่งหน้ามากหน้าหลายตาที่เข้ามาแย่งชิงเค้กโฆษณาก้อนเดิม แม้ว่า ช่อง 7 ยังเป็นเบอร์ 1 ครองเม็ดเงินโฆษณาเป็นอันดับแรกก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่า ช่อง 7 ต้องเผชิญภาวะยากลำบากมากขึ้น ไม่ว่าจะโดนดึงรายการดังที่อยู่คู่กับช่องมาเป็นเวลานานอย่างกิ๊กดู๋จนทำให้ช่อง 7 ต้องแก้ลำด้วยการถอนออกจากผังรายการทันที

ไม่ทันข้ามปี ช่อง 7 รีบชิงประกาศผังรายการใหม่ทันที เพื่อให้รู้ว่าช่อง 7 ยังมีขุมกำลังอยู่ โดยเฉพาะการเน้นย้ำผังละครที่มีละครแนวบู๊ สู้กันสนั่นจอ เป็นพระเอกในการฟันเรตติ้ง รวมถึงการเดินหน้าละครเพชรพระอุมาจากนวนิยายชื่อดัง 

เพชรพระอุมา” นวนิยายแนวผจญภัยในตำนาน ของพนมเทียนที่มีความยาวมากที่สุดของไทย ใช้ระยะเวลาในการประพันธ์ยาวนานกว่า 25 ปี โดยพนมเทียนเริ่มต้นการประพันธ์เพชรพระอุมาในวันที่ 19 พฤศจิกายน .. 2507 และสิ้นสุดเนื้อเรื่องทั้งหมดในวันที่ 21 มิถุนายน .. 2535 รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน จำนวนทั้งหมด 48 เล่ม เป็นเรื่องที่มีผู้รอคอยอยากจะเห็นตัวเอกของเรื่อง ทั้ง รพินทร์ ไพรวัลย์, แงซาย และ คุณหญิงดาริน ออกมาโลดแล่นในทีวีมากที่สุด 

ช่อง 7 ได้ซื้อลิขสิทธิ์ “เพชรพระอุมามาไว้ในมือนานแล้ว ตั้งแต่ยุคทีวีแอนะล็อก ตัดหน้าช่อง 3 ที่มีการเข้าไปเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ก่อนหน้านี้ แต่ช่อง7 ก็ยังไม่ตัดสินใจสร้างเป็นละคร เสียที จนล่าสุดมีข่าวว่า ช่อง 7 ตัดสินใจให้ค่ายโคลีเซี่ยม เป็นผู้ผลิตละครฟอร์มยักษ์เรื่องนี้แล้ว

ช่อง 7 มีผู้ผลิตละครบู๊ในช่องหลากหลายค่าย นอกจากโคลีเซียมแล้ว ยังมีทั้งค่าย ฉลอง ภักดีวิจิตร, ค่าย 9 บีเวอร์ ของ โอลิเวอร์ บีเวอร์ ผู้สร้างเล็บครุฑ, ค่ายป๊าสั่งย่าสอน ของกลุ่มกันตนา ที่สร้างละครสารวัตรใหญ่ แต่ช่อง 7 ก็ตัดสินใจให้กับกลุ่มโคลีเซียม เพราะเห็นจากผลงานละครล่าสุดจ้าวสมิงที่ช่วยฟื้นเรตติ้งของช่องในช่วงไตรมาสุดท้ายของปีที่แล้วมาได้ 

เมื่อปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่ละครช่วงหลังข่าวของช่อง 7 เผชิญสภาพเรตติ้งลดต่ำลง ไม่มีละครเรื่องใดทำเรตติ้ง 2 หลักได้เลย ละครเรื่องที่ทำเรตติ้งสูงสุดคือสัมปทานหัวใจที่มีเวียร์-ศุกลวัฒน์ นำแสดง ได้เรตติ้งเฉลี่ยทั้งเรื่อง 7.627 ส่วนเรื่องที่ทำเรตติ้งต่ำสุด ที่จบในปี 2561 คือพ่อมดเจ้าเสน่ห์เรตติ้งเฉลี่ย 3.60 เท่านั้น 

ส่วนละครที่มีเรตติ้งรองลงมา ส่วนใหญ่เป็นละครบู๊จ้าวสมิงละครที่กลับมาฟื้นเรตติ้งช่วงละครหลังข่าวช่อง 7 ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาถึงต้นปีนี้ ให้กลับมาคึกคักต่อไปได้จ้าวสมิงทำเรตติ้งเฉลี่ยไว้ 6.35 

นอกจากละครหลังข่าว 2 ทุ่มแล้ว เมื่อปลายปีช่อง 7 ยังจัดละครบู๊แนวตลาดต่างจังหวัดลงผังช่วงละครเย็นพ่อตาปืนโต ตอนหลานข้าใครอย่าแตะของค่ายอาฉลอง- ฉลอง ภักดีวิจิตรมาลงเรียกเรตติ้ง ในปลายเดือนธันวาคม เรียกเรตติ้งกระฉูด เรตติ้งเฉลี่ยเกิน 6 แต่กลยุทธ์การจัดวางละครเย็นชุดนี้ของช่อง 7 ยังตั้งใจจัดมาชนกับละครอังกอร์ของช่อง 3 ผลิตโดยค่าย อาหลอง จูเนียร์ ของลูกชายอาหลอง ที่ช่อง 3 วางแผนมารีรันในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยช่อง 7 ยอมเลื่อนตอนจบของไฮโซสะออนมาออนแอร์ชนกันวันที่ 20 ธันวาคม 

อังกอร์ เป็นละครบู๊นอกสายตา ที่สามารถสร้างเรตติ้งมาเป็นอันดับ 2 ของช่อง 3 ในปีนี้ ด้วยเรตติ้งเฉลี่ย 5.311 จนช่อง 3 นำมารีรันอีกครั้ง 

สำหรับในปีนี้ แนวละครช่อง 7 เกือบครึ่งเป็นละครแนวบู๊ มีตั้งแต่บู๊สนั่น ถึงใจคอละครแอคชั่น เช่น มังกรเจ้าพระยา, ร้อยป่า และ สารวัตรใหญ่ ที่กำลังออกอากาศ และบู๊ รักโรแมนติก ดราม่า ในอีกหลายๆ เรื่อง เนื่องจากเห็นแนวโน้มแล้วว่า ละครบู๊ จะสามารถตรึงผู้ชมให้อยู่กับช่องได้อยู่หมัดมากกว่าแนวละครอื่นๆ ที่หลายๆ ช่องสามารถผลิตออกมาแข่งขันได้ อีกทั้งยังเป็นแนวคอนเทนต์ที่ตรงใจฐานผู้ชมช่อง 7 โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด 

จากการเปิดตัวละครของทั้งช่องวันในเดือนมกราคมนี้ ส่วนใหญ่เป็นละครหลากหลายแนว ไม่ได้เน้นละครบู๊มากนัก ส่วนของช่อง 3 ที่จะมีการจัดงานเปิดตัวละครใหม่ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ก็ไม่ได้เน้นที่ละครบู๊ แนวแมสเช่นดียวกับช่อง 7 

ไม่ใช่ว่าช่อง 7 จะมีแค่แนวบู๊เท่านั้น ปีนี้ยังขยายแนวละครออกมาหลากหลายมากขึ้น ทั้งพีเรียด ดราม่า รักโรแมนติก เพื่อหวังดึงฐานผู้ชมพื้นที่ในเมืองด้วยเช่นกัน มีกลยุทธ์การจัดละครชิงผู้ชมตัดหน้าคู่แข่งในตลาดคนเมือง เช่น วางบ่วงสไบละครพีเรียด สยองขวัญ จากนิยายดังของภาคินัยผู้แต่งคนเดียวกับละครนางชฎา” ที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมาก ลงตัดหน้าละครทองเอก หมอยา ท่าโฉลงละครพีเรียดคอมเมดี้ แนวเดียวกับพ่อมากพระโขนงที่จะเริ่มออนแอร์ 31 มกราคมนี้ เป็นละครที่ช่อง 3 คาดหวังว่าจะติดตลาดโกยความนิยมได้สูงในปีนี้

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์หลักของช่อง  7 ก็ยังคงยืนหยัดกับละครบู๊ นอกจากเพชรพระอุมา” แล้ว ช่อง 7 ยังมีสต๊อกลิขสิทธิ์นิยายของพนมเทียนอีกชุดใหญ่ และลิขสิทธิ์ละครบู๊เรื่องอื่นๆ อีกมาก ที่ช่อง 7 เชื่อว่าตลาดนี้ ยังคงทำให้ช่อง 7 ยืนหนึ่ง แบบยืนหยัดได้ยาวๆ.

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter