แมริออท – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 15 Dec 2023 06:22:25 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 โรงแรม “ม็อกซี่” บนตึก “เดอะ มาร์เก็ต” เตรียมเปิดตัวต้นปี’67 ดึงฐานลูกค้าแมริออทเติมลูกค้าเข้าห้างฯ https://positioningmag.com/1455795 Fri, 15 Dec 2023 06:22:12 +0000 https://positioningmag.com/?p=1455795 โรงแรม “ม็อกซี่” (Moxy Hotel) แบรนด์ในเครือ “แมริออท” เตรียมเปิดบริการบนตึกศูนย์การค้า “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก” ภายในไตรมาส 1 ปี 2567 คอนเซ็ปต์โรงแรมฉีกแนวจากย่านราชประสงค์ เน้นลุคอินดัสเทรียลและความสนุกสนาน หวังเจาะตลาดทั้งกลุ่มเอเชียและยุโรป

บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป เตรียมเปิดตัวโรงแรมใหม่ “ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์” (Moxy Hotel) จำนวน 504 ห้อง บนชั้น 9 และ 12-32 ด้านบนอาคารศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ภายในไตรมาส 1 ปี 2567 หวังสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอกมากขึ้น

โดยโรงแรม “ม็อกซี่” เป็นแบรนด์ในระดับ Select ของเครือแมริออท ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 126 แห่งทั่วโลก และมีเพียง 8 แห่งในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) ซึ่ง “ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์” ถือเป็นโรงแรมม็อกซี่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

คอนเซ็ปต์ของแบรนด์ม็อกซี่จะเป็นโรงแรมที่เน้นกลุ่มเป้าหมาย “Young at Heart” และ “Fun Hunters” เป็นผู้ที่ชื่นชอบความสนุกสนาน กิจกรรมพบปะสังสรรค์ ชอบบรรยากาศโรงแรมที่มีชีวิตชีวา และมีกิมมิกการบริการที่ไม่เหมือนใคร เช่น เช็กอินเข้าพักได้ที่บาร์ พร้อมเลือกรับ Welcome Drink เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากหน้าบาร์ได้เลย

ม็อกซี่ เดอะ มาร์เก็ต
พรีวิวบรรยากาศล็อบบี้ ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ (อยู่ระหว่างตกแต่ง)

ภายในโรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ จะเห็นการตกแต่งล็อบบี้ด้วยลุคอินดัสเทรียลปูนเปลือยและเปลือยฝ้าเพดาน เปิดพื้นที่กว้างแบบ Open Space ทะลุถึงกันทั้งส่วนรับประทานอาหาร บาร์ ที่นั่งพักผ่อน พร้อมกับใช้บรรยากาศพื้นที่เข้ามาผสมผสาน เช่น การใช้ธีม ‘Lightbox’ จากโรงหนังสกาล่ามาเป็นธีมออกแบบ, ใช้ประตูเหล็กยืดพับจากตึกแถวในย่านมาตกแต่ง

แหล่งข่าวจากทีมงานบริหารแบรนด์ “ม็อกซี่” เปิดเผยว่า การเลือกใช้แบรนด์ม็อกซี่เข้ามาแข่งขันในย่านราชประสงค์ เพราะเล็งเห็นว่าเป็นธีมโรงแรมที่แตกต่าง โรงแรมที่เน้นความสนุกสนานในย่านนี้ยังไม่มีในตลาด

ม็อกซี่ เดอะ มาร์เก็ต
ห้องแบบสวีทของม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ห้องมุมชมวิวตึกใบหยก

ความแตกต่างของม็อกซี่น่าจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าได้ทั้งกลุ่มเอเชียที่นิยมพักในย่านนี้อยู่แล้ว เช่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันตกที่เป็นฐานสำคัญของเครือแมริออท เช่น ยุโรป สหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มร้านอาหาร (F&B) อีเวนต์สนุกๆ ของแบรนด์น่าจะช่วยดึงดูดชาวไทยให้มาใช้บริการด้วย

Positioning สำรวจรอบย่านราชประสงค์ ตั้งแต่แยกราชประสงค์จนถึงแยกประตูน้ำถือเป็นย่านที่โรงแรมแข่งขันสูง นับเฉพาะโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปมีไม่ต่ำกว่า 15 แห่ง ราคาห้องพักมีตั้งแต่ 2,500 บาทต่อคืน ขึ้นไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อคืน

ม็อกซี่ เดอะ มาร์เก็ต
ห้องพิเศษ สไตล์เตียง bunk bed ให้บรรยากาศเหมือนอยู่หอพัก เหมาะพักผ่อนกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว

ด้านราคาห้องพักของ “ม็อกซี่” ทางทีมงานแมริออทยังไม่เปิดราคา แต่หากวัดจากโรงแรมในระดับ Select ด้วยกัน โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท กรุงเทพฯ ที่ตั้งอยู่ในซอยมหาดเล็กหลวง 1 ปัจจุบันเปิดราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 4,400 บาทต่อคืน

 

โรงแรม-สำนักงานใหม่ ดึงคนเข้า “เดอะ มาร์เก็ต”

ปี 2566 ถือว่าเป็นปีที่ บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ฟื้นกลับมาจากช่วงโควิด-19 แล้ว หลังจากศูนย์การค้าและโรงแรมเปิดให้บริการได้ตามปกติ สถานการณ์การท่องเที่ยวดีขึ้น ทำให้รายได้รอบ 9 เดือนแรกปี 2566 ขึ้นไปแตะ 1,352 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 112 ล้านบาท (ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

“สุฐิตา โชติจุฬางกูร” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาด บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ยังให้ข้อมูลผ่านหน้าสื่อหลายสำนักไปก่อนหน้านี้ว่า ศูนย์การค้าแพลทินัมมีการปรับปรุงและให้บริการโซนสินค้าบิวตี้และของฝากชั้น 3 และโซนฟู้ดคอร์ทชั้น 6 เรียบร้อยแล้ว พร้อมเดินหน้าปรับปรุงชั้น 5 ต่อเนื่องเพื่อเปลี่ยนเป็นโซนคาเฟ่และร้านอาหารสไตล์ไทย

ศูนย์การค้าแพลทินัม

ด้านทราฟฟิกผู้มาใช้บริการแพลทินัมเฉลี่ย 55,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 65% เทียบกับปีก่อน โดยส่วนใหญ่ 70% เป็นชาวต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และอีก 30% เป็นชาวไทย ในด้านร้านค้าเช่าในแพลทินัมมีอัตราการเช่าถึง 90%

สำหรับโครงการที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างของแพลทินัม กรุ๊ป คือ โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ และ อาคารสำนักงาน “Pier 111” ทั้งหมดตั้งอยู่ในบริเวณโครงการมิกซ์ยูส เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก และนับเป็นการก่อสร้างเฟส 2 ของโครงการ

ภาพตัวอย่างทางเข้าอาคารสำนักงาน Pier 111

สำนักงาน Pier 111 เป็นตึกความสูง 32 ชั้น มีพื้นที่เช่าทั้งหมด 38,000 ตร.ม. ออกแบบเป็นสมาร์ท ออฟฟิศ ฝ้าเพดานสูง 3.25 เมตร และที่จอดรถถึง 1,400 คัน ขณะนี้เปิดให้เยี่ยมชมและจองพื้นที่เช่าแล้ว

ต้องติดตามต่อไปว่า หลังจากโรงแรมม็อกซี่และสำนักงาน Pier 111 เปิดบริการเต็มรูปแบบแล้ว จะช่วยดึงทราฟฟิกเพิ่มเข้ามาในส่วนศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอกได้มากน้อยเพียงใด

]]>
1455795
กลุ่ม “นารายณ์” อัปเกรดโรงแรมบนหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต สวมแบรนด์ “เลอ เมอริเดียน” ดึงกลุ่มครอบครัว https://positioningmag.com/1445738 Wed, 27 Sep 2023 09:33:02 +0000 https://positioningmag.com/?p=1445738 “นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้” ทุ่มทุนร่วม 500 ล้านบาท รีโนเวตและอัปเกรดโรงแรมบนหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต เปลี่ยนแบรนด์จากฮอลิเดย์ อินน์ เป็น “เลอ เมอริเดียน” จับกลุ่มลูกค้าพรีเมียม เดินทางเป็นครอบครัว คาดเพิ่มมูลค่ารายได้ขึ้น 30-40%

“โทมัส เทต” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เปิดตัวโรงแรมใหม่ของบริษัทหลังรีโนเวตและรีแบรนด์เสร็จสิ้นที่ “เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท” เนื้อที่ 22 ไร่ จำนวน 244 ห้องพัก ทำเลติดหน้าหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต

โรงแรมนี้เป็นสินทรัพย์ในเครือของนารายณ์ฯ​ มาตั้งแต่ปี 2554 แต่เดิมใช้แบรนด์ “ฮอลิเดย์ อินน์” ในเครือ IHG ก่อนจะปิดปรับปรุง 10 เดือนมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 และเปลี่ยนแบรนด์มาใช้ “เลอ เมอริเดียน” ในเครือแมริออท เตรียมเปิดให้บริการวันแรก วันที่ 1 ตุลาคมนี้

เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต นารายณ์
บริเวณล็อบบี้ประดับด้วยผลงานศิลปะทำจาก “กะลา” ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในภาคใต้

หลังเปลี่ยนแบรนด์ โรงแรมมีการปรับโครงสร้างใหม่ในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งล็อบบี้ ภายในห้องพัก เพิ่มสระว่ายน้ำสำหรับเด็ก เพิ่มห้องพักที่มี Private Pool และ Pool Access เพิ่มห้องพักขนาดใหญ่พิเศษอีก 2 ห้อง รวมถึงขยายพื้นที่คาเฟ่ในโรงแรมให้รองรับลูกค้าได้มากขึ้น

 

อัปเกรดเพื่อรองรับดีมานด์ “ครอบครัว” ระดับไฮเอนด์

โทมัสระบุว่า แม้ฮอลิเดย์ อินน์จะได้อัตราเข้าพักสูงถึง 80% แต่ที่ต้องมีการเปลี่ยนแบรนด์เนื่องจากบริษัทต้องการยกระดับตำแหน่งทางการตลาดของโรงแรมให้สูงขึ้น

“จิรารัตน์ นิลประดับ” ผู้จัดการทั่วไป เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท กล่าวว่า ทำเลหาดไม้ขาวเป็นทำเลที่ดึงดูดลูกค้ากลุ่ม “ครอบครัว” ของจ.ภูเก็ต เพราะเป็นหาดที่ยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จึงมีความสงบและเป็นธรรมชาติ เหมาะกับกลุ่มเด็กมากกว่าหาดอื่นๆ ทำให้โรงแรมส่วนใหญ่จะเจาะเป้าหมายกลุ่มนี้ รวมถึงโรงแรมเดิมที่ใช้แบรนด์ฮอลิเดย์ อินน์ด้วย

เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต นารายณ์
ห้องพักแบบ Private Pool พร้อมหัวเตียงประดับด้วยผ้าบาติก ศิลปะท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ตลอดการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา บริษัทพบว่าห้องพักประเภทที่เต็มเร็วเสมอและมีไม่พอต่อความต้องการของลูกค้า คือ ห้องพักแบบ Private Pool และ Pool Access ซึ่งสะท้อนว่าลูกค้าในทำเลนี้พร้อมจ่ายสำหรับห้องพักที่มีฟังก์ชันพิเศษมากขึ้น ทำให้นารายณ์ฯ​ มองว่าควร “อัปเกรด” โรงแรมไปใช้แบรนด์ที่สูงขึ้นเพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

Positioning สำรวจพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ในเครือ IHG แบรนด์ฮอลิเดย์ อินน์นั้นถือเป็นโรงแรมระดับอัปสเกล ซึ่งหากจะปรับระดับขึ้นไปเป็นระดับไฮเอนด์​ IHG จะมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักคือ “คราวน์ พลาซ่า” ซึ่งเป็นโรงแรมที่เน้นการพักผ่อนระหว่างเดินทางเชิงธุรกิจ จึงอาจจะไม่เหมาะกับโปรดักส์บนหาดไม้ขาวของนารายณ์ฯ

ขณะที่เครือแมริออทมีแบรนด์ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าคือ “เลอ เมอริเดียน” ซึ่งเป็นแบรนด์สำหรับรีสอร์ตระดับพรีเมียมเพื่อการพักผ่อน

ห้องแบบ Suite, Oceanfront

 

หวังรายได้เพิ่ม 30-40% จากการปรับราคา

จิรารัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มเป้าหมายของโรงแรมนี้ 90% เป็นชาวต่างชาติ 10% เป็นชาวไทย เนื่องจากหาดไม้ขาวยังไม่เป็นที่นิยมของชาวไทยมากนัก

ในช่วงเปิดตัวโรงแรมซึ่งเป็นโลว์ซีซัน น่าจะได้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักผ่อนระยะสั้นจากในเอเชีย เช่น ไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย

ขณะที่ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไปซึ่งเป็นไฮซีซัน น่าจะได้ต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวพักผ่อนระยะยาว เช่น รัสเซีย ออสเตรเลีย ยุโรป (โดยเฉพาะสแกนดิเนเวีย)

Kid’s Club ใหญ่ 300 ตารางเมตร สะท้อนกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมนี้คือกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็ก

ส่วนนักท่องเที่ยวจีนนั้น จิรารัตน์ตั้งความหวังว่ามาตรการ Free Visa ให้ชาวจีนจากรัฐบาล จะช่วยดึงดูดลูกค้า F.I.T จากจีนได้มากขึ้น

โทมัสกล่าวปิดท้ายถึงการลงทุนและเป้าหมายของโรงแรมนี้ว่า นารายณ์ฯ ลงทุนรีโนเวตไป 400-500 ล้านบาท และหลังรีโนเวตเปลี่ยนแบรนด์แล้วทำให้ราคาห้องพักเพิ่มขึ้นมาเริ่มที่ 5,000 บาทต่อคืน ซึ่งน่าจะทำให้รายได้ของ เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท เพิ่มขึ้นจากเดิม 30-40% และคืนทุนได้ภายใน 5 ปี

“จิรารัตน์ นิลประดับ” ผู้จัดการทั่วไป เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท และ “โทมัส เทต” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

ทั้งนี้ นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เป็นเครือบริษัทด้านธุรกิจโรงแรมที่มีสินทรัพย์ในมือ 13 แห่ง ในจำนวนนี้ 10 แห่งบริษัทเป็นผู้บริหารจัดการเองภายใต้เชนโรงแรมนารายณ์ (Narai Hotel), หลับดี (Lub D) และ มาราสก้า (Marasca) ส่วนอีก 3 แห่งบริษัทเป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยมีเชนโรงแรมอื่นๆ บริหาร ได้แก่ เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ท, 25Hours Hotel Paris Terminus Nord ประเทศฝรั่งเศส และ Bankside Hotel, Autograph Collection ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

]]>
1445738
“แมริออท” เตรียมเข้าบริหาร “โรงแรมใหม่” 50 แห่งทั่วเอเชียท่ามกลาง COVID-19 https://positioningmag.com/1289035 Wed, 22 Jul 2020 11:55:35 +0000 https://positioningmag.com/?p=1289035 เชนโรงแรมจากสหรัฐฯ “แมริออท” วางแผนดำเนินการโรงแรมเพิ่มอีก 40-50 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายในปีนี้ แม้ว่าการท่องเที่ยวจะยังซบเซาจากวิกฤตโรคระบาด COVID-19 โดยโรงแรมเครือแมริออท 20% ในภูมิภาค APAC (ยกเว้นจีน) ยังคงปิดทำการ สาเหตุที่มีโรงแรมเข้าพอร์ตเพิ่ม เพราะโรงแรมแบรนด์อิสระจำต้องหันเข้าหาเชนใหญ่ช่วยกู้วิกฤต

“ณ ชั่วขณะหนึ่ง ประมาณ 50% ของโรงแรมเราในเอเชียเคยปิดทำการ” เคร็ก สมิธ ประธานกลุ่มเอเชียแปซิฟิก แมริออท กล่าว “ขณะนี้เราไม่มีโรงแรมใดในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ยังปิดทำการ แต่มีโรงแรมราว 20% ในเอเชียไม่นับประเทศจีนที่ยังปิดทำการอยู่”

สัดส่วนโรงแรมที่ยังต้องปิดทำการลดลงจาก 50% เหลือ 20% มองในแง่หนึ่งนั้นเป็นสัญญาณบวกว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่อีกในมุมหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางข้ามโลกยังไม่กลับมาสมบูรณ์ และกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงเนื่องจากโรคระบาด

ถึงอย่างนั้นก็ตาม สถานการณ์นี้ก็ไม่ได้หยุดแผนการลงทุนของเครือแมริออท ยักษ์เชนโรงแรมระดับโลกผู้ถือครองแบรนด์ 30 แบรนด์ เช่น เซนต์ รีจิส, ริทซ์ คาร์ลตัน, เจดับบลิว แมริออท, เลอ เมอริเดียน ฯลฯ โดยบริษัทจะเปิดบริการโรงแรมใหม่ภายใต้การบริหารของเครือราว 40-50 แห่งในปีนี้ และอีก 100 แห่งในปีหน้า เริ่มต้นจากโรงแรมเจดับบลิว แมริออท นารา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นโรงแรมแห่งที่ 800 ของเครือในภูมิภาค APAC และแห่งที่ 50 ในญี่ปุ่น

เจดับบลิว แมริออท นารา โรงแรมแห่งที่ 800 ในภูมิภาค APAC ของเครือแมริออท

 

“staycations” ของคนเจนวายช่วยฟื้นธุรกิจ

แมริออทมองว่า การฟื้นตัวของภาคธุรกิจโรงแรมจะเกิดขึ้นได้จากเทรนด์ “staycations” ของกลุ่มคนเจนวาย กลุ่มที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนภายในประเทศ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงของไวรัสโคโรนาก็ตาม

“เรายังคงมั่นใจในการกลับคืนสู่สภาพเดิมของธุรกิจท่องเที่ยว มั่นใจในเจ้าของโรงแรม แฟรนไชซี แขกผู้เข้าพัก จนถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และอนาคตของการบริการที่พักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเครือแมริออท” สมิธกล่าว “เรามีความมั่นใจเนื่องจากได้เห็นเทรนด์ล่าสุดของการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งดีมานด์การท่องเที่ยวขับเคลื่อนได้จากนักท่องเที่ยวภายในประเทศ และเราจะยังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งของการลงทุนในตลาดนี้ที่กำลังเติบโตและมีความสำคัญ”

JW Marriott Sanya Haitang Bay โรงแรมบนเกาะไห่หนาน จุดหมายยอดฮิตหลัง COVID-19 ของคนจีน

เดือนกรกฎาคมนี้ แมริออทพบว่าอัตราผู้เข้าพักของโรงแรมในจีนอยู่ที่ 55% และคาดว่าเดือนหน้าจะเพิ่มเป็น 60% ตัวอย่างทิศทางบวกเช่น โรงแรมจำนวน 25 แห่งของเครือบนเกาะไห่หนาน ประเทศจีน กลับทำรายได้ได้ดีกว่าปีที่แล้วเสียอีก จากดีมานด์นักท่องเที่ยวในประเทศ

แต่ในทางตรงกันข้าม บางประเทศที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังสูงอยู่ เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย เป็นไปได้ว่าการฟื้นตัวจะช้ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ทั้งนี้ แมริออทมีโรงแรม 120 แห่งในอินเดีย และมากกว่า 50 แห่งในอินโดนีเซีย

 

โรงแรมอิสระหันพึ่งเชนใหญ่ช่วยบริหาร

ช่วง 3 เดือนแรกของปี เมื่อโรค COVID-19 แพร่ระบาดถึงจุดสูงสุดในเอเชีย Colliers ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่า จะมีโรงแรมถึง 8 ใน 10 แห่งของภูมิภาคนี้ที่ต้องปิดตัวลง และภาคธุรกิจโรงแรมจะสูญเสียรายได้รวมกันไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ช่วงครึ่งปีแรกปีนี้

สมิธกล่าวว่า ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้โรงแรมแบรนด์อิสระในภูมิภาคจำนวนมากติดต่อมาที่แมริออทเพื่อขอเซ็นสัญญาให้แบรนด์เข้าไปบริหาร จนเครือได้รับข้อเสนอขอใช้แบรนด์เข้ามามากขึ้นจากปีที่แล้วถึง 30-40%

ความเสี่ยงที่สูงขึ้นของธุรกิจโรงแรมยังทำให้การซื้อขายโรงแรมปีนี้ลดลงมากอีกด้วย โดย Real Capital Analytics นักวิเคราะห์ซึ่งติดตามมูลค่าดีลการลงทุนอสังหาฯ พบว่า มูลค่าดีลซื้อขายโรงแรมช่วง 5 เดือนแรกปี 2020 ลดลงไปถึง 50% เทียบกับปีก่อน และเป็นกลุ่มอสังหาฯ ที่การขายฝืดที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ และรีเทล ซึ่งซื้อขายลดลง 10-34% ปีนี้

Source

]]>
1289035
AWC ตีตลาดไมซ์พัทยา-ภูเก็ต เปิดมิกซ์ยูสรีเทล-โรงแรม ดึงเชน “แมริออท” บริหาร https://positioningmag.com/1253669 Thu, 14 Nov 2019 08:11:41 +0000 https://positioningmag.com/?p=1253669 AWC เปิดโครงการ AWC Center Pattaya รับตลาดไมซ์ประเทศไทยเติบโต พัฒนาโรงแรม 2 แห่ง พ่วงอีก 1 แห่งใจกลางเมืองภูเก็ต เซ็นสัญญาแมริออทเชนโรงแรมระดับโลกเข้าบริหาร

บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ประกาศการลงทุนโครงการมิกซ์ยูส AWC Center Pattaya จำลองกลิ่นอายบรรยากาศแบบเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ สู่เมืองพัทยา พื้นที่ประกอบด้วยรีเทล ส่วนพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงโรงแรมอีก 2 แห่ง คือ เจดับบลิว แมริออท เดอะ พัทยา บีช รีสอร์ท จำนวนห้องพัก 1,298 ห้อง และ พัทยา แมริออท มาร์คีส์ ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์

ขณะที่ในภูเก็ต บริษัทเตรียมลงทุนโรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ใจกลางตัวเมือง จำนวน 248 ห้อง โดยเป็นการปรับโฉมจากโรงแรมเก่าคือเมโทรโพล ภูเก็ต ซึ่งแวดล้อมด้วยตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีส สัญลักษณ์ของเมือง

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC กล่าวถึงการลงทุนและความร่วมมือกับเครือแมริออท ว่า บริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ไทยที่เติบโต 47.6% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความคืบหน้าของโครงการ EEC ในภาคตะวันออก ที่ทำให้บริษัทเข้าลงทุนที่พัทยา ส่วนภูเก็ตนั้นเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกของประเทศ และโรงแรมแห่งใหม่ของบริษัทร่วมกับเชนแมริออทจะเข้าไปพลิกโฉมการท่องเที่ยวของเมืองภูเก็ต

ด้าน เครก เอส สมิธ ประธานบริหาร กลุ่มแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่มีอย่างต่อเนื่องยาวนานกับแอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น และการเติบโตต่อเนื่องไปด้วยกัน และต้องการสร้างมาตรฐานสูงสุดให้กับธุรกิจโรงแรม

ทั้งนี้ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น คือหนึ่งในเจ้าของโรงแรมแบรนด์ในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล รายใหญ่ที่สุดในเอเชีย แปซิฟิค (ยกเว้นประเทศจีน) ด้วยจำนวนห้องพักรวม 4,252 ห้องทั่วประเทศไทย (จากโรงแรมที่เปิดบริการอยู่ 9 แห่ง ห้องพักรวม 3,452 ห้อง และโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 1 แห่ง ห้องพักรวม 800 ห้อง) การลงนามสัญญาครั้งนี้จะส่งผลให้มีโรงแรมเพิ่ม 3 แห่ง (ในพัทยาและภูเก็ต มีห้องพักรวม 1,546 ห้อง) และส่งผลให้จำนวนห้องพักรวมเพิ่มขึ้นเป็น 5,820 ห้อง (ซึ่งหากรวมกับโรงแรมในเครือของบริษัททั้งหมด 6,826 ห้อง)

]]>
1253669